Google play App Store

ชนิกา คำเจริญ

เขียนหนังสือให้คนอ่าน ไม่ใช่เขียนเพราะอยากจะเขียน

24 กรกฎาคม 2555

ชนิกา คำเจริญ

สวัสดีค่ะ ห่างหายไปเสียนานกับคอลัมน์คุยนอกรอบ วันนี้เราไปคว้าตัวแอร์โฮสเตสสาวสวย คุณแป้ง (ชนิกา คำเจริญ) ที่หันมาจับปากกาเขียนหนังสือ เล่าถึงเรื่องราวชีวิตกว่าที่จะมาเป็นแอร์โฮสเตสบินลัดฟ้าไปทั่วโลกได้แบบนี้ ใครอยากจะรู้จักแอร์สาวคนนี้ให้มากขึ้น และอยากจะรู้ว่าเธอเขียนหนังสือเล่มนี้ด้วยความยากง่ายแค่ไหน ก็ตามไปอ่านได้เลยค่ะ

เล่าถึงประวัติส่วนตัวสักหน่อย
ชื่อ ชนิกา คำเจริญ เรียกสั้น ๆ ว่าแป้งก็ได้ค่ะ เรียนจบภาควิชาภาษาอังกฤษ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เกียรตินิยมอันดับสอง เคยทำงานเป็น Passenger Service Agent หรือเรียกสั้นแบบคุ้นหูว่า Ground Staff หรือ พนักงานอำนวยความสะดวกภาคพื้นของสายการบิน Lufthansa และ Austrian Airlines ขณะนี้เป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินของสายการบินชาติออสเตรเลียแห่งหนึ่งค่ะ เป็นลูกเรือธรรมดาในยามทำงานปกติและเป็น In-Flight Trainer คอยสอนน้องใหม่ทำงานบนเครื่องในยามที่ถูกมอบหมายหน้าที่

อะไรเป็นแรงบันดาลใจให้มาจับปากกาเขียนหนังสือ
ตั้งใจมาตั้งแต่ก่อนจะเรียนจบว่า ต้องมีหนังสือเป็นของตัวเองให้ได้ แป้งเรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษ แต่วิชาโทคือสารนิเทศศาสตร์หรือบรรณารักษศาสตร์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับหนังสือล้วน ๆ ได้มีโอกาสลงเรียนวิชา Reading/Reader หรือวิชาการอ่านและผู้อ่าน ทำให้แป้งได้รู้ว่าคนไทยยังมีอัตราการอ่านหนังสือน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ น้อยกว่าประเทศญี่ปุ่น อเมริกา หรือแม้แต่ประเทศรอบข้างใกล้ ๆ เรา อย่างมาเลเซีย สิงคโปร์หรือเวียดนาม ทั้ง ๆ ที่นักเขียนดี ๆ หนังสือดี ๆ ในบ้านเราก็มีอยู่เยอะ แต่น่าเสียดายที่คนไทยยังไม่เห็นคุณค่าของการอ่านเท่าที่ควร อยากช่วยส่งเสริมในเรื่องนี้ นอกจากนี้แป้งยังเคยลงเรียนวิชาการอ่านสำหรับเด็กซึ่งจะเรียนเกี่ยวการลักษณะนิสัยการอ่านของเยาวชนตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงการอ่านสำหรับวัยรุ่น ได้มีโอกาสทำหนังสือทำมือเป็นนิทานสำหรับเด็กเล็กสำหรับห้าขวบถึงแปดขวบเองด้วย คิดโครงเรื่องเอง วาดรูปเอง เข้าเล่ม ทำปก ทำทุกอย่างเองหมดเลย ตอนนั้นจำได้ว่า พอทำเสร็จ ภูมิใจมาก ๆ เคยคิดว่าขั้นตอนการออกหนังสือซักเล่มมันต้องยากแน่ ๆ แต่จำได้เลยว่าวันนั้นบอกตัวเองว่า มันไม่ยากเกินไปเลยจริง ๆ หากจะทำหนังสือดี ๆ ซักเล่มหนึ่งออกมา จึงตั้งใจไว้ว่าอย่างน้อย ๆ วันหนึ่งเราจะต้องเขียนหนังสือดี ๆ ที่ช่วยส่งเสริมและแนะแนวด้านอาชีพให้แก่ผู้หญิงซักเล่มเพื่อช่วยส่งเสริมสังคมและนิสัยรักการอ่าน จึงออกมาเป็นหนังสือของแป้งเล่มแรกเล่มนี้ค่ะ

มีผลงานเขียนอื่นๆ มาก่อนหน้านี้ไหมคะ
เป็นคอลัมนิสต์ให้นิตยสารแจกฟรีชื่อ ABLE เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ทั่วโลก แต่หนังสือที่มี ISBN เป็นของตัวเองเลย เนี่ย ยังไม่เคยมี “เส้นทางพิชิตฝัน กว่าจะเป็น...แอร์โฮสเตส” เล่มนี้ถือเป็นเล่มแรก

เป็นคนที่รักการอ่านการเขียนอยู่แล้วหรือเปล่า
ขอสารภาพว่า สมัยก่อน ไม่เคยชอบการเขียนหรือการอ่านเลย แม้แต่นิดเดียว เพราะตัวเองเป็นคนลายมือไม่สวย เคยสงสัยว่าทำไมลายมือมันไม่น่ารักเหมือนของคนอื่น ทั้ง ๆ ที่มือก็เหมือนกัน ปากกาดินสอก็ยี่ห้อไม่ต่างกัน คิดสั้น ๆ ว่ามันไม่ยุติธรรมเลยเนอะ น้อยใจ เลยไม่ชอบการเขียนมาตั้งแต่บัดนั้น จนบัดนี้ก็ยังใช้การพิมพ์ลงคอมพิวเตอร์ หรือวาดภาพ ตัดรูปมาแปะในไดอารี่อยู่ แต่นิสัยการอ่านของแป้งเปลี่ยนไปเยอะมาก ที่สมัยก่อนไม่ชอบเพราะเป็นคนอ่านหนังสือช้ามาก ๆ อ่านแล้วชอบคิดภาพตาม อ่านก็เลยช้าตาม แล้วดันเอ็นท์ฯติดที่ อักษรฯ จุฬา ฯ ด้วย เข้าไปเรียนวันแรกต้องอ่านไตรภูมิพระร่วง รามเกียรติ์ ขุนช้างขุนแผน และวรรณคดีอื่น ๆ ที่กองรวมกันแล้วสูงเท่าบ้าน ท้อมาก เคยคิดว่ามันเสียเวลาไปเยอะกว่าจะอ่านจบหนึ่งเล่ม

เล่าถึงความยากง่ายของการเขียนหนังสือเรื่อง “เส้นทางพิชิตฝัน กว่าจะเป็นแอร์ฯ” เล่มนี้
ด้านเนื้อหาของมันไม่ยากเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่เราเคยผ่านมาแล้ว รู้อยู่แล้วอย่างขึ้นใจ ทำทุกวัน ผ่านประสบการณ์นั้นทุกวัน เหลือแต่เอามาประกอบกันให้เป็นลำดับขั้นที่เข้าใจง่าย แต่สิ่งที่ยากคือต้องมั่นใจว่าข้อมูลที่ส่งออกไปต้องถูกต้องและUpdateที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ เพราะสถานการณ์ในแวดวงการบินมันเปลี่ยนไปทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ปีนี้สายการบินนี้เปลี่ยนคุณสมบัติผู้สมัครอีกแล้ว ก็ต้องเปลี่ยนตามก่อนส่งสำนักพิมพ์ อะไรที่เป็นประสบการณ์ของเราหรือความคิดเห็นของเรา มันก็เขียนง่าย แต่พอมาถึงอะไรที่ต้องตรวจสอบความถูกต้องก็จะลำบากขึ้น ยากขึ้น นอกจากนี้ทางบริษัทยังต้องขอตรวจต้นฉบับก่อนจัดพิมพ์อีกด้วยเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของบริษัท บริษัทเองก็เป็นคนออสเตรเลีย อ่านภาษาไทยก็ไม่ออก 150 หน้า A4 ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษให้อ่าน ตอนนั้นท้อเลย แต่ก็ยอมแปล ใช้เวลาอยู่สองอาทิตย์กว่าจะเสร็จ บิน กิน นอน แล้วก็แปล ตอนนั้นทำอยู่แค่นั้นจริงๆ

จะมีผลงานเขียนให้ได้อ่านกันอีกไหมในระยะนี้
ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้คงยังไม่มีเพราะหนังสือเล่มแรกนี้ให้ไปแบบหมดเปลือก ไม่เหลือหรือกั๊กอะไรไว้เขียนต่อเล่มสองเลย ให้ไปหมดเพราะเราอยากให้มันออกมาดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แต่มีโปรเจคหนังสือเล่มใหม่ ๆ อีกเยอะมาก ต้องใช้เวลารวบรวมข้อมูล วางโครงไว้หนึ่งเล่มแล้ว แต่ต้องค้นคว้าอีกเยอะ คงต้องใช้เวลาซักพักค่ะ

คิดอยากเป็นนักเขียนอาชีพไหม หรือเพราะอยากถ่ายทอดเรื่องราวประสบการณ์ของตัวเองเท่านั้น
อยากเป็นนักเขียนค่ะ เพราะมันเป็นอาชีพอิสระ ได้พัฒนาตัวเองตลอดเพราะต้องค้นคว้าไปด้วย ชอบพัฒนาตัวเองเพราะรู้สึกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดแล้วในการลงทุนทั้งหมดในโลก แต่เล่มแรกนี้ อยากให้มันน่าอ่าน น่าติดตามก่อน จึงนำประสบการณ์ของอาชีพที่ผู้หญิงสนใจและอยากทำมาเขียน คิดว่าน่าจะนำเสนอข้อมูลได้ดีกว่าเขียนอย่างอื่นเพราะเป็นสิ่งที่เราต้องเจอะเจออยู่ทุกวัน อยากเข้าใจระบบของการจัดทำหนังสือออกไปวางในท้องตลาดซักเล่มหนึ่งก่อนแล้วค่อยขยับขยายไปศึกษาและเขียนหนังสือแนวอื่น ๆ ที่อยากจะเขียนต่อ

คิดว่าอาชีพแอร์โฮสเตส ยังเป็นอาชีพที่ได้รับความสนใจอยู่มากเหมือนเดิมไหมคะ
ยังได้รับความสนใจอยู่และยังได้รับการตอบรับที่ดีเสมอเมื่อมีการเปิดรับสมัครค่ะ

ปัจจุบันทำอะไรบ้าง
ตอนนี้ก็เป็นลูกเรือ เลื่อนขั้นเป็น In-Flight Trainer แล้ว สอนลูกเรือใหม่ทำงานบนเครื่องไปด้วยทำงานไปด้วย คอลัมนิสต์แบบ Freelance ของ ABLE ก็ยังทำอยู่บ้าง เก็บเงินซื้อบ้าน วางโครงหนังสือเล่มใหม่ กำลังจะเริ่มทำเว็บไซต์เกี่ยวกับน้องหมาโดยเฉพาะ ชื่อ nongmha.com แต่ยังไม่เสร็จเลย แล้วเลี้ยงน้องหมาข้างถนนค่ะ อันนี้เป้าหมายหลักในชีวิตเลย ทุ่มเทมากกับเรื่องนี้

เทคนิคในการทำงาน ทั้งงานเขียนและงานประจำ
การเขียนหนังสือ เราต้องค้นคว้าให้เข้าใจให้ถ่องแท้ เกี่ยวกับเรื่องที่เราจะเขียนให้มากที่สุดเท่าที่เราทำได้ ต้องผลักดันตัวเองไปสู่ขอบเขตความรู้ใหม่ๆให้ไกลกว่าเดิม รู้เท่านี้แล้วจะเขียนอยู่เท่านี้ไม่ได้ ต้องรู้ให้เยอะขึ้นไปอีก เขียนเกี่ยวกับเรื่องใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยรู้มาก่อนแต่ศึกษาให้เยอะ จะได้พัฒนาตนเองไปพร้อมกับผู้อ่าน แต่ต้องมั่นใจว่าเราค้นคว้ามาอย่างถูกต้องแล้ว ขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านนั้น ๆ แล้วจริง ๆ และท้ายที่สุดต้องตระหนักอยู่เสมอว่า By the end of the book, it’s all about them, the Reader, not the Writer. หนังสือเล่มนี้เราเขียนให้ผู้อ่านอ่าน ไม่ใช่เขียนเพราะก็ฉันอยากจะเขียน ผู้อ่านต้องได้สาระจากหนังสือของคุณด้วย ไม่มากก็น้อย

มองตลาดหนังสือ How to ปัจจุบันเป็นอย่างไร
ยังได้รับการตอบรับดีอยู่เสมอ ในสังคมสมัยนี้ มันวุ่นวายมาก การตัดสินใจหรือจะทำอะไรซักอย่างมันต้องเสียเวลา และเสียค่าใช้จ่าย ทุกคนต้องการการชี้แนะและชี้นำเพื่อให้รู้ว่ามาถูกทางโดยใช้เวลาและค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด

คิดว่าหนังสือ How to แนวไหน ที่ผู้คนให้ความสนใจมากขึ้นในปัจจุบัน
How to ด้านการพัฒนาตนเองและเส้นทางสู่ความสุขทางจิตใจที่ยั่งยืน พวก Path and Journey to Your Inner Peace มาแรงมาก ๆ ค่ะ

หากคิดจะเขียนหนังสือเล่มต่อไป คิดว่าจะเขียนเรื่องอะไรดีคะ
วางโครงไว้แล้วค่ะ คือ How to ด้านการพัฒนาตนเองของผู้หญิงให้กลายเป็นผู้หญิงเพอร์เฟค จะครอบคลุมทุกด้านเลย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเข้าสังคม หน้าที่การงาน ครอบครัว เพื่อน สุขภาพ ความสวยความงามและความรัก

“ทุกคนเขียนหนังสือได้ แต่มีไม่กี่คนที่เขียนหนังสือดี” คิดอย่างไรกับคำพูดนี้คะ
แล้วหนังสือที่ดี คำจำกัดความของมันคืออะไร ต้องกำหนดมาก่อน หนังสือที่ดีหรือได้รับความนิยมสำหรับคนส่วนใหญ่ก็อาจจะไม่เหมาะสมที่สุดสำหรับเรา แป้งคิดว่า ทุกคนสามารถเขียนหนังสือได้ถ้าค้นคว้ามาอย่างเพียงพอ มีการศึกษาอย่างถ่องแท้ และให้ข้อมูลที่ถูกต้อง มีการเรียบเรียงมาอย่างดี สามารถถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการจะสื่อออกมาได้อย่างชัดเจน หนังสือนั้นให้ประโยชน์กับผู้อ่านในทางใดทางหนึ่ง ก็ถือว่านั่นคือหนังสือที่ดีสำหรับแป้งแล้วค่ะ

อยากฝากอะไรถึงผู้อ่านและแฟนๆ เว็บประพันธ์สาส์นบ้างคะ
ตัวอักษรทุก ๆ ตัว คำทุก ๆ คำที่คุณสามารถอ่านและเข้าใจได้ มันมีคุณค่ามากอย่างที่คุณอาจไม่เคยคิด แม้แต่โบรชัวร์ที่เขาแจกให้ตามห้างที่คุณรับมาแล้วขยำทิ้งไปมันก็มีข้อมูลอะไรให้คุณอ่าน ให้คุณได้เรียนรู้ หากคุณเห็นคุณค่าจากสิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้ก่อน โดยไม่เลือกว่ามันเล็กน้อยหรือยิบย่อยเกินไปที่คุณจะเสียเวลาไปอ่านหรือจำ...โดยที่คุณไม่หวังรอแต่ข้อมูลชิ้นใหญ่ที่จะคอยสร้างรายได้ให้คุณอย่างมหาศาลในเวลาอันใกล้นี้ คุณก็จะเป็นคนที่รู้รอบและนั่นคือการลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนโดยการให้เวลา สังเกตและการเห็นคุณค่าจากข้อมูลชิ้นเล็ก ๆ ที่สามารถเจริญงอกงามเป็นสิ่งที่สวยงาม ที่ยั่งยืนและให้ดอกผลกับคุณได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดค่ะ

 

Share: | View : 364