8 นวนิยายสตรีเอเชีย เข้ารอบ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 : นักเขียนสตรีจากภูมิภาคเอเชีย รวมถึงจีน ฮ่องกง และไต้หวัน

8 นวนิยายสตรีเอเชีย เข้ารอบ Chommanard International Women’s Literary Award 2025

 Chommanard International Women’s Literary Award 2025 คือรางวัลวรรณกรรมระดับนานาชาติ

จัดขึ้นเพื่อยกย่องและสนับสนุนผลงานของ นักเขียนสตรีจากภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียน รวมถึงจีน ฮ่องกง และไต้หวัน ซึ่งนับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้เสียงของผู้หญิงในโลกวรรณกรรมได้ปรากฏอย่างโดดเด่นในระดับสากล รางวัลนี้สะท้อนบทบาทของสตรีผู้มีพลังในการถ่ายทอดมุมมอง ประสบการณ์ และประเด็นทางสังคมผ่านงานเขียนอย่างลึกซึ้ง พร้อมทั้งส่งเสริมศักยภาพของนักเขียนหญิงให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ และต่อยอดสู่การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่สังคมวงกว้าง

 การประกวด Chommanard International Women’s Literary Award 2025 จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่าง ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เพื่อสนับสนุนวงการวรรณกรรมเอเชีย และเชิดชูผลงานสร้างสรรค์จากนักเขียนสตรีทั่วภูมิภาค

  คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วย รศ.ดร. ตรีศิลป์ บุญขจร ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาวรรณคดีเปรียบเทียบ รศ. สุรภีพรรณ ฉัตราภรณ์ ภาคีสมาชิกราชบัณฑิตยสภา สาขาภาษาและวรรณคดีตะวันตก คุณเกศณี ไทยสนธิ นักเขียน นักแปล และคอลัมนิสต์ คุณธีรภัทร เจริญสุข เลขาธิการสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย

 โดยพิจารณาจากคุณค่าทางวรรณศิลป์ ความร่วมสมัย ความลุ่มลึกของเนื้อหา และพลังของเสียงผู้หญิงในบริบทเอเชียจนได้หนังสือทั้ง 8 นวนิยายสตรีเอเชีย เข้ารอบ Chommanard International Women’s Literary Award 2025

 1. The Age of Goodbyes

Author: Li Zi Shu (Malaysia) นักเขียนจากมาเลเซีย เขียนขึ้นจากฉากหลังเหตุจลาจลทางเชื้อชาติครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1969 ซึ่งเป็นบาดแผลสำคัญในประวัติศาสตร์ประเทศ เรื่องเล่าผ่านสามเส้นเรื่องที่เชื่อมโยงกัน ได้แก่ ชีวิตของหญิงสาวชื่อ ตู้ หลีอัน ที่เลือกแต่งงานกับนักเลงเพื่อความอยู่รอดหลังเหตุความรุนแรง เส้นเรื่องของนักวิจารณ์ลึกลับที่วิเคราะห์งานเขียนของผู้หญิงที่มีชื่อเดียวกัน และเส้นเรื่องสุดท้ายที่เล่าในมุมมองคำว่า “คุณ” ซึ่งกำลังเผชิญการสูญเสียแม่และค้นหาความจริงเกี่ยวกับรากเหง้าของตนเอง นวนิยายเล่มนี้สะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความทรงจำส่วนบุคคลกับประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกโดยรัฐ ตั้งคำถามว่าเมื่อเหตุการณ์บางอย่างถูกทำให้เงียบหรือเป็นเรื่องต้องห้าม ผู้คนจะจดจำ อธิบาย และเยียวยาบาดแผลของตนเองได้อย่างไร The Age of Goodbyes จึงเป็นงานวรรณกรรมที่อ่านไม่ยาก แต่ชวนคิดลึกถึงอดีต ตัวตน และความทรงจำของมนุษย์

 2. CHINATOWN

Author: Doan Anh Thuân (Vietnam) นักเขียนชาวเวียดนาม เล่าเรื่องผ่านความคิดภายในของหญิงชาวเวียดนามผู้เป็นครูและแม่เลี้ยงเดี่ยวในกรุงปารีส เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่าย เมื่อรถไฟใต้ดินหยุดเพราะพบกระเป๋าต้องสงสัย แต่ช่วงเวลาสั้น ๆ นี้กลับเปิดพื้นที่ให้ความทรงจำไหลย้อนกลับไปยังอดีต ผู้เล่าเรื่องรำลึกถึงชีวิตวัยเด็กในฮานอย การเรียนในสหภาพโซเวียต และประสบการณ์การใช้ชีวิตในฝรั่งเศสในฐานะผู้อพยพ แก่นสำคัญของเรื่องคือความทรงจำเกี่ยวกับอดีตสามีเชื้อสายจีน–เวียดนามที่หายตัวไปหลังสงครามจีน–เวียดนาม การหายไปของเขากลายเป็นปมที่ผูกโยงความรัก ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์เข้าไว้ด้วยกัน นวนิยายเรื่องนี้สะท้อนความซับซ้อนของชีวิตพลัดถิ่น ความรักข้ามเชื้อชาติ และบาดแผลจากประวัติศาสตร์ ผ่านการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง ทำให้ Chinatown เป็นงานที่ชวนตั้งคำถามถึงความทรงจำ การสูญเสีย และการเยียวยาหัวใจของมนุษย์

 3. Memories of the Memories of the Black Rose Cat

 Author: Veeraporn Nitiprapha (Thailand) นักเขียนประเทศไทย เป็นเรื่องราวมหากาพย์ครอบครัวผู้อพยพชาวจีนในประเทศไทย เล่าผ่านหลายรุ่นคน ครอบคลุมเหตุการณ์สำคัญตลอดศตวรรษที่ 20 สะท้อนการตั้งถิ่นฐาน การปรับตัว และการใช้ชีวิตของครอบครัวหนึ่งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทย แม้ชีวิตของตัวละครจะมีช่วงเวลาแห่งความสุข แต่แก่นของเรื่องกลับชี้ให้เห็นว่าโศกนาฏกรรมในชีวิตมักเกิดจากกิเลสและข้อบกพร่องของมนุษย์เอง เช่น ความโลภ ความอิจฉา ความคาดหวังเกินจริง และการควบคุมอารมณ์ไม่ได้ การตัดสินใจที่ผิดพลาดเพียงครั้งเดียวจึงนำไปสู่ความสูญเสียต่อเนื่อง นวนิยายเรื่องนี้จึงเป็นทั้งเรื่องครอบครัวและการสะท้อนความจริงของชีวิตมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

 4. Mountains More Ancient

 Author: Isna Marifa (Indonesia) นักเขียนอินโดนีเซีย เล่าเรื่องในปี ค.ศ. 1751 ผ่านชีวิตของ “วูลัน” เด็กหญิงวัยเก้าขวบจากเกาะชวา ที่ถูกพรากจากครอบครัวและบ้านเกิดไปยังอาณานิคมเคปในแอฟริกาใต้ พร้อมกับพ่อของเธอในฐานะทาส ท่ามกลางความทุกข์ยากในดินแดนแปลกหน้า วูลันและพ่อยึดมั่นในอัตลักษณ์และความเชื่อแบบชวา พร้อมสร้างสายสัมพันธ์กับชุมชนหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นบรรพบุรุษของชุมชนเคปมาเลย์ นวนิยายเรื่องนี้เปิดเผยประวัติศาสตร์การเป็นทาสของชาวอินโดนีเซียในแอฟริกาใต้ ผ่านเรื่องราวเรียบง่ายแต่สะเทือนใจ ว่าด้วยความรัก ความสูญเสีย และความคิดถึงบ้านเกิด

 5. THE MOUNTAINS SING

 Author: Nguyễn Phan Quế Mai (Vietnam) นักเขียนเวียดชาวนาม เล่าเรื่องชีวิตของครอบครัวเจิ่นผ่านหลายชั่วอายุคน โดยมีฉากหลังเป็นสงครามเวียดนามและความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศ เรื่องราวสะท้อนผ่านสองรุ่นคน ตั้งแต่ชีวิตของย่าที่ต้องพาลูก ๆ หนีจากบ้านในช่วงการปฏิรูปที่ดิน ไปจนถึงหลานสาวที่เติบโตในกรุงฮานอย ท่ามกลางสงครามที่พรากสมาชิกในครอบครัวออกจากกัน นวนิยายถ่ายทอดความเจ็บปวดจากสงครามในมุมมองของชาวเวียดนามเอง พร้อมเน้นย้ำพลังของความเมตตา ความหวัง และสายใยครอบครัวที่ช่วยเยียวยาผู้คนท่ามกลางความสูญเสีย

 6. The Sea Speaks His Name

 Author: Leila S. Chudori (Indonesia) นักเขียนชาวอินโดนีเซีย เล่าเรื่องของ “บีรู เลาต์” นักศึกษานักกิจกรรมที่ถูกลักพาตัวและทรมานพร้อมเพื่อน ๆ ในช่วงการปราบปรามขบวนการนักศึกษา ภายใต้ระบอบเผด็จการของอินโดนีเซีย เรื่องราวถ่ายทอดทั้งมุมมองของผู้ที่ถูกอุ้มหายและครอบครัวที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง โดยเฉพาะน้องสาวของบีรู เลาต์ ที่พยายามตามหาความจริงเกี่ยวกับผู้สูญหาย นวนิยายสะท้อนบาดแผลทางการเมืองและความเจ็บปวดของสังคมอินโดนีเซียในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ พร้อมย้ำถึงความทรงจำ ความยุติธรรม และเสียงของผู้ที่ถูกทำให้เงียบหายไป

 7. Taiwan Travelogue

 Author: Yáng Shuāng-zǐ (Taiwan) นักเขียนชาวไต้หวัน เล่าเรื่องในปี ค.ศ. 1938 ช่วงที่ไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่น ผ่านมุมมองของนักเขียนสาวชาวญี่ปุ่นที่เดินทางมาเยือนไต้หวันและได้พบกับหญิงสาวชาวไต้หวันที่ทำหน้าที่เป็นล่ามและผู้นำทาง การเดินทางเต็มไปด้วยภาพของอาหาร ผู้คน และวิถีชีวิตบนเกาะ ความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวทั้งสองค่อย ๆ พัฒนาเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้ง แต่ถูกขีดจำกัดด้วยสถานะ อำนาจ และบริบทของยุคอาณานิคม นวนิยายเรื่องนี้สะท้อนประวัติศาสตร์ที่ถูกหลงลืม และชี้ให้เห็นว่าอำนาจทางการเมืองสามารถกำหนดและแทรกซึมเข้ามาในความสัมพันธ์ส่วนตัวได้อย่างแยบคาย

 8. Tongueless

 Author: Lau Yee Wa (Hong Kong) นักเขียนชาวฮ่องกง Tongueless เป็นนวนิยายร่วมสมัยที่เล่าเรื่องชีวิตของ “หลิง” หญิงสาวชาวฮ่องกงผู้ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในสังคมที่เต็มไปด้วยการแข่งขัน อำนาจ และความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แม่ของหลิงคาดหวังให้เธอประสบความสำเร็จยิ่งกว่าเดิม แต่หลิงกลับต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากครอบครัวและที่ทำงาน เมื่อฮ่องกงค่อย ๆ ปรับตัวเข้าหาจีนแผ่นดินใหญ่ ภาษาและสถานะทางสังคมกลายเป็นเรื่องสำคัญ หลิงต้องรักษาตำแหน่งของตนเองและรับมือกับคู่แข่งคนใหม่อย่าง “ไหว่” ที่เข้ามาในโรงเรียน นวนิยายเรื่องนี้สะท้อนความทะเยอทะยาน การทรยศ และความสับสนในอัตลักษณ์ของชาวฮ่องกงได้อย่างเข้มข้น ทำให้ผู้เขียนได้รับการยอมรับในฐานะนักเขียนร่วมสมัยที่น่าจับตามอง

 

 นี่คือ 8 เรื่องราวทั้งหมดที่ผ่านเข้ารอบ Chommanard International Women’s Literary Award 2025 นวนิยายจากนักเขียนสตรีเอเชียได้ถ่ายทอดเสียงของผู้หญิงผ่านประเด็นที่หลากหลาย ตั้งแต่สงคราม ความทรงจำ การพลัดถิ่น การเมือง ไปจนถึงการค้นหาอัตลักษณ์และการเยียวยาบาดแผลในประวัติศาสตร์ร่วมสมัย รางวัลนี้ไม่เพียงเป็นเวทีสำคัญที่ยกย่องพลังของนักเขียนหญิงในภูมิภาคเอเชีย แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้อ่านทั่วโลกได้สัมผัสมุมมองที่ลึกซึ้งและเปราะบางของมนุษย์ผ่านงานวรรณกรรมที่ทรงพลัง ใครที่สนใจวรรณกรรมเอเชียร่วมสมัย นี่คือรายชื่อหนังสือที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Writer

The Reader by Praphansarn