Google play App Store

หนังสือเล่มโปรด Neil deGrasse Tyson

นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์

08 ตุลาคม 2562

หนังสือเล่มโปรด Neil deGrasse Tyson

 

     Neil deGrasse Tyson เป็นนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ผู้ประพันธ์และผู้สื่อสารวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน ตั้งแต่ปี 1996 เขาเป็นผู้อำนวยการท้องฟ้าจำลองเฮย์เดน ณ ศูนย์โลกและอวกาศโรสในนครนิวยอร์ก ศูนย์ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกา ซึ่งไทสันก่อตั้งแผนกฟิสิกส์ดาราศาสตร์ในปี 1997 และเป็นผู้ช่วยวิจัยในแผนกฯ ตั้งแต่ปี 2003

     เขาเกิดและเติบโตในนครนิวยอร์ก มีความสนใจดาราศาสตร์ตั้งแต่อายุ 9 ปีหลังชมท้องฟ้าจำลองเฮย์เดน หลังสำเร็จการศึกษาจากไฮสกูลวิทยาศาสตร์บรองซ์ ซึ่งเขาเป็นบรรณาธิการอำนวยการของวารสารวิทยาศาสตร์กายภาพ เขาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีวิชาฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1980 หลังได้รับปริญญาโทในสาขาดาราศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยเท็กซัส ออสตินในปี 1983 เขาได้รับปริญญาโท (ปี 1989) และปริญญาเอก (ปี 1991) ในวิชาฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย 

     นอกจากนี้เขายังเป็นนักเขียนที่มีผลงานตีพิมพ์ รวมถึงได้รับรางวัลมากมายอีกด้วย หนังสือเล่มที่เคยแปลไทยของเขา  คือเรื่อง ดาราศาสตร์ฟิสิกส์สำหรับคนเร่งรีบ’ (Astrophysics for People in a Hurry)

     ลองไปดูหนังสือเล่มโปรดของเขากันว่ามีเล่มไหน ที่ส่งผลให้เขาประสบความสำเร็จในด้านดาราศาสตร์บ้าง

 

หนังสือเล่มโปรด Neil deGrasse Tyson

 

"The Prince" เขียนโดย Niccolo Machiavelli

     "The Prince : เจ้าผู้ครองนคร" หนังสือที่ได้รับการวิเคราะห์ในมุมมองที่กว้างขึ้น ด้วยมรดกทางความคิดซึ่ง "นิกโกโล มาเคียเวลลี" ทิ้งไว้ให้คนรุ่นหลังชิ้นนี้ คือบันทึกประวัติศาสตร์ที่ตีแผ่การต่อสู้แย่งชิงทางการเมืองของแผ่นดินหนึ่งในยุคหนึ่งให้เราได้เห็นเป็นอุทาหรณ์ ดังนั้นหากเรายกเอาอคติทุกประการทิ้งไปเสีย แล้วหยิบเฉพาะข้อคิดจากข้อเท็จจริงขึ้นมาพิเคราะห์ ก็จะได้ประโยชน์มากมายจากคำชี้แนะของบุรุษผู้ต่ำต้อย ผู้ซึ่งในยามมีชีวิตมิมีผู้ใดให้บทบาทความสำคัญ ทว่า เขาได้ทิ้งข้อเท็จจริงอันยิ่งใหญ่ทางการเมืองไว้ให้พวกเราได้ขบคิด เป็นมรดกทางการเมืองชิ้นสำคัญ แบบที่ไม่มีบุรุษผู้ใดกล้ากระทำอันส่งผลให้เขาได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งรัฐศาสตร์สมัยใหม่เมื่อหามีชีวิตไม่แล้ว หนังสือเล่มนี้จึงได้กลายเป็นแนวคิดทางการปกครองอันลือลั่น ได้รับการแปลเป็นภาษาต่าง ๆ มากมาย เป็นที่กล่าวขานนับแต่ทศวรรษของมาเกียเวลลีเองมาจนตราบถึงทุกวันนี้

 

หนังสือเล่มโปรด Neil deGrasse Tyson

 

"The Art of War" เขียนโดย Sun Tzu

      "ตำราพิชัยสงครามซุนวู : ศิลปะการขาย : Sun Tzu's The Art of War Plus The Art of Sales เล่มนี้ เป็นผลงานของ "แกรี่ แกเกลียดิ"  เหมาะสำหรับเป็นคู่มือในการขายของบรรดาจอมยุทธ์การขาย ที่ต้องการความสำเร็จก้าวหน้า ท่านผู้อ่านคงกำลังสงสัยว่า "ตำราพิชัยสงครามซุนวู" จะสามารถนำมาใช้กับงานขายได้อย่างไร หากจะกล่าวถึงหลักดั้งเดิมของตำราพิชัยสงครามซุนวูนั้น ก็คือความชำนาญในการรบ หรือการทำสงคราม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการวางแผน และการวิเคราะห์ ด้วยเหตุนี้ตำราพิชัยสงครามซุนวู จึงสามารถนำเอาเรื่องของการวางแผน การวิเคราะห์ ในสถานการณ์ต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นด้านการบริหาร ด้านการตลาด และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการขาย หากท่านผู่อ่านต้องการเป็นนักขายที่ยอดเยี่ยมแล้วล่ะก็ หนังสือเล่มนี้เหมาะเป็นอย่างยิ่ง

 

 

หนังสือเล่มโปรด Neil deGrasse Tyson

 

"On the Origin of Species" เขียนโดย Charles Darwin 

        เป็นหนังสือที่เขาอธิบายถึงทฤษฎีวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ซึ่งเป็นผลจากการศึกษาธรรมชาติจากหมู่เกาะกาลาปากอส เนื้อหาพูดถึงทฤษฎีวิวัฒนาการ ซึ่งดาร์วินเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตทั้งหลายเกิดขึ้นตามธรรมชาติและวิวัฒนาการเพื่อดำรงชีวิตรอด ผ่านทางการคัดเลือกโดยธรรมชาติ คือสิ่งมีชีวิตจะต้องต่อสู้ดิ้นรนกับสภาพธรรมชาติรอบตัว สิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงก็จะมีชีวิตรอด แนวคิดนี้ได้ทำลายความเชื่อดั้งเดิมที่ว่ามนุษย์เกิดมาจากพระเจ้า หนังสือเล่มนี้ได้รับความสนใจจนจำหน่ายหมด หลังจากวางแผงไม่นาน ทั้งจากกลุ่มที่นิยมวิทยาศาสตร์ธรรมชาติและกลุ่มที่ปฏิเสธการมีอยู่ของพระเจ้า

 

 

หนังสือเล่มโปรด Neil deGrasse Tyson

 

"Gulliver's Travels" เขียนโดย  Jonathan Swift

      โจนาธาน สวิฟต์ ลงมือเขียน การเดินทางของกัลลิเวอร์(Gulliver’s Travels) ตั้งแต่ปีค.ศ.๑๗๒๐ และอีก ๖ ปีต่อมา เขาก็เสนอต้นฉบับนี้ให้ เบนจามิน มอตต์ ผู้พิมพ์หนังสือในลอนดอน ซึ่งรับงานนี้ไว้ทันที และตีพิมพ์ออกมาในชื่อ Travels into Several Remote Nations of the World. In Four Parts. By Lemuel Gulliver, First a Surgeon, and then a Captain of Several Shipsอันเป็นชื่อที่แท้จริงของหนังสือเล่มนี้

การเดินทางของกัลลิเวอร์ ประสบความสำเร็จทันทีที่วางขาย พิสูจน์ได้จากปรากฏการณ์ที่ฉบับพิมพ์ครั้งที่หนึ่งขายหมดภายในเวลาหนึ่งสัปดาห์ และแม้ปัจจุบัน เวลาจะผ่านมาเกือบสามร้อยปีแล้ว ก็ยังไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่หนังสือเล่มนี้หายไปจากร้านหนังสือทั่วโลกเลย สำนักพิมพ์ต่างๆ ยังคงพิมพ์ซ้ำให้นักอ่านทุกรุ่นได้สัมผัสวรรณกรรมชั้นดีนี้อย่างต่อเนื่อง

      หลายคนยกย่องให้ การเดินทางของกัลลิเวอร์ เป็นวรรณกรรมเสียดสีที่ลุ่มลึกที่สุดเล่มหนึ่งของโลก ที่สะท้อนภาพความจริงทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ วิทยาศาสตร์ การเมือง ฯลฯ ไว้ตลอดเส้นทางที่กัลลิเวอร์ไป ซึ่งใจความสำคัญเหล่านี้ยังคงมีค่าและมีพลังสะกิดให้คนอ่านได้ตระหนักถึงความเป็นจริงบางอย่างในสังคมมาได้จนถึงทุกวันนี้

 

 

 

"The Wealth of Nations" เขียนโดย Adam Smith

     หนังสือ "ความมั่งคั่งของประชาชาติ" เขียนโดย "อดัม สมิธ" (ค.ศ.1723-1790) ถูกตีพิมพ์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1776 ก่อนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาจะประกาศอิสรภาพเพียงแค่ 4 เดือน (ตรงกับยุคสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือพูดอีกนัยหนึ่ง คือ ถูกเขียนมานานกว่า 240 ปีแล้ว) ในยุคนั้น หนังสือเล่มนี้ได้ผ่านสายตาของผู้นำประเทศจำนวนมาก นักคิดผู้ทรงอิทธิพลหลายๆ คน ในหลายๆ ยุคสมัย แม้แต่อภิมหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของโลกอย่างวอร์เรน บัฟเฟต์ ยังเคยกล่าวไว้ในคำนิยมหนังสือวิเคราะห์หลักทรัพย์ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 6 (Security Analysis 6th Edition) ว่า มีหนังสือสี่เล่มที่เขาชื่นชอบมากเป็นพิเศษ แม้ว่ามันจะเก่าแก่แต่ภูมิปัญญาในหนังสือมันยังคงยืนหยัดมาจนถึงในยุคปัจจุบัน และที่สำคัญหนังสือเหล่านี้ยังถือได้ว่าเป็นรากฐานในการตัดสินใจทางธุรกิจของเขาอีกด้วย ซึ่งหนังสือหนึ่งในนั้นก็คือ "ความมั่งคั่งของประชาชาติ" โดย "อดัม สมิธ

 

 

Share: | View : 186