
การบันทึกประวัติศาสตร์และการเปลี่ยนแปลงของเมืองไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในเอกสารจดหมายเหตุหรือตำราวิชาการ แต่ยังสามารถถ่ายทอดผ่านบทกวี ภาพวาด และความทรงจำของผู้คนในชุมชน เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ณ Adamus Café by the River บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านบางพลัด ได้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองทางศิลปวัฒนธรรมในงานเปิดตัวหนังสือ “จิบริมน้ำ (Sip by the River)” ผลงานเขียนเล่มล่าสุดโดย นฤเบศ สมฤทธิ์

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นภายใต้โครงการ “จิบถ้อยคำ Poetry บันทึกสุนทรียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยา” โดยได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (สศร.) กระทรวงวัฒนธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสำรวจรากเหง้า วิถีชีวิต และสถาปัตยกรรมของย่านเก่าริมน้ำ ผ่านงานวรรณศิลป์และทัศนศิลป์ที่สื่อสารได้ทั้งในระดับท้องถิ่นและสากล

บันทึกเมืองริมสายน้ำ จากบางพลัดถึงบางรัก

แกนหลักของหนังสือ “จิบริมน้ำ” คือการลงพื้นที่สำรวจและเก็บบันทึกเรื่องราวของ 10 ย่านประวัติศาสตร์ตลอดโค้งน้ำเจ้าพระยา โดยเริ่มต้นจากย่านบางพลัด ฝั่งธนบุรี ล่องเลาะผ่านย่านเก่าแก่ของกรุงเทพมหานครไปจนถึงบางรัก

แทนที่จะนำเสนอด้วยการอธิบายข้อมูลทางประวัติศาสตร์แบบเส้นตรง หนังสือกลับเลือกใช้วิธีบันทึกภาพตัวแทนของยุคสมัย (Snapshot) ผ่านวิถีชีวิต ความผูกพันของคนในพื้นที่ และร่องรอยทางสถาปัตยกรรมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ การเลือกใช้เส้นทางเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นโครงเรื่องหลัก สะท้อนให้เห็นว่าสายน้ำคือแกนกลางที่เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายกลุ่มชาติพันธุ์และวัฒนธรรมที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานร่วมกันมานับตั้งแต่เริ่มสถาปนาเมือง
สามองค์ประกอบศิลป์ กวีนิพนธ์ ภาพสีน้ำ และภาษาสากล

โครงสร้างของหนังสือถูกออกแบบให้เป็นงานศิลปะร่วมสมัยที่ครอบคลุมการสื่อสาร 3 มิติ ได้แก่
- กวีนิพนธ์ภาษาไทย โดยคุณนฤเบศ สมฤทธิ์ ถ่ายทอดอัตลักษณ์และบรรยากาศของแต่ละย่านด้วยถ้อยคำที่ควบแน่น สื่อสารความรู้สึกและตั้งคำถามถึงความเปลี่ยนแปลงของเมือง
- บทแปลภาษาอังกฤษ ถอดความ โดยคุณเกศณี ไทยสนธิ ซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดบริบททางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และความหมายระหว่างบรรทัดของบทกวีไทยให้ผู้อ่านระดับสากลเข้าใจได้อย่างครบถ้วน
- ภาพวาดประกอบสีน้ำ รังสรรค์ โดยคุณบุลากร จันทรมิตร ทำหน้าที่บันทึกทิวทัศน์ อาคารบ้านเรือน และแสงเงาของริมฝั่งน้ำให้ปรากฏเป็นรูปธรรม ช่วยเสริมความชัดเจนให้กับเนื้อหาในส่วนของกวีนิพนธ์
- การร่วมมือของนักเขียน ศิลปิน และผู้แปล ทำให้หนังสือเล่มนี้ทำหน้าที่เป็นทั้งงานวรรณกรรมและบันทึกทางภาพจดจำของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน

ข้อแลกเปลี่ยนจากเวที “จด จาร ย่านเก่า ริมเจ้าพระยา”

กิจกรรมภายในงานเริ่มต้นด้วยการกล่าวรายงาน โดยคุณงามพรรณ เวชชาชีวะ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของโครงการ และการกล่าวเปิดงานโดยผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ก่อนเข้าสู่เวทีเสวนาในหัวข้อ “จด จาร ย่านเก่า ริมเจ้าพระยา” ดำเนินรายการ โดยคุณพรหมพิริยา พาพรมมี

เวทีนี้เป็นพื้นที่สนทนาข้ามศาสตร์ระหว่างผู้สร้างสรรค์หนังสือ นักวิชาการ และคนในพื้นที่ โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้
- มุมมองการทำงานภาคสนาม โดยคุณนฤเบศ สมฤทธิ์, คุณเกศณี ไทยสนธิ และ คุณบุลากร จันทรมิตร ได้บอกเล่าถึงกระบวนการลงพื้นที่สังเกตการณ์ใน 10 ย่านเก่า ซึ่งต้องทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้บทกวี ภาพวาด และงานแปล สอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน และสะท้อนภาพจริงของชุมชนโดยไม่ประดิษฐ์หรือทำให้เป็นอุดมคติจนเกินไป
- มิติเชิงประวัติศาสตร์ท้องถิ่น โดยคุณภูมิ ภูติมหาตมะ จากสาขาวิชาประวัติศาสตร์ท้องถิ่น คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ได้ให้มุมมองเสริมเกี่ยวกับพัฒนาการของเมืองริมน้ำ โดยชี้ให้เห็นว่าแต่ละย่านในหนังสือล้วนมีพลวัตทางสังคมและเศรษฐกิจที่เปลี่ยนผ่านไปตามยุคสมัย การจดบันทึกผ่านงานศิลปะจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บรักษาความทรงจำสาธารณะ (Public Memory)
- เสียงจากผู้คนริมเจ้าพระยา โดยคุณฟารีดา โยธาสมุทร แขกรับเชิญพิเศษจาก Adamus Café by the River ได้สะท้อนภาพในฐานะผู้อยู่อาศัยและทำกิจกรรมทางธุรกิจในย่านบางพลัด ถึงความผูกพันของคนรุ่นปัจจุบันกับสายน้ำ และความสำคัญของการรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นท่ามกลางการขยายตัวของเมืองใหญ่

จดหมายเหตุความทรงจำในวันที่เมืองเปลี่ยนผ่าน
การจัดงานเปิดตัวหนังสือ “จิบริมน้ำ Sip by the River” ไม่เพียงเป็นการเผยแพร่ผลงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงบทบาทของงานเขียนและภาพวาดในการบันทึกประวัติศาสตร์เมืองภาคประชาชน

ในวันที่โครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาของกรุงเทพมหานครกำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์ริมน้ำไปอย่างรวดเร็ว หนังสือเล่มนี้ได้ทำหน้าที่ "จด" บันทึกสุนทรียภาพของชีวิตริมฝั่ง และ "จาร" รากเหง้าของ 10 ย่านประวัติศาสตร์ไว้บนหน้ากระดาษ เพื่อเป็นหลักฐานทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นต่อไปได้ทำความเข้าใจเมืองที่ตนเองอยู่อาศัยได้อย่างรอบด้านยิ่งขึ้น
