Google play App Store

ความฝันของแป้ง

เส้นทางพิชิตฝัน กว่าจะเป็นแอร์โฮสเตส

01 มีนาคม 2557

ความฝันของแป้ง

คนบางคนอาจเกิดมาพร้อมกับความโชคดีหรือมีพรสวรรค์ เพราะเมื่อหยิบจับอะไรก็กลายเป็นเรื่องง่าย และประสบความสำเร็จไปเสียหมด แต่อบเชยเชื่อว่ามีคนอีกไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในชีวิตโดยไม่ต้องอาศัยโชคและพรสวรรค์ หากเป็นเพราะความมุ่งมั่นตั้งใจ และไม่อยู่เฉยรอให้โอกาสหรือโชควิ่งเข้ามาหา แต่กลับเป็นฝ่ายขวนขวายออกไปแสวงหาโอกาสดีนั้นๆ ด้วยตัวเอง ชนิกา คำเจริญ หรือแป้ง ก็เหมือนเด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ใฝ่ฝันอยากเป็นแอร์ สำหรับเธอนั้นกว่าจะก้าวเข้าสู่อาชีพนี้มิใช่เรื่องง่าย “โชคดี” หน้าตาเป็นยังไง เธอไม่เคยเห็น มีแต่ “โอกาส” เท่านั้นที่เธอมองเห็น และพยายามไขว่คว้ามาโดยตลอด เพื่อผลักดันตัวเธอเองให้ก้าวไปข้างหน้า ให้เข้าใกล้กับประโยคที่ว่า “ฝันที่เป็นจริง”

วัยเด็กของแป้งเริ่มที่โรงเรียนอัมพรไพศาลตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนจบ ม.6 เธอยอมรับว่าเธอไม่ใช่คนเรียนเก่ง เกรดเฉลี่ยอยู่ในระดับร่อแร่ด้วยซ้ำ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงมัธยมปลาย แป้งคบเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ตั้งใจเรียน และด้วยวัยที่โตขึ้น ประกอบกับมีจุดมุ่งหมายในชีวิตชัดเจน เธอจึงตั้งใจเรียนอีกครั้งด้วยความหวังที่จะสอบติดคณะที่เธอหวังไว้ให้ได้ เพียงไม่กี่เดือนก่อนฤดูการสอบเอนทรานซ์จะมาถึง แป้งตั้งใจอ่านหนังสืออย่างจริงจังโดยที่ไม่ได้เรียนพิเศษที่ไหนเพิ่มเติม และความพยายามของเธอก็เป็นผลสำเร็จเมื่อเธอสอบติดคณะอักษรศาสตร์ จุฬาสมใจ สี่ปีในมหาวิทยาลัย ความฝันที่อยากทำงานบนฟ้าของแป้งยังไม่หายไปไหน เธอทำกิจกรรมมากมายด้วยความเชื่อว่าประสบการณ์ที่ได้จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับอาชีพลูกเรือในอนาคต ขณะเดียวกัน เธอก็ไม่ทิ้งการเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ เอกภาษาอังกฤษ โดยเธอคว้าเกียรตินิยมอันดับสองมาครองเมื่อเรียนจบ แป้งเล่าว่าเกรดของเธอขาดไปเพียง 0.01 เท่านั้นก็จะได้เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง

เมื่อก้าวพ้นจากรั้วมหาลัย แป้งไม่รอช้าที่จะกระโจนเข้าใส่อาชีพที่เธอฝันอยากทำมาตลอด แป้งเริ่มงานแรกด้วยการเป็นพนักงานภาคพื้นของสายการบิน Lufthansa ในขณะเดียวกัน เธอยังผ่านการคัดเลือกในตำแหน่งลูกเรือหลากหลายสายการบิน ปัจจุบันในวัย 26 ปี แป้งเป็นลูกเรือสายการบินแห่งหนึ่ง และมีหนังสือ “เส้นทางพิชิตฝัน กว่าจะเป็นแอร์โฮสเตส” งานเขียนที่เปิดเผยกลเม็ดเคล็ดลับในการก้าวเข้าสู่แวดวงแอร์สจ๊วต เป็นผลงานเล่มแรกในชีวิตของเธออีกด้วย

“ฉันว่าสิ่งที่พิเศษเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้คือการที่ผู้เขียน (ฉันเอง) ไม่ใช่นางงามจักรวาล ไม่ใช่คนที่เลิศเพอร์เฟคเป็นดาราหน้าเด้งโฆษณาครีมหรือผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่เอาหน้าสวยๆ ของหล่อนบวกกับ photoshop แล้วคนเดินดินอย่างเราๆ ไปตายแล้วเกิดใหม่ก็ดีหรือสวยเท่าไม่ได้ แต่ฉันคือผู้หญิงธรรมดาที่คุณจะสามารถเห็นตัวเองใน “ฉัน” ได้ ฉันเคยผิดพลาด ฉันเคยอยากลดน้ำหนักแต่สุดท้ายก็พลั้งปากสั่งโค้ก (ไม่ Zero ไม่ Diet) แทนน้ำเปล่าแต่มันจะทำให้คุณเห็นว่า ความพยายามอย่างแรงกล้าก็ทำให้คนธรรมาเป็นคนที่พิเศษในแบบฉบับของความเป็นคุณเองได้เหมือนกัน” บางตอนจากคำนำหนังสือ “เส้นทางพิชิตฝัน กว่าจะเป็นแอร์โฮสเตส” เคล็ดลับสู่อาชีพที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝัน

 

 

เคยมีใครขอสัมภาษณ์มาก่อนไหม เคยแล้วค่ะ เมื่อไม่นานมานี้เอง ทางสำนักพิมพ์ที่แป้งพิมพ์หนังสือด้วยเพิ่งเชิญไปงานเปิดตัวหนังสือที่เดอะมอลล์บางกะปิ ตื่นเต้นดี เป็นความรู้สึกที่แตกต่างที่วันนี้ต้องมาตอบคำถามเหล่านี้เอง เมื่อก่อนจะได้แค่อ่านบทสัมภาษณ์ของคนอื่น

บรรยากาศการเรียนที่อักษรจุฬาเป็นยังไงบ้าง ก็คงจะคล้ายๆ กับคณะที่ต้องเรียนภาษาของมหาวิทยาลัยอื่นทั่วไป แต่นิสิตคณะนี้จะสุนทรีย์มากหน่อย โลกส่วนตัวสูง และเข้าใจยากเป็นบางเวลาโดยเฉพาะช่วงสอบ อีกอย่างหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของนิสิตคณะนี้คือ ต้องถือถุงยี่ห้อ Harrods เพราะหนังสือที่ต้องแบกมาเรียนในแต่ละวันเยอะมาก และแต่ละเล่มก็ใหญ่มาก แล้วกระเป๋าจ่ายตลาดของยี่ห้อนี้เขาก็ใหญ่ได้ใจมากจริงๆ ใส่ได้ครบทุกวิชา ไม่ต้องหอบหิ้วพะรุงพะรัง จึงนิยมถือกันเกือบทุกคน คล้ายๆ คนญี่ปุ่นค่ะ คณะนี้ ทำอะไรจะทำตามๆ กัน ฮิตอะไรก็ฮิตเหมือนๆ กัน

แล้วตอนนี้เพื่อนๆ สมัยเรียนอักษรจุฬา ทำอะไรกันอยู่ เป็นแอร์กันก็เยอะ แล้วก็มีทำงานที่สถานทูตต่างๆ สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 นิตยสารสำหรับผู้หญิงดังๆ เช่น Cleo และ Harper’s Bazaar บ้างก็ไปเรียนต่อที่อังกฤษ บางคนไปเรียนที่อเมริกา ญี่ปุ่น เพราะส่วนใหญ่นิสิตที่นี่อยากเป็นอาจารย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีนะคะ

เล่าถึงกิจกรรมที่ทำสมัยเรียนให้ฟังหน่อย กิจกรรมในมหาวิทยาลัยแป้งไม่ค่อยได้เข้าร่วม เพราะนิสิตคณะนี้จะกระตือรือร้นมากๆ อยากมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคณะเยอะ ปริมาณคนจึงเยอะกว่าปริมาณงานที่มี แป้งจะเน้นไปทำงานข้างนอกคณะมากกว่า รับงาน Event เป็นจ๊อบๆ ไป เช่น งาน Bangkok Fashion Week งาน Prime Minister Export Awards งานวันสิ่งแวดล้อมโลก มีอีกเยอะแยะมากๆ จำไม่หมด แล้วก็ไปทำงานพิเศษแบบ Part Time Job อันนี้ทำนานเลย หลายเดือนอยู่ เป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ ตำแหน่ง Customer Service Staff ของ Villa Supermarket จำได้ว่าสนุกมากๆ เพราะสาขาที่ไปประจำมีลูกค้าเป็นชาวต่างชาติเยอะมาก ได้ฝึกภาษาและฝึกทักษะด้านลูกค้าสัมพันธ์ไปด้วย ถามถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไปเข้าร่วม เพราะหนึ่ง ส่วนตัวเป็นคนชอบพัฒนาตนเองอยู่แล้ว ต้องหาอะไรที่ทำแล้วได้พัฒนาตนเองไปด้วย ข้อที่สองคือ เมื่อเรารู้ตัวว่า เราอยากทำงานอะไร แป้งอยากปูพื้นฐานให้ตัวเอง ให้เข้าใจธรรมชาติของงานนั้นๆ ก่อนจะเข้าไปทำเต็มตัว จะได้รู้ตัวแต่เนิ่นๆ ว่ามันเหมาะกับเรามั้ย การเป็นแอร์นอกจากเรื่องความปลอดภัยแล้ว เราต้องตอบสนองความต้องการของผู้โดยสารด้านบริการด้วย ก็เลยลองไปทำงานพิเศษที่ต้องเจอคนมากๆ คอยตอบสนองความต้องการของเขาด้วย ดูซิว่าเรารับได้มั้ย เราทำแล้วมีความสุขหรือเปล่า จะได้ไม่เสียเวลาทั้งของเราเองและของผู้ว่าจ้างเมื่อต้องเข้าไปทำงานแบบเต็มตัว

 

เมื่อมีโอกาสได้เข้ามาเป็นลูกเรือจริงๆ มันเป็นอย่างที่เราคิดไว้หรือเปล่า โอ้โห ....ต่างกันอย่างสิ้นเชิง คือ รู้มาบ้างว่าต้องทำอะไรอย่างคร่าวๆ เพราะศึกษามาบ้าง แต่ชีวิตหลังม่านนี่ มันมีรายละเอียดเยอะมากจนตอนแรกยังงง ว่าเขาทำกันได้ยังไง งานเยอะมากจนทำไม่ทันเลย แต่พอทำไปเรื่อยๆ แล้วชิน สนุกดี ทีนี้ก็ทำงานได้เร็วขึ้น มีเวลาหันมาคุยเล่นกับเพื่อนเวลาทำงาน แต่งานไม่เสียนะ ไม่เครียดแล้ว แต่ถามว่ายังมองภาพลักษณ์ของอาชีพนี้เหมือนเดิมมั้ย เหมือนเดิมนะ ยังเจิดจรัสอย่างเคย

ชีวิตตอนนี้ถือว่าเก๋ เท่ หรู เหมือนภาพลักษณ์ของอาชีพลูกเรือที่คนภายนอกมองหรือเปล่า อย่างที่ใครๆ เขาพูดกัน สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นก็ไม่สู้มือคลำ หลายคนมักจะมองแบบนี้ เพราะส่วนใหญ่ มันเกิดจากภาพติดตาที่เห็นกันในสนามบินว่าเราแต่งหน้า รวบผม สวมเสื้อผ้าเรียบร้อย กระฉับกระเฉง แต่จริงๆ แล้วกำลังรีบ เพราะเดี๋ยวไปรายงานตัวสาย สุดท้ายแล้ว มันขึ้นอยู่กับการมองของเรามากกว่า ในบางมุม หากเราจะมองให้มันเก๋หรือมันเท่ห์ มันก็เก๋อยู่งามอยู่ ในความคิดของแป้ง คิดว่ามันคือความแตกต่าง เพราะงานนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในเนื้องานของมันมากกว่าที่ทำให้อาชีพนี้มีเสน่ห์

รู้สึกยังไงหรืออยากบอกอะไรกับคนที่พูดว่า แอร์ไทยชอบบริการแต่ฝรั่ง แต่กลับไม่สนใจหรือดูถูกผู้โดยสารคนไทย ไม่แน่ใจว่า สายการบินอื่น สถานการณ์เป็นอย่างไร แต่สายการบินแป้ง ผู้โดยสารทุกคนได้รับความเคารพและบริการเท่าเทียมกันหมด ยกเว้นว่าจะเป็นไปตามขั้นตอนของบริการที่บริษัทกำหนด เช่น ผู้โดยสาร Star Class ของเราก็จะมีขั้นตอนของบริการเพิ่มขึ้นมาอีกจากผู้โดยสาร Economy อย่างนั้นก็คือว่าเป็นค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารที่ชำระมา แต่เรื่องความสุภาพ บริษัทแป้งปฏิบัติต่อลูกค้าเท่าเทียมกันหมด เพียงแต่ว่า หากเป็นคนไทยก็อาจเดินเข้าไปทักทายนอกรอบ พูดคุยให้ผู้โดยสารรู้สึกอบอุ่น ว่าคนไทยยังไงก็ไม่ทิ้งกัน นอกนั้นยืนยันว่าไม่มีการ “เอาใจ” ตามเชื้อชาติแน่นอนค่ะ

คิดยังไงกับการที่มีคนบอกว่างานลูกเรือใครๆ ก็ทำได้ คำพูดนี้ถือว่าถูกต้องบางส่วน เพราะสายงานนี้เปิดกว้างให้คนที่รักและเข้าใจงานบริการสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งได้ แต่จะว่าถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ก็คงไม่ใช่เพราะมันมีข้อจำกัดของมันอยู่ในเรื่องของความปลอดภัย เช่น ความสูงของผู้สมัครที่แต่ละสายการบินกำหนด การทดสอบต่างๆที่เกี่ยวเนื่องกับความปลอดภัยเป็นหลัก เช่น เรื่องการดับเพลิง ขั้นตอนการอพยพผู้โดยสารภายในระยะเวลาที่กำหนด ข้อเขียนต่างๆ และการสอบว่ายน้ำ งานนี้ ความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่งและใจรักบริการจึงจะตามมาเป็นอันดับหนึ่งครึ่ง และก็ยังเห็นผู้สมัครสัมภาษณ์ไม่ผ่าน ผ่านไปแล้วก็สอบตก หรือลาออกกันไปเอง ดังนั้น ถูกบางส่วนแต่ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะ

ถ้ามีสายการบินเป็นของตัวเอง จะใช้เกณฑ์อะไรในการคัดเลือกลูกเรือ ต้องออกตัวไว้ก่อนเลยว่า อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวเท่านั้นนะคะ หากจะรับลูกเรือเข้ามาทำงานในสายการบิน “แป้งน้อย” แอร์เวย์ อย่างแรกเลยคือ ควรมีประสบการณ์ด้านลูกค้าสัมพันธ์มาบ้าง ไม่จำเป็นต้องเป็นงานประจำ น้องๆ จบใหม่ที่เคยทำงาน Event จบเป็นงานๆ ไป เป็นช่วงๆ หรือเป็นเทศกาลก็ได้ แต่ขอให้ผู้สมัครได้เคยเป็น “ผู้ให้” บริการดูบ้าง จะได้ว่างานนี้มันเหมาะกับเราหรือเปล่า ไม่เสียเวลาทั้งสองฝ่าย อย่างที่สองคือต้องสามารถสื่อสารภาษากลางได้ดีทั้งแบบใช้เสียงและไม่ใช้เสียง หมายถึง การใช้ภาษาในการพูด คือ ภาษาอังกฤษต้องถูกกาลเทศะ และภาษากายคือความยิ้มแย้ม และท่าทางประกอบเวลาที่ไม่สามารถใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารกับผู้โดยสารได้ สุดท้ายคือ ต้องทำงานเป็นทีมได้ เคยเจอแบบ “ฉายเดี่ยว” ทั้งไฟลท์ ...ปวดหัวไม่น้อยเลย

เป็นยังไงบ้างกับตำแหน่ง In-flight trainer อย่างที่บอกว่าแป้งเป็นคนชอบพัฒนาตัวเอง เมื่อทางบริษัทเปิดโอกาสให้สมัครได้ และเราก็มีคุณสมบัติตามที่เขาประกาศไว้ ก็เลยลองสอบดู ถือว่าเป็นความโชคดีของแป้งมากๆ และเป็นความกรุณาของทางบริษัทด้วยที่ได้ให้โอกาสแป้งได้พิสูจน์ตัวเอง

หน้าที่ของ In-flight trainer ต้องทำอะไรบ้าง หน้าที่โดยรวมคือแนะแนวทางการทำงานให้กับลูกเรือใหม่ที่เพิ่งผ่านการเทรนภาคพื้นดินมาแล้ว นำทางให้เขานำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริงบนเครื่องในแต่ละช่วงเวลาของเที่ยวบินนั้นๆ เช่น ก่อนผู้โดยสารจะขึ้นเครื่องต้องทำอะไรบ้าง ซึ่งเขาจะมีพื้นฐานมาบ้างแล้วจากการเรียนภาคพื้นดิน แต่พอขึ้นมาบนเครื่อง บางคนไม่เคยบินมาก่อนเลย ตื่นเต้น แต่เวลาจะไม่หยุดคอยคุณ มันจะเดินหน้าไปเรื่อยๆ จนกว่าเครื่องจะลง เราต้องคอยแนะว่าต้องทำอะไรก่อนหลัง ให้ความช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา และให้กำลังใจ หลังจากนั้นก็มีหน้าที่ประเมินลูกเรือที่เราคอยดูแลอยู่ว่า เขาพร้อมที่จะไปทำงานเอง โดยไม่มีเราคอยประกบหรือไม่ ถามว่าชอบมั้ย ชอบค่ะเพราะมันทำให้เราโตขึ้น ไม่ใช่แค่ลูกเรือที่มาเทรนกับเราจะเรียนรู้จากงานเราได้ทางเดียว เราก็เรียนรู้อะไรหลายๆ จากเขาด้วยโดยที่เขาไม่รู้ ได้โตขึ้นทั้งสองฝ่าย

ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีเครื่องบิน แป้งจะไปทำอะไร เข้าไปทำงานในมูลนิธิสัตว์พิการค่ะ อันนี้ใจรักส่วนตัว ไม่มีการต่อยอดจากงานเดิมที่ทำมาใดๆทั้งสิ้น ตั้งใจไว้นานแล้วว่า ซักวันต้องเข้าไปทำให้ได้ หากวันหนึ่งตื่นมาแล้วไม่มีเครื่องบิน ก็ต้องหาสิ่งที่เราทำแล้วมีความสุขอื่นมาทดแทน

ถ้าให้โฆษณาหนังสือตัวเอง แป้งอยากจะบอกคนอ่านว่าอะไร อยากจะบอกว่า “เส้นทางพิชิตฝัน กว่าจะเป็นแอร์โฮสเตส” เนี่ย “อัดแน่น” ค่ะ ให้ไปหมดจากทุกเสี้ยวอณูสมองเลย ไม่กั๊กไว้เขียนต่อเล่มหน้าแล้ว เล่มเดียวเอาอยู่ ซื้อเล่มเดียวแล้วเวียนกันอ่านก็ไม่ว่า เพราะวัตถุประสงค์ที่เขียนขึ้นมาก็เพราะอยากให้คนที่มีฝันอย่างเดียวกับเราได้ถึงฝั่งเร็วๆ

คิดว่าหนังสือของตัวเองต่างจากหนังสือแอร์สจ๊วตเล่มอื่นๆ ที่วางขายก่อนหน้านี้ไหม อันนี้ต้องตอบอย่างระวังนิดนึงเพราะอาจต้องอ้างอิงถึงหนังสือที่ประสบความสำเร็จมาก่อนหน้าเรา ผู้เขียนอาวุโสกว่าเรา แป้งเคารพหนังสือเกี่ยวกับอาชีพนี้ทุกๆ เล่มค่ะ เพราะแป้งคงไม่มีวันนี้หากไม่มีคำแนะนำต่างๆ จากตำราของพี่ซึ่งถือเป็นครูชั้นดีของแป้ง หนังสือของแป้งหยิบมากรีดดูผ่านๆ ก็รู้เลย ว่าต่าง เพราะรูปน้อยมาก แป้งไม่ต้องการให้รูปมาจำกัดจินตนาการของผู้อ่าน หากแป้งใส่รูปไปให้ดูเลยว่าแต่งตัวแบบนี้นะคะ สิ่งที่เกิดขึ้นคือวันไปสัมภาษณ์ ทุกคนเสื้อผ้าหน้าผมเหมือนกันหมด แม้กระทั้งสีเสื้อผ้าก็ลอกมาตามแบบในหนังสือเด๊ะๆ เพราะคิดว่าตัวอย่างที่ให้มาคือการแต่งตัวแต่งหน้าที่ปลอดภัยที่สุด แต่บางครั้งมันอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน จึงอยากให้อ่านแล้วใส่ความเป็นตัวเองลงไปในการเลือกสีเสื้อ เลือกโทนการแต่งหน้าให้สื่อความเป็นตัวเองมากที่สุดมากกว่า

จริงๆ แล้วชอบที่จะต่างจากคนอื่นหรือเปล่า ไม่ได้ชอบนะ แต่มันเป็นไปเอง ไม่ได้ต่างอย่างเดียวด้วย เพื่อนชอบบอกว่า เป็นผู้หญิงซับซ้อน แป้งว่าความแตกต่างอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ดี ไม่ได้ทำร้ายใคร แต่เมื่อเรารักที่จะต่างก็ต้องมั่นคงและเคารพต่อการตัดสินใจของตัวเองด้วย ไม่ใช่ว่ารักจะต่างแล้ว แต่มาเสียความมั่นใจกับความเป็นตัวของตัวเองทีหลังเพราะกลายเป็นคนหมู่น้อยก็ไม่เอา เราต้องมั่นคง

แป้งเคยผ่านการคัดเลือกเป็นลูกเรือของสายการบินยักษ์ใหญ่แถบตะวันออกกลางมาก่อน แต่สุดท้ายกลับสละสิทธิ์ ง่ายๆเลย คือ ปัจจัยเรื่องครอบครัวสำคัญที่สุด สำหรับท่านอื่นที่ตัดสินใจเข้าร่วมงานกับสายการบินเหล่านี้ หากท่านไม่มีข้อจำกัดทางด้านครอบครัวหรือพันธะใดๆ แป้งดีใจด้วยมากๆ เพราะเป็นองค์กรที่ดีเช่นเดียวกับหลายๆ องค์กรในธุรกิจการบิน แต่สำหรับแป้ง แป้งยังไม่พร้อม คุณพ่อ คุณแม่อายุเยอะมากแล้ว อยากพบกันครึ่งทางคือเราได้ทำงานที่รักและมีเวลาอยู่กับครอบครัวด้วย ตอนนี้คิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกที่สุดที่เข้าร่วมงานกับอีกสายการบินหนึ่ง เพราะเป็นคำตอบที่ลงตัวสำหรับชีวิตแป้งมากๆ

แป้งเอ็นท์ติดอักษรจุฬา จบมาด้วยคะแนนเกียรตินิยม ได้คะแนนโทอิคเกือบเต็ม ผ่านการคัดเลือกจากหลากหลายสายการบิน อะไรคือเบื้องหลังความสำเร็จเหล่านี้ ง่ายๆ เลย คือ ความมุ่งมั่น ทุ่มเทและต้องเข้าใจด้วยว่าการศึกษาคือพื้นฐานของทุกสิ่ง ไม่ว่าจนบัดนี้แป้งยังไม่เคยเจอสายการบินไหนสัมภาษณ์แป้งแล้วถามว่า คุณอ่าน Shakespear จบมากี่เล่ม แต่แป้งก็เรียนวิชานี้มาด้วยความเคารพ แป้งเกิดมาเป็นคนดวงไม่ดี ไม่มีโชคช่วย ซวยตลอด...เกิดจะต้องไปเขย่งเอื้อมแตะของสายการบินตะวันออกกลางแห่งหนึ่ง เพื่อวัดส่วนสูง ก่อนหน้านั้นสองอาทิตย์ ครกเจ้ากรรมก็หล่นใส่นิ้วโป้งเท้าข้างขวา กระดูกร้าวไป แต่ไปมั้ย ก็ต้องไป ไม่หายดี ก็ต้องพยายาม โอกาสมาถึงแล้ว รู้ว่าหน้าตาไม่สวยอย่างใคร ก็ต้องเอาภายในให้เด่น ต้องขวนขวายหาประสบการณ์ทางลูกค้าสัมพันธ์ให้มาก ทำเองทุกอย่างมาจนถึงวันนี้ ไม่มีเส้นสาย สุดท้ายต้องไม่ยอมให้ใครมาบอกว่า เราทำไม่ได้ แม้กระทั่งตัวเราเองในยามท้อก็ตาม

 

 

จากเมื่อก่อนตอนเป็นวัยรุ่น กะโปโลธรรมดา จนมาถึงวันนี้มีหน้าที่การงานที่ดี คิดว่าตัวเองเปลี่ยนไปเยอะไหม ตอนนี้ก็ยังกะโปโลอยู่ แต่ต้องดูเวลานิดนึง เวลาอยู่บ้านจะกลายเป็นลูกสาวคนเล็กของบ้านเหมือนเดิม งอแงได้เต็มที่ ล้อเล่นค่ะ ล้อเล่น ....อ่ะ ซีเรียสๆ หน้าที่การงานดี รายได้ดีมันก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากขึ้นเป็นธรรมดา ตอนนี้ก็รับผิดชอบรายจ่ายในบ้านบ้างในบางส่วน แต่จากที่เป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดา ทำอะไรไม่ต้องสนใจใคร ตอนนี้ก็หันมาสนใจทางบ้านมากขึ้น เพราะคุณพ่อคุณแม่อายุมากแล้ว คอยซื้ออาหารเข้าบ้านให้ท่านได้ทานของดีๆ สมัยก่อนเป็นลูกคนเล็ก จะเอาอะไรแล้วไม่ได้ ก็งอน แต่เวลาอยู่บนเครื่อง เจอผู้โดยสารงอนใส่เราเสียเอง เราก็รู้สึกว่าอ้อ เวลาเรางอน คนอื่นเขารู้สึกกันอย่างนี้นี่เอง ตอนนี้เราก็ไม่ทำแล้ว เวลาจะทำอะไร จะคิดถึงคนอื่นมากขึ้น

ในใบสมัครงาน ช่องที่ให้กรอกว่าความสามารถพิเศษ แป้งกรอกว่าอะไร ร้องเพลง เต้นบัลเล่ต์ อยากตอบเหลือเกินว่า “นอนไม่หลับ” เป็นคนนอนหลับยากที่สุดในโลก แต่นั่นคงไม่ถือว่าเป็นความสามารถพิเศษ

ตั้งเป้าหมายชีวิตตัวเองไว้ตรงไหน มีบ้านหนึ่งหลัง ไม่เป็นหนี้ใคร ดูแลพ่อแม่ได้ แต่งงาน เลี้ยงน้องหมาจรจัด มีอิสระทางการเงินและมีสุขภาพดี แค่นี้แหละค่ะ

ถ้าวันนึงมีลูก อยากให้ลูกคุยอวดกับเพื่อนว่า แม่ ของเขาเป็นยังไง “นี่แม่เรา รักเรามากเลย!!”

จะบอกอะไรกับคนที่อยากเป็นแอร์ แต่คิดว่า มันเป็นฝันที่ไกลเกินเอื้อม ลองเอื้อมแล้วหรือยังล่ะ ....เพื่อนของแป้ง ....รู้จักกันได้ก็เพราะ TCC นี่แหละ เขาเป็นผู้หญิงในแบบฉบับที่ไม่เหมือนคนอื่น เขาสมัคร เขาลองมาเกินสิบครั้ง ส่งเอกสารและเข้าสัมภาษณ์ไปไม่ต่ำกว่าสิบสายการบิน จนวันหนึ่งเพื่อนบอกว่า จะเลิกสมัครแล้ว งานนี้มันคงไม่ใช่สำหรับเรา ...แป้งบอกเพื่อนไปว่า “ไม่ได้” แกต้องไปกับชั้น !! เราไปสัมภาษณ์ไฟนอลสายการบินตะวันออกกลางสายการบินหนึ่งด้วยกัน ...ซึ่งแป้งมั่นใจว่าเป็นการสัมภาษณ์ครั้งสุดท้ายของเพื่อนคนนี้แล้ว เพราะโดนปฏิเสธมาเป็นสิบๆ ครั้ง ...ตอนนี้เหรอคะ บินกินนอนอยู่ดูไบ มีแฟนเป็นกัปตันไปแล้วค่ะ ถ้าวันนั้นเพื่อนแป้งหยุดที่จะฝัน หยุดที่จะลอง ไม่ก้าวเท้าออกจากบ้าน...ดวงชะตาก็คงไม่ต่างอะไรกับคนที่คิดว่า “มันไกลเกินเอื้อม” ตอนนี้

มีวิธีจัดการกับความผิดหวังอย่างไรในชีวิต เช่น สมัครแอร์แต่ตกรอบ หรืออกหักถูกแฟนทิ้ง นี่เลยค่ะ ...คติจากเพลง Iris จาก Goo Goo Dolls “ Yeah…you bleed just to know you are alive.” ...ท่อนเดียวเอาอยู่

สุดท้าย..ไม่เกี่ยวอะไรกับอาชีพลูกเรือเลย แต่อบเชยอยากรู้ว่าคิดยังไงกับน้องๆนักศึกษาที่ยืนถือกล่องรับบริจาคเงินตามสถานีรถไฟฟ้า หรือสวนจตุจักร ล่าสุดเห็นน้องๆ ยืนอยู่ที่เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะด้วยล่ะ ขยันขันแข็งดีค่ะ ไม่ออกความคิดเห็นแต่ฝากไปถึงน้องๆ แล้วกันเนอะ ว่าขอให้ขยันต่อไปนะคะ ไม่ว่าสุดท้ายแล้ววัตถุประสงค์ของการถือกล่องคือเป็นกิจกรรมชมรม เป็นคะแนนโปรเจคหรือมาทำด้วยใจจริงๆ ก็ขอให้บุญที่น้องทำมาส่งผลให้น้องและครอบครัวมีความสุขแล้วกันเน้อ

 

ขอบคุณที่มา : http://www.thaicabincrew.com

Share: | View : 455