ในโลกยุคดิจิทัลที่ผู้คนอ่านหนังสือผ่านหน้าจอมากขึ้น ความรู้สึกบางอย่างกลับยังคงผูกพันอยู่กับ หนังสือเล่ม อย่างลึกซึ้ง หนึ่งในนั้นคือปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Bibliosmia ซึ่งหมายถึงความชื่นชอบหรือหลงใหลใน กลิ่นของหนังสือ อย่างเด่นชัด จนหลายคนรู้สึกว่าแทบจะ “เสพติด” กลิ่นนั้น
Bibliosmia คืออะไร?
คำว่า Bibliosmia มาจากรากศัพท์ 2 ส่วน ได้แก่
- Biblio- หมายถึง หนังสือ
- -osmia หมายถึง การดมกลิ่น
เมื่อรวมกันจึงหมายถึง “ความสุขจากการดมกลิ่นหนังสือ” ไม่ว่าจะเป็นหนังสือใหม่ที่เพิ่งพิมพ์ออกมา หรือหนังสือเก่าที่ผ่านกาลเวลาและมีกลิ่นกระดาษเฉพาะตัว
Bibliosmia ไม่ได้ถูกจัดเป็นโรคหรือความผิดปกติทางจิต แต่ถือเป็นพฤติกรรมทางประสาทสัมผัส (sensory preference) ที่เชื่อมโยงกับอารมณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกปลอดภัย
ทำไมคนถึงชอบกลิ่นหนังสือ?
1. กลิ่นคือประตูสู่ความทรงจำ
ในเชิงจิตวิทยา “กลิ่น” เป็นประสาทสัมผัสที่เชื่อมโยงกับสมองส่วนลิมบิก (limbic system) ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความทรงจำและอารมณ์ ดังนั้นกลิ่นหนังสือจึงสามารถกระตุ้นความทรงจำได้อย่างลึกซึ้ง เช่น
- ช่วงวัยเด็กที่อ่านนิทาน
- บรรยากาศห้องสมุดโรงเรียน
- ช่วงเวลาอ่านหนังสือเตรียมสอบ
กลิ่นหนังสือจึงไม่ใช่เพียง “กลิ่น” แต่คือ “ความรู้สึก” ที่ย้อนคืนมา
2. หนังสือคือสัญลักษณ์ของความสงบ
สำหรับหลายคน การอ่านหนังสือคือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเงียบ การอยู่กับตัวเอง และความปลอดภัย กลิ่นหนังสือจึงกลายเป็นเหมือน “เครื่องหมายของความสงบ” คล้ายกับกลิ่นกาแฟตอนเช้า หรือกลิ่นฝนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
3. สารเคมีและกลิ่นเฉพาะของกระดาษ
กลิ่นหนังสือใหม่มักมาจากสารประกอบระเหย เช่น หมึกพิมพ์ กาว และกระดาษ ส่วนหนังสือเก่ามีกลิ่นจากการย่อยสลายของเซลลูโลสและลิกนิน ทำให้เกิดสารบางชนิด เช่น vanillin ซึ่งให้กลิ่นคล้ายวานิลลาอ่อน ๆ จึงไม่น่าแปลกที่หลายคนรู้สึกว่า “หนังสือเก่ากลิ่นหอม” อย่างมีเอกลักษณ์
4. Bibliosmia ในฐานะ “พิธีกรรม” ของนักอ่าน
นักอ่านจำนวนมากมีพฤติกรรมร่วมกัน เช่น
- เปิดหนังสือใหม่แล้วดมทันที
- รู้สึกว่ากลิ่นหนังสือคือส่วนหนึ่งของประสบการณ์การอ่าน
- มองว่าหนังสือไม่สมบูรณ์หากไม่มี “กลิ่น”
สิ่งนี้สะท้อนว่าการอ่านไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงข้อมูล แต่เป็นประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและอารมณ์
5. การต่อต้านโลกดิจิทัลอย่างไร้รูปธรรม
ในยุคที่ทุกอย่างอยู่บนหน้าจอ กลิ่นหนังสือคือสิ่งที่ “จับต้องได้” และ “จริง” มากกว่า Bibliosmia จึงอาจเป็นรูปแบบหนึ่งของความโหยหาความเป็นมนุษย์ (human nostalgia) เป็นการยืนยันว่าหนังสือเล่มยังมีชีวิต มีตัวตน และมีสัมผัสทางกายภาพที่เทคโนโลยีแทนไม่ได้
Bibliosmia เป็นการเสพติดจริงหรือไม่?
แม้หลายคนจะพูดติดตลกว่า “ติดกลิ่นหนังสือมาก” แต่ในความเป็นจริง Bibliosmia ไม่ถือเป็นการเสพติดแบบสารเสพติด แต่ใกล้เคียงกับ
- ความผูกพันทางอารมณ์
- ความเคยชินเชิงประสาทสัมผัส
- ความสุขเล็ก ๆ ที่สมองสร้างเป็นรางวัล
ตราบใดที่ไม่กระทบชีวิตหรือสุขภาพ เช่น ดมหนังสือจนเกิดอาการแพ้ฝุ่นหรือเชื้อรา ก็ถือว่าเป็นพฤติกรรมปกติ
บทสรุป: กลิ่นหนังสือคือความสุขที่มากกว่ากระดาษ
Bibliosmia สะท้อนว่ามนุษย์ไม่ได้อ่านหนังสือเพื่อ “ข้อมูล” เท่านั้น แต่เพื่อ “ประสบการณ์” ที่เชื่อมโยงกับความทรงจำ ความรู้สึกปลอดภัย และความเป็นตัวตน
กลิ่นหนังสือจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย หากแต่เป็นเครื่องเตือนว่า หนังสือเล่มยังคงเป็นพื้นที่ทางใจที่เทคโนโลยีไม่อาจแทนที่ได้ทั้งหมด