บก. ปริทัศน์ เดือนเมษายน : พ.ศ.2562

บก. ปริทัศน์ เดือนเมษายน

 

      บก.ปริทัศน์สบายฉบับนี้ ไม่ต้องเขียนเอง เจ้านายฝากสารมาถึงเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งในวงการหนังสือค่ะ

เรียน คุณพี่เดชารักษ์ ที่นับถือ

      ผมเริ่มเห็นภาพหาเสียงของอดีตสมาชิก ‘กลุ่มโอกาสใหม่ในวงการหนังสือ’ เริ่มเปิดตัวทีมผู้สมัครหาเสียง ซึ่งตอนแรกก็ยินดี แต่นึกตรึกตรองไปเรื่อยๆ ความกังวลใจเกี่ยวกับที่ปรึกษาที่อยู่เบื้องหลังการเตรียมพร้อมของทีม ก็เริ่มทำให้ผมตั้งใจเขียนจดหมายเปิดผนึกฉบับนี้ถึงพี่ และเปิดโอกาสให้สาธารณะรับรู้ด้วยวิจารณญานร่วมกันด้วย

      ที่ปรึกษา (กุนซือ) ที่ปราดเปรื่อง ย่อมพาทีมสู่สัมมาทิฐิและสมาชิกส่วนรวมพ้นทุกข์ ตามคติชาวพุทธ ในทางตรงข้าม ที่ปรึกษาที่ฉลาดก็หลงทางนำวาทกรรมเฉพาะตน ด้วยมิจฉาทิฐิและสร้างความทุกข์เพิ่มให้แก่ทีมและสมาชิกส่วนรวมได้เช่นกัน

     ยอมรับว่าผมกังวลในความจริงใจของกุนซือเช่นพี่ ดังลำดับเหตุการณ์ในอดีต ที่ผมประสบพบด้วยตนเอง ดังต่อไปนี้

  1. ความพยายามเข้าแทรกแซงงบประมาณของทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่ออีโก้และประโยชน์ส่วนตน โดยการครอบงำ ล้อบบี้ ตลอดจนยืมมือเพื่อนพ้องน้องพี่ที่ต่างให้ความนับถือและไว้ใจ จนหลายกรณี เมื่อไม่ได้ดังใจ ก็แทงกันทั้งต่อหน้าและลับหลัง ดังที่พี่เคยด่าคุณจรัญ ฉันใดก็ฉันนั้น พี่ก็ไม่ได้แตกต่างจากเขาเลยครับ
  2. ความไม่รักในธุรกิจหนังสืออย่างแท้จริง ทำให้รากฐานอันยาวนานของธุรกิจครอบครัวที่โด่งดังมายาวนานทั้งการค้าปลีก-ค้าส่ง อยู่ในมือพี่สาวตามลำพัง ต้องล้มเลิกรามือ รวมทั้งที่พยายามสร้างสถานะผู้นำอุตสาหกรรมหนังสือระหว่างประเทศ ก็พยายามหยิบยืมเงินคนอื่นมาใช้ฟรีๆ เป็นส่วนใหญ่ กระทั่งพร้อมจะขายธุรกิจสำนักพิมพ์ภาษาอังกฤษที่อยู่ในมือตนออกไปด้วยซ้ำ จิตใจเยี่ยงนี้ ย่อมยากจะเห็นใจน้องนุ่ง ที่ต้องไปสวมหมวกสมาพันธ์ฯ  แม้ตนทราบดีว่าธุรกิจครอบครัวเธอย่ำแย่เพราะไม่ค่อยมีเวลาดูแลธุรกิจที่บ้าน รวมทั้งพ่อแม่ที่แก่เฒ่า ด้วยโรคาพยาธิ เพื่อตอบสนองตัณหาส่วนตน ร่วมกับทีมสายดอนเมือง เพียงเพื่อเข้าไปยึดอำนาจของกลุ่มอำนาจเก่าให้สำเร็จ โดยไม่ได้มีวิสัยทัศน์และพันธกิจที่ชัดเจนเลย ว่าได้อำนาจมาแล้ว จะพาสมาชิกอุตสาหกรรมหนังสือร่วมห้าร้อยราย อยู่รอดปลอดภัยได้แค่ไหน อย่างไร
  3. ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ อย่างท่านองคมนตรีที่ทรงสติปัญญาแห่งจังหวัดพิจิตร ก็ไม่เห็นพี่ให้เครดิตแต่ประการใด อย่างน้อยศรีภรรยาท่านก็เป็นคนเชียงใหม่นะครับ ท่านมีประสบการณ์ทำงานองค์กรสาธารณะค่อนข้างสูง และเคยกล่าวไว้ว่า พักหลังถ้าท่านรับเชิญเป็นที่ปรึกษาฯ องค์กรใดที่สำคัญ ท่านจะแนะนำให้หาที่ปรึกษาทางการเงินให้มีไว้ประจำองค์กรที่ไม่แสวงหากำไร เพื่อจะบริหารเงินขององค์กร ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่มวลหมู่สมาชิกองค์กรนั้น แต่ท่านก็ไม่เคยแทรกแซงองค์กรใดที่ท่านได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาเลย ผิดกับคนสอบตกจากตำแหน่งที่ปรึกษาในหลายๆ องค์กรที่สำคัญ แต่ก็ด้วยยึดอีโก้ว่าตนเองเก่งเช่นพี่ ที่ทำให้ใครต่อใครเสียหายถึงใกล้ล่มจมเช่นตนเอง อายุทะลุหกทศวรรษไปแล้ว ยังปล่อยวางไม่เป็นเช่นท่านองคมนตรี แล้วเที่ยวด่าใครต่อใครไว้ จะเข้าข่ายจิวยี่ผู้ถ่มน้ำลายรดฟ้านะครับ

     ทางที่ดี ควรเสนอความคิดดีๆ ให้นายกสมาคมฯ และคณะกรรมการทีมเดิม บริหารงานให้ต่อเนื่องตามประเพณีอีกหนึ่งสมัย หรือถ้าอยากให้มีการเลือกตั้งปรับเปลี่ยนคณะใหม่ ก็เอาเวลาไปรวบรวมกำลังสติปัญญาสมาชิกฯ ด้วยการวิจัยเชิงคุณภาพ หรือเปิดสนามประชาพิจารณ์ ว่าแท้จริงสมาชิกต้องการนโยบายเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ที่มีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพวกเขาอย่างไรให้เป็นรูปธรรม ท้าทายผู้สมัครอาสาเข้ามาทำงาน ให้ประกวดการจัดสรรงบประมาณเพื่อช่วยสมาชิกให้ลืมตาอาปากพึ่งตนเองได้เร็วขึ้น อย่างน้อยภายในอายุการทำงานของแต่ละทีมที่อาสาสมัครมา การแสดงวิสัยทัศน์ให้บริหารงบประมาณเพื่อแก้วิกฤติ ต่างจากการใช้เงินเยี่ยงปู่โสมเฝ้าทรัพย์ หรือการลดแลกแจกแถมเชิงประชานิยม เงินสมาคมฯ คือเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ถ้าบริหารงบประมาณเป็น จะช่วยให้สมาชิกอยู่รอดได้ ในยามที่อุตสาหกรรมหนังสือทรุดหนัก หันหน้ากู้สถาบันการเงินใดก็ลำบาก การใช้เงินนอกระบบที่นิยมทำกันก็น่าจะเป็นประตูที่ปิดตายแล้ว ผมว่าพี่เอาเวลาไปคิดช่องทางใหม่สร้างดีมานด์การอ่านหนังสือชนิดเป็นเรื่องเป็นราว และพัฒนาช่องทางจัดจำหน่ายหนังสือให้หลากหลายในทุกรูปแบบและแพลตฟอร์ม  โดยเอาสำนักพิมพ์ตนเองเป็นหนูทดลองยาให้สำเร็จบ้างก่อน จะดีกว่าไหม ดีกว่ามายุให้มีการแบ่งพักแบ่งพวกในวงการหนังสือ ด้วยการชักใยผิดๆ ในวงการหนังสือ ซึ่งเป็นวงการไม่ใหญ่ไม่โต “เลิกปลุกปั่นให้แตกแยก ให้คนในวงการหันหน้ามารักและร่วมมือกัน” นี่คือคำเตือนและคำขอสุดท้ายของน้องคนนี้ อาทรไม่อยากเห็นคนเดือนร้อนเจียนตายอยู่แล้ว ต้องถูกปั่นหลอกใช้งาน ให้ไปทะเลาะกับคนที่เขาแข็งแรงกว่า หวังว่าเสียงสะท้อนจากผม คงถึงโสตด้านบวกคุณพี่เดชารักษ์ ได้ไม่มากก็น้อย

     รวมถึงสมาชิกที่อ่าน บ.ก.ปริทัศน์ ประจำ ผมต้องขออภัยที่ยืมพื้นที่ประจำของ บก.ปริทัศน์มาใช้สื่อสาร ด้วยใจเป็นห่วงวงการหนังสือโดยแท้จริงครับ.

 

ด้วยความนับถือ                   

อาทร เตชะธาดา                  

 

Writer

Sirirat Soonsakul

นักอยากเขียน ผู้รักการสะสมท้องฟ้าสีวนิลลา และใช้หมูกระทะเยียวยาจิตใจ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ✿ ✿ ✿