Google play App Store

10 หนังสือสะเทือนใจ

จากปลายปากกาฆาตกร ตอนที่ 1

17 พฤศจิกายน 2558

10 หนังสือสะเทือนใจ

“ฆาตกรต่อเนื่อง” ใครได้ยินคำนี้สิ่งแรกที่นึกถึงคงไม่พ้นความโหดเหี้ยม รุนแรง เลือดเย็นของคนเหล่านี้ เราไม่อาจรู้ได้เลยว่าจิตใจพวกเขาทำไมถึงโหดร้ายขนาดนั้น คนที่เขาฆ่านั้นทำผิดร้ายแรงขนาดไหน เขามีเหตุผลอะไรในการตัดสินชีวิตของคนๆ นึงให้จบลงแบบนี้

แต่เมื่อ “ฆาตกรต่อเนื่อง” เหล่านี้ได้หันมาถ่ายทอดความเป็นฆาตกรต่อเนื่องให้คนทั่วไปได้รับรู้ถึงผ่านตัวหนังสือ เราจะพาไปดูกันว่ามีใครบ้างที่ออกมาเขียนหนังสือเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง และพวกเขาเหล่านั้นจะเขียนอะไรลงไปบ้าง

 

Zekka

 

Zekka ค.ศ. 2015
เซโตะ ซะกะกิบะระ นามแฝงของฆาตกรต่อเนื่องชื่อดังในญี่ปุ่น ปี ค.ศ. 1997 อายุแค่ 14 เขาฆ่าเด็กไปสองคนและทำร้ายจนบาดเจ็บหนักอีกสาม เขาถูกจับข้อหาฆ่าจุง ฮะเซะ วัย 11 ปี และนำศีรษะไปซ่อนไว้ที่ทางเข้าของโรงเรียน หลังถูกจับกุม เจ้าตัวสารภาพเพิ่มเติมว่าได้ฆ่า อายะกะ ยามาชิตะ วัย 10 ปี ต่อมาวันที่ 11 มีนาคม ค.ศ. 2004 กระทรวงยุติธรรมญี่ปุ่น มีคำสั่งให้ปล่อยตัวฆาตกรวัยรุ่นผู้นี้ เป็นการชั่วคราว และวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2005 ก็ได้ปล่อยตัวเป็นการถาวร โดยยังเก็บชื่อจริงนามสกุลจริงเอาไว้เป็นความลับจนวันนี้ ณ ขณะปล่อยตัว ฆาตกรอายุได้ 22 ปี

หนังสือเรื่อง Zekka นำเสนอประวัติของเซโตะอย่างละเอียด เขียนโดยเจ้าของเรื่องเอง เมื่อออกวางขายก็ถูกต่อต้านอย่างรุนแรง เพราะไม่มีการแจ้งครอบครัวของเจ้าตัว หรือครอบครัวของเหยื่อก่อน เซโตะ ผู้เขียนอ้างว่าได้ส่งหนังสือพร้อมคำขอโทษไปให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้วแต่ไม่มีใครรู้ว่าจริงหรือไม่ ในหนังสือเจ้าตัวพูดถึงตัวเองว่า ช่วงวัยรุ่นเป็นคนชอบเรื่องเซ็กส์มาก ชนิดที่เรียกว่าหมกมุ่น ต่อมาเกิดเบื่อจึงหันมาทำกิจกรรมฆ่าแมวแทน และในที่สุดก็นำไปสู่การฆ่าคน

มาโมรุ ฮาเซะ พ่อของ จุง ฮะเซะ เด็กชายผู้เสียชีวิตออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เขาไม่เห็นด้วยกับการตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ แต่คำร้องของเขาตกไป เซโตะได้สิทธิ์ในการตีพิมพ์และขายหนังสือ และยังยืนยันที่จะไปต่อ อย่างร็ตามเขาได้จ่ายเงินค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิต เป็นเงินทั้งหมด 1.6 ล้านเหรียญ (ราวๆ 56 ล้านบาท)

 

The Trinity OfSuperkidds

 

The Trinity OfSuperkidds ค.ศ.2010
ชาร์ลส์ เคมโบ ถูกจับข้อหาฆาตกรรมคน 4 คน (ภรรยา, เพื่อนร่วมงาน, แฟน และลูกเลี้ยงสาว) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นช่วงปี ค.ศ.2002-2005 ในปี ค.ศ.2003มาร์กาเร็ต ภรรยาของเขาหายตัวไปเป็นคนแรก ต่อไปในเดือนพฤศจิกายน อาร์ดอน ซามูเอล เพื่อนร่วมงาน ถูกพบศพที่สวนสาธารณะในแวนคูเวอร์ สภาพถูกบีบคอและตัดอวัยวะเพศออก เหยื่อรายต่อมาคือแฟนของเขา สุ่ยหยินหม่า ศพถูกยัดไว้ในถุงฮอกกี้ แล้วนำไปทิ้งแถวๆ ริชมอนด์ เหตุการณ์สุดท้าย เกิดขี้นในเดือนกรกฎาคม ค.ศ.2005ริต้า หยัง ลูกเลี้ยงสาววัย 20 ปี พยานพบศพในถังขยะแถวๆ ริชมอนด์ หลังจากนั้นไม่กี่วัน ชาร์ลส์ เคมโบ ถูกจับกุมตัว ทุกวันนี้ เขายังคงอยู่ในคุก

สำหรับหนังสือเรื่อง The Trinity ofSuperkids: Book One: Quest for Waterผลงานภายใต้นามปากกา J.D Bauer จริงๆ แล้ว เป็นผลงานของเคมโบ หนังสือยาว 372 หน้า พิมพ์เองขายเองกับเว็บไซต์อะเมซอน ในช่วงปี ค.ศ.2010 ขณะนั้นเคมโบอยู่ในช่วงขึ้นศาล ในเดือนมิถุนายน คดีจึงสิ้นสุด และเขาถูกส่งไปเข้าคุก เจ้าตัวเองก็ให้สัมภาษณ์ว่า เขาน่ะแหละที่เป็นคนเขียนหนังสือเล่มนี้ แต่ที่น่าตกใจมาก คือเนื้อหาของหนังสือ พูดถึงเรื่องปัญหามลพิษทางน้ำ และการเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็กวัยรุ่น ว่ากันว่าเคมโบเปรียบเทียบหนังสือของเขาว่าคล้ายกับ แฮรี่ พ็อตเตอร์...!!! อย่างไรก็ตาม ผลตอบรับไม่ดีย่างที่เคมโบหวัง นักวิจารณ์ในเว็บให้คะแนนเฉลี่ยเพียงแค่ 2 จาก 5 ดาวเท่านั้น

 

 

Final Truth ค.ศ.1993
ฆาตกรคนนี้มีนามแฝงว่า Pee Wee Gaskinsเขาตัวเล็กมาก สูงแค่ 163 ซม. เท่านั้น ชื่อจริงของเขาคือ โดนัลด์ แกสคินส์ เป็นหนึ่งในฆาตกรต่อเนื่องในตำนาน เขาสารภาพว่าฆาตกรรมเหยื่อ 13 ราย ด้วยวิธีหลากหลาย ทั้งกดให้จมน้ำ แทงให้ตาย หรือยิงด้วยปืน หลังฆ่าเสร็จ ก็นำศพไปฝังไว้ยังสุสานแถวๆ เซาธ์คาโรไลน่า จำนวนเหยื่อที่เจ้าหน้าที่ค้นพบมีแค่ 13 ราย ทว่าในหนังสือชีวประวัติที่แกสคินส์เขียน เจ้าตัวอ้างว่าฆ่าคนไปมากถึง 110 คน เหยื่อหลายคนก็ยังเป็นเด็กวัยเตาะแตะ ซึ่งเขาข่มขืนก่อน จากนั้นก็ฆ่าอย่างทารุณ...

ในปี ค.ศ.1991 เขาถูกตัดสินประหารชีวิตด้วยวิธีนั่งเก้าอี้ไฟฟ้า ข้อหาฆาตกรรมรูดอล์ฟ ไทเนอร์ แกสคินส์ เปิดเผยว่าลูกชายของไทเนอร์ เป็นผู้ว่าจ้างให้เขาฆ่าพ่อของตัวเอง วิธีของแกสคินส์คือ ส่งวิทยุที่ข้างในใส่ระเบิดไว้ให้เหยื่อในหนังสือ Final Truth พูดถึงความรู้สึกและวิธีการที่เขาใช้ในการฆาตกรรม

 

The Strange Case Of Dr. H.H. Holmes

 

The Strange Case Of Dr. H.H. Holmes ค.ศ. 2005
เฮอร์แมน มัดเจ็ตต์ หรือฉายา Dr. H.H. Holmes ฆาตกรต่อเนื่องชาวสหรัฐฯ ที่สารภาพว่าเขาฆ่าคนไปมากถึง 27 คน (แต่ตำรวจเชื่อว่าจำนวนที่แท้จริงอาจสูงถึง 200 คน) ในวันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 1896 เขาถูกตัดสินให้ประหารชีวิต และถูกแขวนคอในวันที่ 7 พฤษภาคม ปีเดียวกัน

ประวัติการฆ่าของมัดเจ็ตต์นั้นโหดร้ายและได้รับการวางแผนอย่างพิถีพิถัน หลังจากย้ายถิ่นฐานมาที่ชิคาโก้ เขาซื้อตึกแถวทั้งบล็อค ปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นโรงแรม หลังจากนั้นมันก็กลายเป็น “ปราสาทฆาตกร” ของเขา โรงแรมนี้เปิดให้บริการในปี ค.ศ. 1893 หลังจากตรวจสอบแล้ว มีหลายห้องมากที่ไม่มีหน้าต่างและสามารถล็อกจากด้านนอกได้ ห้องโถงเดินไปเดินมากลายเป็นทางตัน บันไดขึ้นไปไหนก็ไม่รู้ ประตูเปิดออกมาไม่มีห้อง และห้องบางห้องก็ไม่มีประตู ทางลาดเอียงที่ทำจากไม้ และที่น่ากลัวที่สุดคือห้องใต้ดินที่มีขนาดแค่เท่าตัวคนหนึ่งคนเท่านั้น ห้องบนชั้นสามเก็บเสียงได้ และได้มีการต่อท่อแก๊สขนาดใหญ่เพื่อรมควันให้เหยื่อหายใจไม่ออกตาย ตำรวจพังเข้าไปหลังกำแพง และพบโต๊ะแล่เนื้อ กระดูก เสื้อเปื้อนเลือด และเตาเผาศพ ต่อมาในช่วงเทศกาล World’s Fair ผุ้คนมากมายเข้าพักที่โรงแรมแห่งนี้ และส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงสาว ซึ่งต่อมาถูกฆาตกรรมในที่สุด

The Strange Case Of Dr. H.H. Holmesรวบรวมคำสารภาพของมัดเจ็ตต์เอาไว้ คดีมากมายและโหดร้ายชนิดคาดไม่ถึง ถ้าอยากรู้เรื่องของเขาต่อ ก็ลองไปหาหนังสือเพิ่มเติมได้ มีอีกสองเล่มได้แก่ Holmes’ Own Story (ค.ศ. 1895) เล่าประวัติของเขาเองทั้งเรื่องราวชีวิตสมัยเด็ก และสิ่งที่เขาได้พบเจอมาตลอดชีวิต อีกเล่มก็คือ The Confession of H.H. Holmes (ค.ศ. 1896) มัดเจ็ตต์เขียนเองทั้งหมด และบอกว่าเป็นคำสารภาพของเขาเอง

The Gates Of Janus

 

The Gates Of Janus (ค.ศ. 2001)
เอียน เบรดี้ และ ไมร่า ไฮนด์เลย์ คู่สามีภรรยาฆาตกรถูกจับในปี ค.ศ. 1966 ข้อหาฆาตกรรมเด็กสามราย พวกเขาให้สารภาพเพิ่มว่าฆ่าไปอีกสอง เหยื่ออยู่ในวัย 10 – 17 ปี หลายคนถูกข่มขืน และสามคนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบถูกฝังร่างไว้ที่แซดเดิ้ลเวิร์ธ มัวร์

เดวิด สมิธ พี่เขยของไมร่า ตัดสินใจโทร. แจ้งตำรวจ หลังถูกทั้งคู่ชักชวนเข้ากลุ่มร่วมฆาตกรรม ตอนแรกเขาไม่เชื่อว่าเบรดี้จะฆ่าคนได้ แต่เบรดี้พิสูจน์ให่เขาเห็นด้วยการฆ่า เอ็ดเวิร์ด อีแวนส์ ด้วยการฟันด้วยขวาน จากนั้นก็บีบคอจนตาย ตำรวจตรวจพบศพของอีแวนส์และอาวุธที่ใช้ในการฆ่ากรรม ไม่กี่วันต่อมาพวกเขาพบกระเป๋าสองใบทิ้งไว้ที่สถานีรถไฟกลางของแมนเชสเตอร์ ภายในคือภาพนู๊ดของเหยื่อ พร้อมเทปเสียงคำอ้อนวอนขอชีวิตระหว่างถูกทำร้ายร่างกาย หลังจากตรวจสอบภาพแล้ว ตำรวจแกะรอยไปพบศพของเหยื่ออีกคนที่ถูกฝังอยู่ที่แซดเดิ้ลเวิร์ธ

ผู้เขียนหนังสือคือ เบรดี้ เขาอ้างว่าต้องการให้คนอ่านเข้าใจจิตใจของฆาตกร เบรดี้เขียนถึงทฤษฎีเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่องมากมาย โดยอ้างว่า ผู้อ่านจะได้รู้ว่าฆาตกรสมัยนี้ไปถึงไหนแล้ว และพวกฆาตกรมีแผนการอะไรในใจ เขายังเขียนอ้างอิงถึงฆาตกรต่อเนื่องคนอื่นๆ เช่น เท็ด บันดี้ และ จอร์น เวย์น เกซี่ ด้วย

 

ขอบคุณที่มา : http://www.dek-d.com/writer/39024/

Share: | View : 403