คุยกับ “วรีดา” ถอดรหัสเบื้องหลังนวนิยายดิสโทเปีย “คอนโด...ซ่อนปริศนา Heaven Haven” หรือ “คอนโดคนดี” : รับรางวัลชนะเลิศ รางวัลชมนาด ครั้งที่ 15

คุยกับ “วรีดา” ถอดรหัสเบื้องหลังนวนิยายดิสโทเปีย “คอนโด...ซ่อนปริศนา Heaven Haven” หรือ “คอนโดคนดี”

     “คอนโด...ซ่อนปริศนา Heaven Haven” (ชื่อเดิม “คอนโดคนดี”) ผลงานแนวดิสโทเปียจาก “วีรดา ดีเป็นธรรม” เจ้าของนามปากกา “วรีดา” เพิ่งพิสูจน์ความยอดเยี่ยมด้วยการคว้ารางวัลชนะเลิศ รางวัลชมนาด (Chommanard Book Prize) ครั้งที่ 15 ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันชั้นเชิงการประพันธ์ที่น่าจับตา พร้อมกับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า วรรณกรรมไทยร่วมสมัยสามารถวิพากษ์ความเหลื่อมล้ำและท้าทายโครงสร้างศีลธรรมของสังคมได้อย่างตรงไปตรงมา

 

 

วันนี้ทีมประพันธ์สาส์นจะพาไปพูดคุยแบบเจาะลึกกับ “วรีดา” ผู้เขียนนวนิยายเรื่องนี้ เพื่อสำรวจแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์โลกดิสโทเปีย การเปลี่ยนศีลธรรมให้กลายเป็นตัวเลข และการตั้งคำถามต่อสัญชาตญาณและความย้อนแย้งในจิตใจมนุษย์

 

 

จุดเริ่มต้นของแนวคิด “คอนโดคนดี” มาจากอะไร และอะไรทำให้คุณวรีดาอยากตั้งคำถามกับคำว่า “คนดี” ผ่านนวนิยายเรื่องนี้ คุณวรีดาอธิบายถึงจุดเริ่มต้นว่ามาจากการที่ได้ดูคลิปวิดีโอบน YouTube เกี่ยวกับวิกฤตทรัพยากรโลกที่จะขาดแคลนในอนาคตค่ะ เลยเกิดคำถามว่า หากเกิดการขาดแคลนทรัพยากรขึ้นมาจริง ๆ เราจะใช้เกณฑ์อะไรมาวัดว่า ใครควรได้รับทรัพยากรเพื่อความอยู่รอด หากใช้เงินทองหรืออำนาจเป็นเกณฑ์ ก็จะกลายเป็นการสนับสนุนระบบทุนนิยมที่เอื้อให้เฉพาะคนรวยรอดชีวิต ซึ่งดูไม่ยุติธรรม คุณวรีดาจึงคิดว่ามาตรฐานที่ทุกคนน่าจะยอมรับได้ และทุกคนสามารถทำได้ไม่ว่าจะรวยหรือจน ก็คือ "ความดี" แต่เมื่อพิจารณาให้ลึกลงไป ก็เกิดคำถามต่อว่า "ต้องดีแค่ไหนถึงจะเรียกว่าดี" และนิยามความดีที่แท้จริงคืออะไร จึงเป็นที่มาของการตั้งคำถามผ่านนวนิยายเรื่องนี้ค่ะ

 

ในเรื่องมีระบบ GI (Goodness Index) ที่วัดความดีออกมาเป็นคะแนน ทำไมถึงเลือกใช้ “ตัวเลข” มาเป็นเครื่องตัดสินคุณค่าของคน คุณวรีดาอธิบายว่าถ้าเราใช้เงินหรือความรู้เป็นเกณฑ์ ก็ยังต้องมีตัวเลขเพื่อวัดว่าต้องมีเงินเท่าไหร่ หรือมีปริญญาอะไรจึงจะได้รับทรัพยากร ดังนั้นเมื่อนำ "ความดี" มาเป็นเกณฑ์ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีระบบมาตรวัดเป็นตัวเลขค่ะ หากไม่มีเกณฑ์ตัวเลขมากำกับ เราจะไม่สามารถแยกแยะหรือเปรียบเทียบได้เลยว่าใครเป็นคนดีกว่าใคร ระบบตัวเลขทำให้เกิดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนว่า หากทำดีจะได้คะแนนเพิ่ม แต่ถ้าทำไม่ดีก็จะถูกลงโทษด้วยการลดคะแนน นอกจากนี้ การใช้ระบบตัวเลขหรือกฎเกณฑ์แบบนี้ อาจเป็นผลมาจากพื้นฐานแนวคิดที่เคยเรียนและทำงานเป็นนักบัญชีมาด้วยค่ะ

 

ประโยค “คุณเป็นคนดี...ใช่ไหม?” ปรากฏตั้งแต่ต้นเรื่องและเหมือนเป็นคำถามที่ตามหลอกหลอนตัวละคร คุณวรีดาอยากให้ประโยคนี้ทำงานกับผู้อ่านอย่างไรบ้างคะ ตัวคุณวรีดาตั้งใจสอดแทรกคำถามนี้ไว้ตลอดทั้งเล่ม เพื่อให้มันหลอกหลอนอยู่ในหัวของผู้อ่านค่ะ ต้องการให้ผู้อ่านสมมติตัวเองว่า หากไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกับตัวละคร ผู้อ่านจะตัดสินใจทำอย่างไร และหวังว่าประโยคนี้จะทำให้ผู้อ่านฉุกคิด รวมถึงถามตัวเองก่อนที่จะตัดสินใจเลือกทำอะไรบางอย่างในชีวิตจริงว่า "คุณเป็นคนดี...ใช่ไหม?"

 

เมื่อเจาะลึกถึงมิติของตัวละครอย่าง พิมพ์ดาว เป็นตัวละครที่ต้องเลือกระหว่างการช่วยคนอื่นกับการดูแลแม่ของตัวเอง สำหรับคุณวรีดาเองแล้ว ความดีมีราคาหรือขีดจำกัดหรือไม่คะ ในส่วนนี้คุณวรีดามองว่าทุกการตัดสินใจและการทำความดีล้วนมี "ราคาที่ต้องจ่าย" เสมอ ยิ่งในโลกดิสโทเปียที่ทรัพยากรเหลือน้อย การทำความดียิ่งมีราคาที่ต้องแลกมาสูงขึ้น ส่วนสำหรับคำถามเรื่องขีดจำกัดของความดี ตอบตามตรงว่าตัวเองก็ไม่ทราบคำตอบแน่ชัดค่ะ คุณวรีดายอมรับว่าตัวเองเป็นคนรักครอบครัวมาก จึงไม่แน่ใจเหมือนกันว่าหากต้องไปอยู่ในสถานการณ์จริง จะสามารถตัดสินใจเสียสละเพื่อคนอื่นได้ดีเท่ากับที่ตัวละครทำหรือไม่นั่นเอง

 

ส่วนของสโลแกน “Be Kind. Be Seen.” เหมือนบอกว่า ความดีต้องถูกมองเห็นและถูกบันทึก คุณวรีดากำลังตั้งคำถามกับวัฒนธรรมโซเชียลมีเดีย และพฤติกรรมของมนุษย์ในสังคมปัจจุบันหรือไม่คะ คุณวรีดาตอบว่า ใช่ค่ะ ตั้งใจสะท้อนค่านิยมของสังคมสมัยใหม่ที่มองว่า "การทำอะไรบางอย่างแล้วไม่มีคนเห็น เท่ากับไม่ได้ทำ" จึงกำหนดกฎในโลกอนาคตของนิยายเรื่องนี้ว่า การทำดีจะถือว่าได้ทำก็ต่อเมื่อมีคนอื่นมองเห็น หากทำความดีลับหลังโดยที่ไม่มีใครมองเห็น บุคคลนั้นก็อาจจะไม่ได้รับรางวัลหรือคะแนนจากการกระทำนั้นค่ะ

 

ในคอนโดคนดี สมาชิกสามารถกดโหวตและตัดคะแนนความดีของกันและกัน คุณวรีดาต้องการสะท้อนอะไรเกี่ยวกับการตัดสินคนอื่นด้วยเสียงส่วนใหญ่ และแรงกดดันจากสังคมยังไงบ้างคะ คุณวรีดากล่าวว่า จุดตั้งต้นของเรื่องนี้ไม่ได้ต้องการตั้งคำถามว่าประชาธิปไตยเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีค่ะ เพราะโดยหลักแล้ว การที่ทุกคนมีสิทธิ มีเสียง และสามารถแสดงความคิดเห็นได้เป็นแนวคิดที่ดี เพียงแต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อแนวคิดหนึ่งถูกนำมาใช้จริง ผู้คนอาจมีความเข้าใจและตีความมันแตกต่างกัน รวมถึงนำไปออกแบบหรือใช้ประโยชน์ในรูปแบบที่แตกต่างกันได้

 

 

ในเรื่องจึงนำแนวคิดเรื่องสิทธิในการออกเสียงมาผูกเข้ากับระบบวัดความดี เพื่อชวนตั้งคำถามว่า เมื่อทุกคนมีสิทธิในการตัดสินคนอื่น เราจะออกแบบระบบอย่างไรให้สิทธินั้นถูกใช้อย่างเป็นธรรม และถ้าระบบมีช่องว่างขึ้นมา จะมีใครมองเห็นช่องว่างนั้นและนำไปใช้เป็นเครื่องมือหรือไม่ ดังนั้น สิ่งที่เรื่องต้องการตั้งคำถามจึงไม่ใช่การบอกว่าการตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่เป็นสิ่งผิด แต่เป็นการชวนมองว่า แม้แต่หลักการที่ดูดีในตัวมันเอง เมื่อนำมาใช้ในโลกจริง ก็อาจมีความซับซ้อนมากขึ้น เพราะมนุษย์แต่ละคนมีความคิด ความเข้าใจ และวิธีใช้สิทธิของตัวเองแตกต่างกันค่ะ

 

คำถามต่อมา ในโลกของนิยายเรื่องนี้มีทั้ง AI การเฝ้าระวัง การเก็บข้อมูล และการควบคุมข่าวสาร คุณวรีดามองว่าเทคโนโลยีเป็นตัวร้าย หรือปัญหาที่แท้จริงคือมนุษย์ผู้ควบคุมเทคโนโลยีกันคะ คุณวรีดากล่าวว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยีหรือ AI ยังคงเป็นเพียงเครื่องมือที่มนุษย์ใช้งาน และมนุษย์เป็นผู้ป้อนข้อมูล (Train) ให้กับเครื่องมือเหล่านั้นค่ะ เราต้องรู้จักเรียนรู้ที่จะใช้เครื่องมืออย่างถูกต้อง และไม่ควรพึ่งพาเทคโนโลยีมากจนเกินไป เพราะหากมนุษย์โยนทุกอย่างให้ AI ทำ สมองและศักยภาพของมนุษย์ก็จะไม่ได้รับการพัฒนาและเสื่อมถอยไปตามธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าในอนาคต AI อาจจะฉลาดกว่ามนุษย์ ไม่มีความเป็นกลางเหลืออยู่ และไม่สามารถหยุดยั้งการพัฒนาได้เพราะการแข่งขันของระบบธุรกิจ

 

ในขณะที่คนข้างนอกต้องดิ้นรนเพื่ออากาศสะอาด คนในคอนโดกลับมีทุกอย่างอย่างเหลือเฟือ คุณวรีดาตั้งใจใช้ความแตกต่างนี้พูดถึงความเหลื่อมล้ำและสิทธิในการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างไรบ้างคะ คุณวรีดาสนใจพฤติกรรมความคิดของมนุษย์ และมองว่าความเหลื่อมล้ำนั้นเป็นพื้นฐานที่ฝังอยู่ในจิตใจและเป็นธรรมชาติของสังคมมนุษย์อยู่แล้วค่ะ ยกตัวอย่างจากชีวิตจริงว่า ความเหลื่อมล้ำมีอยู่ทุกที่ แม้กระทั่งในรั้วมหาวิทยาลัยหรือในโรงเรียน (เช่น ระหว่างหลักสูตรอินเตอร์กับหลักสูตรธรรมดา) แม้ความเหลื่อมล้ำในสังคมความจริงอาจไม่ได้แสดงออกชัดเจนเท่าการแย่งชิงอากาศสะอาด แต่ "ความเหลื่อมล้ำในใจ" นี้เองที่เป็นตัวทำให้ผู้คนรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง และแสดงความคิดหรือพฤติกรรมที่แตกต่างกันออกมา

 

 

คุณวรีดากล่าวว่า ตัวละครแต่ละตัวในเรื่องมีความคิดและมุมมองต่อคำว่า “ความดี” แตกต่างกันค่ะ บางคนมีเจตนาดีและต้องการแก้ปัญหาให้ถูกต้อง แต่ด้วยข้อจำกัดบางอย่าง ทำให้ไม่สามารถทำได้อย่างที่ใจต้องการ ซึ่งการที่คนคนหนึ่งไม่สามารถทำในสิ่งที่ถูกต้องได้ทั้งหมด ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็นคนไม่ดีเสมอไป อย่างคุณอรรถ เป็นตัวละครที่เล่นเกมเป็นและเก่งมาก เขามีมุมมองต่อการทำความดีในแบบของตัวเอง และเชื่อว่าวิธีการที่เขาเลือกสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้ ขณะที่ตัวละครบางคนอาจมองเรื่องเดียวกันจากอีกมุมหนึ่ง และเลือกวิธีที่แตกต่างออกไป สิ่งที่อยากให้ผู้อ่านตั้งคำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครเป็นคนดีหรือคนไม่ดี” แต่รวมถึงว่า เราใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสินความดีของคนคนหนึ่ง ระหว่างเจตนา วิธีการ ผลลัพธ์ หรือแม้แต่ภาพลักษณ์ที่สังคมมองเห็น สิ่งเหล่านี้อาจไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกันเสมอไปค่ะ

 

 

หลังจากอ่านคอนโด...ซ่อนปริศนา Heaven Haven จบ ถ้าผู้อ่านจะกลับไปพร้อมคำถามเพียงหนึ่งข้อเกี่ยวกับสังคมของเรา คุณวรีดาอยากให้เป็นคำถามอะไรคะ ในส่วนของคำตอบนั้น คุณวรีดาไม่ได้ต้องการเขียนนิยายเพื่อชี้ชัดหรือยัดเยียดคำตอบว่า ทำแบบไหนถึงจะถูกหรือผิดค่ะ แต่อยากให้ผู้อ่านกลับไปพร้อมกับคำถามและนำไปถกเถียงกันต่อว่า หากตนเองต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่บีบคั้นและกดดันเช่นนั้น จะตัดสินใจเลือกเดินไปในทิศทางใด และคำถามสำคัญที่อยากฝากไว้ให้ผู้อ่านนำไปถามตัวเองก่อนตัดสินใจทำอะไรก็ตามคือประโยคที่ว่า... "คุณเป็นคนดี...ใช่ไหม?"

 

 

การพูดคุยกับ “วรีดา” ในครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นมิติลึกซึ้งเบื้องหลัง “คอนโดคนดี” นวนิยายที่ไม่เพียงแต่นำเสนอโลกดิสโทเปียอันน่าตื่นเต้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นกระจกสะท้อนก้นบึ้งจิตใจมนุษย์ และขีดจำกัดของศีลธรรมในวันที่โลกบีบคั้น สุดท้ายแล้วคำถามที่ว่าคุณเป็นคนดีจริงหรือไม่ อาจไม่ใช่สิ่งที่นิยายต้องการคำตอบสำเร็จรูป แต่มันคือเข็มทิศทางความคิดที่ผู้เขียนตั้งใจฝากไว้ให้พวกเราทุกคนร่วมขบคิดต่อไป

 

 

หากสนใจหนังสือ คอนโด...ซ่อนปริศนา Heaven Haven” (ชื่อเดิม “คอนโดคนดี) สามารถสั่งซื้อได้ที่

Praphansarn Book Online: 

https://bookonline.praphansarn.com/home/detail/679

Shopee: 

https://s.shopee.co.th/20vu9yWjbs

Lazada:

https://www.lazada.co.th/products/15-i16305994827-s127726485469.html?sbucket=y&t=p-iHnWI8Z-s2FPzJcL

Facebook: Praphansarn.com 

https://www.facebook.com/praphansarn

 

Writer

saiixkdy .

หนังสือคือโลกใบใหม่ การอ่านคือการเดินทาง