ทำด้วย vs. ทำเดี่ยว : ถ้าบริษัทมี AI ฉันจะโดนไล่ออกไหม : ฉันเป็นพนักงานเก่า ส่วนเขาเป็นพนักงานใหม่ ฉันคือสาวน้อยมีหัวใจ ส่วนเขาคือเอไอผู้เย็นชา

ทำด้วย vs. ทำเดี่ยว : ถ้าบริษัทมี AI ฉันจะโดนไล่ออกไหม

        ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกตั้งแต่หลายปีก่อน ทว่าเพิ่งสร้างชื่อเสียงสนั่นโลกได้เมื่อไม่นานมานี้ด้วยการเปิดตัว ChatGPTโดย OpenAI  คลื่นรังสีอิเล็กทรอนิกส์ช็อกเวฟที่ปะทุขึ้นใหม่ได้สั่นสะเทือนแทบทุกวงการในระดับสากล ราวกับว่าเจ้าแชตบอตสุดฉลาดตัวนี้ถือไม้ไล่ตีคนหัวช้าล้าสมัยไปทีละราย เสร็จแล้วก็ต่อด้วยการผลักพนักงานที่นั่ง ๆ นอน ๆ รอกินเงินเดือนจนหล่นจากเก้าอี้

        เรียนรู้จากคลังข้อมูล พร้อมสืบสานพัฒนาต่อด้วยชุดคำสั่ง แนวทางการปฏิบัติหน้าที่ของ ChatGPT ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้งานส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย แชตบอตตัวนี้สามารถทำได้ตั้งแต่การเขียนเรซูเม่และโคฟเวอร์เลตเตอร์หรือจดหมายแนะนำตัว ตลอดจนการสร้างสรรค์ไอเดียสดใหม่และรูปภาพพิเศษสำหรับตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานแต่ละคนโดยเฉพาะ ซึ่งส่งแรงกระเพื่อมถึงแวดวงการจัดการทรัพยากรบุคคล เนื่องจากพนักงานในแผนกข้างต้นจำเป็นต้องปรับตัวให้ตามทันเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่เสมอ

        เมื่อบริษัทอื่นเริ่มพัฒนาแชตบอตที่คล้ายคลึงกันออกมามากขึ้น วงการเทคโนโลยีของโลกจะมั่นคงแข็งแรงขึ้นตามไปด้วย ปัญญาประดิษฐ์เหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมประสิทธิภาพความสามารถของมนุษย์ ซึ่งจะมอบผลประโยชน์มหาศาลให้แก่เศรษฐกิจในลำดับต่อไป

 

ก้าวข้ามขีดจำกัดทางความคิด

        ทักษะสำคัญของ ChatGPT คือการปฏิบัติหน้าที่เสมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัว หนึ่งในผู้อำนวยการมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด นาม Carl Benedikt Frey กล่าวว่า มันช่วยคุณระดมความคิดและสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ ได้คุณอาจเริ่มสอนให้แชตบอตรู้จักการโต้แย้งข้อบกพร่องในวิทยานิพนธ์ก่อน แล้วค่อยสั่งให้เขียนบทคัดย่อ จากนั้นก็สั่งให้เขียนทวีตหรือโพสต์โซเชียลมีเดียต่อ เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์วิทยานิพนธ์สุดหรูหราฟู่ฟ่าสู่สายตาสาธารณชน

 

        ผู้ใช้งานบางคนอาจตั้งความคิดของตัวเองเป็นแก่นหลักแล้วให้ AI ช่วยเจียระไนความคิดนั้นต่อ โดยไม่ได้มอบหมายภาระงานทุกสัดส่วนให้เทคโนโลยีรับผิดชอบ เหมือนเช่นที่หนึ่งในศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย นาม Ethan Mollick ได้กล่าวไว้ว่าผมคิดไอเดียใหม่ ๆ เองได้ตลอดเวลาอยู่แล้ว แค่อยากให้ AI ช่วยตบเข้าที่สักหน่อย มันสรุปข้อมูลได้ดีมากนะครับ ถือเป็นผู้ช่วยที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งเลย

        ศักยภาพของผู้ใช้งานจะแสดงออกอย่างถึงขีดสุดเมื่อพวกเขากล้าก้าวออกจากกรอบความคิดเดิม ๆ มาพร้อมกับความช่วยเหลือจากแชตบอต ไม่ว่าจะเพื่อต่อยอดความลื่นไหลของการทำงานหรือเพื่อยกระดับโปรเจคใหญ่ให้สุดยอดยิ่งขึ้นไปอีก

 

ก้าวข้ามขีดจำกัดในการเขียน

        ไม่มีใครเกิดมาสมบูรณ์แบบ ต่อให้ตั้งใจตรวจทานผลงานซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร พอกลับมาดูใหม่อีกครั้งก็จะเห็นจุดบกพร่องอยู่ดี กระนั้น AI กลับแตกต่างออกไป เทคโนโลยีสามารถตรวจจับจุดผิดพลาดได้แม่นยำกว่าสายตามนุษย์ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การพิมพ์ข้อความนิ้วเบียดหรือคีย์โค้ดคอมพิวเตอร์ตกหล่น แต่แชตบอตสามารถแก้ไขอคติบางประการที่ผู้เขียนไม่รู้ตัวว่าเผลอผสมลงไปในผลงานได้อีกด้วย

        ถึงเช่นนั้น AI กลับยังคงห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบ เพียงมอบประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ในฐานะตัวช่วยขยายมุมมองและเปิดมิติใหม่ในการทำงาน เนื่องจากความคิดและการตัดสินใจของพนักงานอาจวนเวียนอยู่กับประสบการณ์ส่วนตัวของพวกเขาเอง ทว่า AI จะนำข้อมูลความรู้จากศาสตร์หลากหลายแขนงมาใช้ประกอบการสรุปผล

        อย่างไรก็ตาม หนึ่งในศาสตราจารย์ของ Utrecht University School of Economics (U.S.E.) นาม Anna Salomons ยืนยันชัดเจนว่า ความรวดเร็วของ AI ไม่มีทางแทนที่ความชำนาญของมนุษย์ได้ เพราะเมื่อมอบหมายให้ AI วินิจฉัยประเด็นใดประเด็นหนึ่ง ผู้ตรวจทานหลังจากนั้นก็ต้องเป็นมนุษย์อยู่ดี สิ่งที่ AI ทำคือแค่ช่วยประหยัดเวลาเท่านั้นเอง

        ทั้งนี้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ล้วนคิดค้นขึ้นเพื่อตรวจจับข้อผิดพลาดอันเกิดจากมนุษย์ ในขณะนี้ ChatGPT และแชตบอตอื่น ๆ กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา เมื่อวันสำคัญในอนาคตเดินทางมาถึง  AI จะยิ่งเฉลียวฉลาดแหละเก่งกาจรอบด้านมากกว่านี้

 

ก้าวข้ามความกลัวที่มีต่อ AI

         เสี่ยงโดน AI แย่งงานคือประเด็นร้อนที่ถกเถียงกันมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะพิจารณาด้วยเหตุผลใด ประเด็นดังกล่าวก็เป็นจริงทั้งสิ้น Goldman Sachs รายงานว่า AIอาจปฏิบัติหน้าที่แทนพนักงานประจำได้มากถึง 300 ล้านตำแหน่ง แต่ในขณะเดียวกัน ผู้เชี่ยวชาญหลายคนก็ยืนยันว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ไม่มีเหตุให้ต้องเป็นกังวลเร็วเกินเหตุ กระนั้นก็ใช่ว่าจะมีเฉพาะเพียงผลเสีย เพราะการมาถึงของ AI เป็นผลให้เกิดอาชีพและโอกาสแสดงศักยภาพใหม่ ๆ อีกมากมาย เช่นเดียวกับยุคสมัยที่รถยนต์และคอมพิวเตอร์ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกบนโลก อุตสาหกรรมเครื่องจักรมีอิทธิพลอย่างสูงต่อสังคมโลกเสมอ งานวิจัยในปีค.. 2021 พบว่ามากกว่า 60% ของอาชีพในปัจจุบันไม่เคยมีมาก่อนในช่วงปีค.. 1940

        ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถือเป็นสัญญาณที่ยอดเยี่ยมสำหรับทั้งวงการการทำงาน  AI เริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการวิเคราะห์ข้อมูลและการใช้เทคโนโลยี  World Economic Forum ประจำปีค.. 2023 เรื่องแนวโน้มอาชีพในอนาคต แสดงให้เห็นว่ากลุ่มอาชีพเกี่ยวกับ AI และ Machine Learning คือกลุ่มอาชีพที่เติบโตเร็วที่สุด

 

        การทำงานร่วมกับ AI ไม่ได้น่าหวาดกลัวอย่างที่หลายคนคิดอคติ เพียงลองเริ่มต้นแล้วอาจสานต่อกระบวนการต่อไปได้อย่างลื่นไหล ในเมื่อ AI มีหน้าที่ผลักดันความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน หมายความว่าถ้าปล่อยให้ตัวเองล้าสมัยเพิ่มขึ้นอีกวันแล้วอาจถูกทุกคนรอบข้างทอดทิ้งไว้เบื้องหลังไกลลิบ ทว่าหากตามหาจุดร่วมกันระหว่างผู้ใช้งานและ AIพบ ผลลัพธ์หลังจากนั้นอาจก้าวกระโดดไปไกลกว่าที่เคย

        ทุกคนทราบดีว่า AI มีประสิทธิภาพสูง แต่ประสิทธิภาพสูงสุดของมันอยู่ที่จุดใด บรรดาผู้เชี่ยวชาญมากมายต่างคาดหวังให้ AI ในอนาคตนำทัพแนวทางใหม่ในการทำงาน ซึ่งหมายถึงโลกที่เต็มไปด้วยความคิดแสนบรรเจิดเกินความคาดหมาย

 

แหล่งข้อมูล

Workplace AI: How artificial intelligence will transform the workday: https://www.bbc.com/worklife/article/20230515-workplace-ai-how-artificial-intelligence-will-transform-the-workday

Writer

The Reader by Praphansarn