หนังสือเล่มโปรดของ แม็กซ์ เจนมานะ

หนุ่มหล่อเสียงนุ่มน่าฟังจากการประกวดเวทีเดอะว๊อยซ์

07 กุมภาพันธ์ 2561

หนังสือเล่มโปรดของ แม็กซ์ เจนมานะ

"วันหนึ่งฉันเดินเข้าป่า" หากร้องเพลงนี้ขึ้นมา ณ ตอนนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จัก ' แม็กซ์ เจนมานะ ' หนุ่มหล่อเสียงนุ่มน่าฟังจากการประกวดเวทีเดอะว๊อยซ์ นอกจากความสามารถด้านการร้องเพลงแล้ว หนุ่มแม็กซ์ยังเป็นนักอ่านมาตั้งแต่เด็ก อาชีพนักเขียนคือความฝันตั้งแต่เด็ก ยิ่งเมื่อครั้งไปใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก หรือเดินทางท่องเที่ยวต่างแดนบ่อยๆ เขามักจะเดินเข้าร้านหนังสือในต่างประเทศ ซึ่งเป็นขุมทรัพย์และเป็นไอเดียในการสร้างงาน ไปจนกระทั่งได้ต่อยอดทางความคิดในการใช้ชีวิตอีกด้วย ด้วยนิสัยรักการอ่านนี่เองทำให้หนุ่มแม็กมีผลงานเขียนของตัวเองนั่นคือ Strange to meet you 21 ความเรียงเสียงเพี้ยน เมื่อคนแปลกหน้าเข้ามาเปลี่ยนชีวิตและ THE BOY WHO NEVER GROWS เด็กไม่รู้จักโต ส่วน แนวหนังสือทีชอบอ่านคือแนววรรณกรรม ส่วนนักเขียนที่ชอบมากที่สุดคือ โรอัลด์ ดาห์ล เจ้าของผลงานสุดบรรเจิดเรื่อง Charlie and the chocolate factory

 

หนังสือเล่มโปรด แม็ก เจนมานะ

 

Roald Dahl ( ค.ศ. 1916-1990)  เป็นนักเขียนวรรณกรรมเยาวชนที่ครองใจผู้อ่านมายาวนาน นักเขียนชาวเวลส์ผู้มีชื่อเสียง จากการเขียนเรื่องสั้น เนื้อหาหมิ่นเหม่ศีลธรรมและเขียนหักมุมอย่างมีชั้นเชิง กับเรื่องเด็กขำขันแต่น่าขนลุก ดาห์ลเกิดในแคว้นเวลส์ ครอบครัวของเขามีเชื้อสายนอร์เวย์ ชื่อของเขาออกเสียงตามภาษานอร์เวย์ว่า "รู-ออล" บิดาเป็นนายหน้าเรือสินค้าผู้ประสบความสำเร็จ แต่มาด่วนเสียชีวิตเมื่อดาห์ลอายุได้เพียงสี่ขวบ ชีวิตอันทรหดในโรงเรียนประจำในดาร์บีไชร์ และโรงเรียนกินนอนที่เวลส์และอังกฤษนี่เอง เป็นที่มาให้เขาเขียนเรื่องเกี่ยวกับตัวละครเด็กต่อสู้กับผู้ใหญ่ใจโหดร้าย

เมื่ออายุได้ 18 ปี ดาห์ลก็เข้าร่วมกับคณะที่เดินทางไกลไปยังนิวฟันด์แลนด์ จากนั้นเข้าทำงานกับบริษัทเชลล์ ตอนแรกเขาประจำที่ลอนดอนก่อน แต่ต่อมาถูกส่งไปประจำที่แทนซาเนีย ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง เขาเข้าเป็นนักบินสังกัดกองทัพอากาศในลิเบีย กรีซ ซีเรีย เครื่องบินของเขาถูกยิงตกในประเทศลิเบีย และต่อมาดาห์ลบาดเจ็บจากการรบที่ซีเรีย จึงถูกส่งมาประจำในวอชิงตัน ดี.ซี. ในช่วงนี้เองที่เขาเริ่มเขียนเล่าเรื่องราวน่าตื่นเต้นระหว่างที่เป็นนักบินสงคราม และเริ่มเขียนหนังสือเด็กเล่มแรก คือ The Gremlins (ค.ศ. 1943) ซึ่งมีผู้หยิบมาสร้างเป็นภาพยนตร์ เช่นเดียวกับเรื่องอื่นๆ ของเขา ได้แก่ "Matilda" และ "Charlie and the Chocolate Factory" นอกจากนี้ยังมีละครซีรีส์อเมริกันที่สร้างจากเรื่องสั้นของเขาสองเล่ม คือ Someone Like You (ค.ศ. 1954) และ Kiss Kiss (ค.ศ. 1959) เมื่ออายุได้ 37 ปี โรอัลด์ ดาห์ลแต่งงานกับแพทริเซีย นีล นักแสดงสาวผู้ร่ำรวย ทั้งคู่มีบุตรธิดาด้วยกันห้าคน ทว่าชีวิตแต่งงานที่ไม่มีความสุขของคนทั้งคู่ต้องปิดฉากลงในอีกสามสิบปีให้หลัง ต่อมาดาห์ลแต่งงานใหม่อีกครั้ง

ถ้าจะว่ากันในด้านคำวิจารณ์ “เด็กๆ หลงใหลเรื่องราวของดาห์ลที่สะท้อนความโหดเหี้ยมหยาบคายต่อผู้ใหญ่ และตัวละครพิลึกพิลั่นที่ตลกขบขัน แต่ผู้ใหญ่นักวิจารณ์หลายคนกลับไม่ใคร่ชอบใจเท่าไร” (Kirjasto) นอกจากนี้ น้ำเสียงต่อต้านชาวยิวและคัดค้านลัทธิเฟมินิสม์ ก็เป็นอีกสองสิ่งที่นักวิจารณ์ไม่ค่อยชอบของโรอัลด์ ดาห์ล

 

หนังสือเล่มโปรดแม็กซ์ เจนมานะ

 

ส่วนหนังสือ “โรงงานช็อกโกแลตมหัศจรรย์” (CHARLIE AND THE CHOCOLATE FACTORY) ที่เป็นเรื่องราวแสนสนุกอันเหนือจริงของ ชาร์ลี บั๊กเก็ต ลูกชายคนเดียวของครอบครัวที่ยากจนและหิวโหย ซึ่งอาศัยอยู่ใกล้ๆ กับโรงงานผลิตช็อคโกแล็ตแสนอร่อยของ วิลลี่ วองก้า เจ้าของโรงงานผู้แปลกประหลาดที่คิดค้นสูตรช็อกโกแลตพิสดารมากมาย

ชาร์ลีเปิดห่อช็อคโกแล็ตและพบกับตั๋วทองที่ซ่อนไว้และกลายเป็นเพียงเด็กหนึ่งในห้าคนของโลกที่จะได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชม และล่วงรู้ความลับสุดยอดของโรงงานช็อคโกแล็ตอันมหัศจรรย์ของ วิลลี่ วองก้า พร้อมกับผู้ปกครองของตน พร้อมทั้งได้ช็อกโกแลตและขนมแสนอร่อยจากโรงงานแห่งนี้ไว้กินตลอดชีวิต

เรื่องราวไม่ได้มีเพียงแค่นั้น ความสนุกอยู่ที่เมื่อชาร์ลีได้เข้าไปเยี่ยมชมโรงงานช็อกโกแลตนี้แล้ว เขาก็ได้รู้ถึงความลับต่างๆ ที่ปิดซ่อนมานานของโรงงานแสนอร่อยแห่งนี้ รวมถึงความลับของ วิลลี่ วองก้า เจ้าของโรงงานที่มีบุคลิกอันแปลกประหลาดผู้นี้อีกด้วย

CHARLIE AND THE CHOCOLATE FACTORY ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เมื่อปี 2005 กำกับโดย ทิม เบอร์ตั้น ผู้กำกับสุดเซอร์ที่รังสรรค์นวนิยายแฟนตาซีหลายเล่มให้ปรากฏบนจอภาพยนตร์มาแล้ว และได้ดาราหนุ่มเจ้าบทบาทอย่าง จอห์นนี่ เด็ปป์ มารับบท วิลลี่ วองก้า เจ้าของโรงงานช็อกโกแลตมหัศจรรย์แห่งนี้อีกด้วย

 

 

อ้างอิงจาก : http://www.sudsapda.com/top-lists/คนดังนักอ่านตัวยง

ภาพ : https://www.facebook.com/max.jenmana

 

Share: | View : 216