จะเกิดอะไรขึ้น หากโลกที่เราอาศัยอยู่ไม่อนุญาตให้มนุษย์ใช้ชีวิตอย่าง เผลอไผล ได้อีกต่อไป ฝนที่ตกลงมาไม่ใช่เพียงน้ำจากฟ้า แต่คือพิษที่สามารถเผาผลาญชีวิตได้ในพริบตา อากาศกลายเป็นทรัพยากรที่ต้องสะสมใช้และแลกเปลี่ยน ความเป็นมนุษย์ถูกประเมินค่าเป็นตัวเลขรายปี
มนุษย์ครึ่งทาง นวนิยายโดย อัญชัน แปลโดย บุญญรัตน์ คือผลงานวรรณกรรมดิสโทเปียร่วมสมัยที่พาผู้อ่านเข้าสู่โลกอนาคตอันหม่นเทา ซึ่งมนุษย์ทุกคนต้องดำรงอยู่ภายใต้กฎระเบียบอันเข้มงวดของรัฐ เพื่อแลกกับ สิทธิในการมีชีวิตต่อไป
โลกที่ความปลอดภัยมีราคาสูงกว่าศีลธรรม
ในโลกของ มนุษย์ครึ่งทาง การไม่สวมเสื้อกันฝนคือความผิด การช่วยเหลือผู้อื่นอาจหมายถึงการเสียที่ยืนของตนเอง และการมีเมตตาไม่ใช่คุณสมบัติที่รัฐส่งเสริม ตัวละครหลัก ชายผู้มีชื่อเป็นเพียงชุดตัวเลขวันเวลาเกิดต้องเผชิญเหตุการณ์พายุฝนพิษที่เปิดโปงสัญชาตญาณดิบของมนุษย์ออกมาอย่างไม่ปรานี ภาพฝูงชนที่เบียดเสียด แย่งชิงที่หลบภัย เด็กที่ถูกผลักออกไปนอกชายคา หรือเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่ จัดการความตาย อย่างเป็นระบบ ล้วนเป็นฉากสะเทือนใจที่ตั้งคำถามกับผู้อ่านอย่างตรงไปตรงมา เราจะเลือกเอาชีวิตรอดด้วยการละทิ้งผู้อื่น หรือยอมเสี่ยงเพื่อรักษาความเป็นมนุษย์ไว้
สีแดงหนึ่งเดียวในโลกสีเทา
ท่ามกลางโลกที่มีเพียงสีดำ ขาว และเทา สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเรื่องกลับเป็น สีแดง สีของเลือด สีของความรู้สึก สีของความทรงจำ และสัญลักษณ์ของสิ่งที่ยังไม่ถูกระบบกลืนกินไปทั้งหมด สีแดงกลายเป็นความหวังเล็กๆ ที่ยืนยันว่าภายใต้เปลือกนอกอันแข็งกระด้าง มนุษย์ยังคงมีหัวใจเต้นอยู่
นวนิยายที่อ่านเหมือนคำเตือน
มนุษย์ครึ่งทาง ไม่ใช่นวนิยายไซไฟที่มุ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจ หากแต่เป็นวรรณกรรมที่ใช้โลกอนาคตเป็นกระจกสะท้อนปัจจุบัน ตั้งคำถามถึงอำนาจรัฐ ความเหลื่อมล้ำ คุณค่าของชีวิต และเส้นบางๆ ระหว่าง พลเมืองดี กับ มนุษย์ที่ดี