เปิดบ้านของนักเขียนชื่อดัง

ระดับโลก

25 เมษายน 2563

เปิดบ้านของนักเขียนชื่อดัง

      ในช่วงที่ใครหลายๆ คน ต้องทำงานอยู่ที่บ้านเนื่องจากการเกิดโรคระบาด ประพันธ์สาส์นจึงอยากพาไปชมบ้านของนักเขียนชื่อดังระดับโลก ซึ่งเป็นทั้งสถานที่ที่เขาใช้สร้างสรรค์ผลงานชื่อดัง เคยบ้านเกิด บ้านที่อยู่จนวาระสุดท้ายของชีวิต หรือบางคนไม่มีแม้โอกาสที่จะได้อยู่บ้านของตนเองด้วยเหตุผลต่างๆ มีนักเขียนคนไหนบ้างไปดูกันค่ะ 

 

1. บ้านของ Vladimir Nabokov ตั้งอยู่ที่ Siverskaya ประเทศรัสเซีย

 

บ้านนักเขียน

    วลาดีมีร์ นาโบคอฟ (รัสเซีย: Владимир Владимирович Набоков, Vladimir Vladimirovich Nabokov) (22 เมษายน ค.ศ. 1899 – 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1977) วลาดีมีร์ นาโบคอฟเป็นนักประพันธ์ชาวรัสเซีย เป็นนักเขียนนวนิยายและนักเขียนเรื่องสั้นชาวรัสเซีย เขาเกิดในตะกูลขุนนางของรัสเซีย ซึ่งบ้านหลังนี้เขาได้รับมรดกมาจากคุณลุงตอนเขาอายุเพีบง 16 ปี ด้วยสาเหตุการปฏิวัติทางการเมือง ทำให้ทั้งชีวิตของเขาแทบไม่ได้อาศัยอยู่บ้านหลังนี้เลย แัจจุบันจึงกลายเป็นพิพิธภัณฑ์ รวบรมผลงานของเขาเอาไว้

     “โลลิตา” (ค.ศ. 1955) ถือกันว่าเป็นงานชิ้นสำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งของนาโบคอฟที่แสดงความสามารถในการเล่นคำและรายละเอียดที่เป็นลักษณะการเขียนที่มีชื่อเสียงของนาโบคอฟ 

 

Vladimir Nabokov
 

 

2. บ้านของ Maison Jean Cocteau ตั้งอยู่ที่ Milly-la-Foret  ประเทศฝรั่งเศส
 

 

     ฌอง ก็อกโต (Jean Cocteau) (5 กรกฎาคม 1889 – 11 ตุลาคม 1963) หากเราจะหาคําจํากัดความคนอย่างฌอง ก็อกโต ว่าเป็นศิลปินแขนงไหน หรือประกอบวิชาชีพอะไร คงเป็นเรื่องยากและเปลืองหน้ากระดาษเป็นอย่างยิ่ง

     เพราะเขาทำไปแทบจะทุกสิ่งอย่างไม่ว่าจะเป็นจิตรกร, นักวาดภาพประกอบ, นักวาดภาพจิตรกรรมฝาผนัง, นักออกแบบโปสเตอร์, นักปั้นเซรามิก, ผู้กํากับฯ, นักเขียนบทภาพยนตร์และละครเวที, คีตกวี, นักเขียนนวนิยาย, เจ้าของสํานักพิมพ์, นักข่าว, นักออกแบบท่าเต้น, นักดนตรี, นักวิจารณ์ และอื่นๆ อีกมากมายบรรยายไม่หมดไม่สิ้น เขาหลอมรวมรูปแบบการสร้างงานศิลปะอันแตกต่างหลากหลาย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการสำรวจประเด็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นชีวิตร่วมสมัย ตำนานปรัมปรา ความฝัน และตัวตนทางเพศ

 

 

     บ้านของเขาที่มิลลี-ลา-ฟอเรต์ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ เรียก Maison Cocteau ในปี 2010 เป็นบ้านที่เขาซื้อกับฌอง มาเรส์ (คนรัก) ในปี 1947 เพื่อแสวงหาความสงบ ด้วยว่าบ้านที่ปารีสถูกรบกวนอยู่เนืองๆ จากผู้ที่ต้องการคำแนะนำหรือข้อเขียนของเขา

     ฌอง มาเรส์ไม่เคยมาพำนักที่บ้านนี้ เขาดังจากภาพยนตร์ที่ฌอง ก็อกโตสร้าง เช่น La belle et la bête, L’ternel retour, Orphe ฌอง ก็อกโตจึงหันไปทุ่มเทให้กับรักใหม่ เป็นหนุ่มน้อยชื่อเอดูอารด์ แดร์มีต์ (Edouard Dermit) จวบจนเขาเสียชีวิตในปี 1995 พินัยกรรมของเขายกสมบัติส่วนใหญ่ให้รักสุดท้าย ผู้ได้รับประโยชน์อื่นๆ อาทิ ฌอง มาเรส์ การอล ไวส์ไวเลอร์ (Carole Weisweiler) มรดกที่เอดูอารด์ แดร์มีต์ได้รับมาตกทอดไปยังลูกชายชื่อสเตฟาน แดร์มีต์ (Stéphane Dermit)

     ในปี 2002 ปิแอร์ แบร์เจ (Pierre Bergé) นักธุรกิจที่เป็นคู่ชีวิตของอีฟส์ แซงต์-โลรองต์ (Yves Saint-Laurent) ดีไซเนอร์ดัง ได้ซื้อบ้านนี้ร่วมกับองค์กรบริหารส่วนจังหวัด เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ อันเป็นที่รวบรวมผลงานเขียนและภาพเขียน รวมทั้งของใช้ส่วนตัวของฌอง ก็อกโต ของประดับบ้าน และภาพพอร์เทรตของเขาซึ่งเพื่อนอาร์ทิสต์วาดให้ เช่น แอนดี วาร์โฮล (Andy Warhol) แมน เรย์ (Man Ray) เออร์วิง เพนน์ (Irving Penn) ภาพถ่ายและผลงานของเพื่อนอย่างโกโก้ ชาแนล (Coco Chanel) เอลซา เชียปาเรลลี (Elsa Schiaparelli) ปาโบล ปิกัสโซ (Pablo Picasso) เอดูอารด์ มาเนต์ (Edouard Manet) คริสติออง เบรารด์ (Christian Bérard) เป็นต้น

 

 

3. บ้านของ Dylan Thomas อยู่ที่ Laugharne, Wales
 


 

     ประเทศ เวลส์ Wales เป็น 1 ใน 4 แคว้นของสหราชอาณาจักร ที่ประกอบด้วย อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ 
 

Dylan Thomas


     Dylan ควรจะเป็นกวี แต่เมื่อความสามารถในการใช้ภาษาหลากหลาย จากบทกวี ก้าวสู่บทรายการวิทยุ โฆษกวิทยุ ละครวิทยุ ไปเขียนเรื่องสั้น จนถึงบทภาพยนตร์ Dylan จึงเป็น multi-media star คนแรกที่ได้เซ็นชื่อแจกทั้งบนปกหนังสือและแผ่นเสียง การใช้ภาษาโดยไร้ขีดจำกัดของขอบเขตและรูปแบบทำให้เกิดผลงานแขนงใหม่ และกลายเป็นหนึ่งในบริทิชรุ่นแรกที่มีอิทธิพลต่อสังคมอเมริกา
 

 

4. บ้านของ Lord Byron ตั้งอยู่ที่ Nottinghamshire ประเทศอังกฤษ
 

 

    จอร์จ กอร์ดอน ไบรอน บารอนไบรอนที่ 6 (George Gordon Byron, 6th Baron Byron) ต่อมาเป็น จอร์จ กอร์ดอน โนเอล บารอนไบรอนที่ 6 (22 มกราคม 1788 - 19 เมษายน 1824) เป็นกวีชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียงและเป็นผู้นำในขบวนการโรแมนซ์ ในหมู่ไบรอนผลงานที่ดีที่สุดที่รู้จักกันคือ เรื่องเล่าบทกวียาว Don Juan และ Childe Harold's Pilgrimage และบทกวีสั้น ๆ คือ "เธอเดินเข้ามาในความงาม" เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกวีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของอังกฤษ และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางและยังคงผู้คนอ่านกวีของเขาและทำให้เขามีอิทธิพลบทกวี

 

 

 

5. Agatha Christie ตั้งอยู่ที่ Greenway เมือง Devon ประเทศอังกฤษ
 

 

     อกาธา (มิลเลอร์) คริสตี (Agatha Christie, ชื่อเต็ม: Agatha Mary Clarissa, บรรดาศักดิ์ Lady Mallowan, 15 กันยายน 2433 - 12 มกราคม 2519 ) เกิดที่เมืองทอร์คีย์ มณฑลเดวอน ครอบครัวมีฐานะปานกลางมีบิดาเป็นชาวอเมริกัน มารดาเป็นชาวอังกฤษเป็นลูกคนเล็กของครอบครัว โดยคริสตีเลือกถือสัญชาติอังกฤษ เธอมีชื่อเสียงโด่งดังในฐานะนักเขียนนิยายแนวสืบสวนสอบสวน ได้รับสมญานามว่า "ราชินีแห่งนวนิยายอาชญากรรม" และเป็นผู้ที่ได้รับการบันทึกจากกินเนสต์บุ๊คว่า เป็นนักเขียนที่มียอดขายหนังสือมากที่สุดในโลก ตัวละครนักสืบที่โด่งดังของเธอ อาทิเช่น แอร์กูล ปัวโร, เจน มาร์เปิ้ล นอกจากนี้ องค์การยูเนสโก ยังได้ระบุว่า คริสตี เป็นนักเขียนที่มีผลงานแปลมากที่สุดในโลก เป็นรองแต่เพียงงานของวอลต์ ดิสนี่ย์ โปรดักชั่น เท่านั้น คริสตียังมีผลงานนวนิยายโรแมนติกในนามปากกาว่า Mary Westmacott
 

 

6. บ้านของ Virginia Woolf ตั้งอยู่ที่ East Sussex ประเทศอังกฤษ
 

 

    เวอร์จิเนีย วูล์ฟ (Virginia Woolf ) (25 มกราคม ค.ศ. 1882 - 28 มีนาคม ค.ศ. 1941) เป็นนักเขียนนวนิยาย, เรื่องสั้น และ บทความ, นักพิมพ์ และผู้สนับสนุนสิทธิสตรี (feminist) ชาวอังกฤษคนสำคัญ วูล์ฟถือกันว่าเป็นนักเขียนผู้มีบทบาทสำคัญของวรรณกรรมสมัยใหม่นิยมของคริสต์ศตวรรษที่ 20 คนหนึ่ง และเป็นผู้ริเริ่มใช้แนววิธีการเขียนตามกระแสสำนึก(stream of consciousness)ในการเล่าเรื่อง

 

 

     งานชิ้นสำคัญ ๆ ของวูล์ฟก็ได้แก่นวนิยาย “Mrs Dalloway” (ค.ศ. 1925), “To the Lighthouse” (ค.ศ. 1927) และ “Orlando: A Biography” (ค.ศ. 1928) และบทความขนาดหนังสือ “A Room of One's Own” (ค.ศ. 1929) ที่มีประโยคที่เป็นที่รู้จักว่า “ผู้หญิงต้องมีเงินและห้องที่เป็นของตนเองถ้าจะเขียนนวนิยาย”

 

7. บ้านของ Mark Twain House  ตั้งอยู่ที่ ฮาร์ตฟอร์ด เมืองหลวงของรัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา
 

 

   บ้านหลังนี้ สร้างขึ้นในปี 1874 โดย Edward Tuckerman Potter สถาปนิกและ Alfred H. Thorp สถาปนิกผู้ดูแล การออกแบบตกแต่งภายในของห้องชั้นหนึ่งในปี พ.ศ. 2424 โดย Louis Comfort Tiffany และ Associated Artists เป็นบ้านที่เขาใช้เขียนหนังสือ ในระยะเวลา 17 ปี และเป็นเขาแต่งเรื่อง The Adventures of Huckleberry Finn และ Tom Sawyer ด้วยปัญหาทางการเงินทำให้เขาต้องขายบ้านหลังนี้และทำให้เขาไม่ได้กับมาอยู่ที่นี่อีกเลยซึ่งปัจจุบัน ได้เป็นพิพิธภัณฑ์ในการเก็บข้าวของ เครื่องใช้ และผลงานของเขาเอาไว้
 

 

8. บ้านของ Emily Dickinson ตั้งอยู่ที่ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา

 

     เป็นหนึ่งในนักเขียนที่ลึกลับที่สุดใน ประวัติศาสตร์วรรณกรรม แม้ว่าเธอจะเป็นอัจฉริยะด้านวรรณกรรม  เธอมีการใช้ชีวิตที่แปลกประหลาดจากชาวบ้าน มักจะไม่ค่อยออกมาจากบ้าน หรือนานๆ ครั้งจะออกมาที เพื่อนก็ไม่ค่อยจะมีมาเยี่ยมเยือนกันเสียเท่าไหร่ แต่บทกวีที่เธอแต่งในขณะที่ใช้เวลาอยู่ในบ้านนั้น ช่างเป็นบทกวีที่ล้ำค่ามากเกินกว่าจะหาที่ใดเปรียบ
 

 

 

9. Edward Gorey ตั้งอยู่ที่เมือง Cape Cod รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา
 

เปิดบ้านของนักเขียนชื่อดัง

   Edward Gorey (เอ็ดเวริด์ กอร์เรย์) นักเขียน และนักวาดภาพประกอบสไตล์ เซอร์เรียลลิซึม  สำหรับผลงานดังกล่าวนั้นมีชื่อว่า 'The Gashlycrumb Tinies'ซึ่งเป็นหนังสือภาพที่ใช้สอนการอ่าน A-Z ผ่านภาพวาดแนวสยองเกี่ยวกับเรื่องราวของเด็กๆ

      

 

10. บ้านของ Katherine Mansfield ตั้งอยู่ที่ Thorndon เมือง Wellington ประเทศ New Zealand
 

เปิดบ้านของนักเขียนชื่อดัง

 

     Katherine Mansfield เป็นนามปากกาของ Kathleen Mansfield Murry ( Beauchamp) นักเธอ เขียนเรื่องสั้นสมัยใหม่ ซึ่งผลงานที่แปลเป็นไทยของเธอเช่น This flower ดอกไม้ดอกนี้


เปิดบ้านของนักเขียนชื่อดัง
 

     เธอเกิด 14 ตุลาคม 1888 ถือกำเนิดและเติบโตในประเทศนิวซีแลนด์ ยุคที่ยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เมื่ออายุ 19 ปี ย้ายไปพำนักอยู่ในอังกฤษและในเวลาต่อมาได้เป็นเพื่อนกับนักเขียนอย่าง ดี.เอช. ลอว์เรนซ์ กับ เวอร์จิเนีย วูลฟ์

 

 

11. บ้านของ Karen Blixen บ้านพิพิธภัณฑ์ที่ไนโรบีเคนยา 
 

เปิดบ้านของนักเขียนชื่อดัง

 

      คาเรน บลิกเซน (Karen Blixen) ผลงานเขียนของคาเรนถูกสร้างเป็นหนังชื่อ Out of Africa มีโรเบิร์ต เรดฟอร์ด เป็นพระเอก

      คาเรนเป็นคนเดนมาร์กเกิดในตระกูลผู้ดีเก่าไดนีเซน (Dinesen) เมื่อพ.ศ 2428พ่อของเธอเป็นคนเจ้าสำราญ นักกวี นักรักและนักผจญภัยชอบล่าสัตว์ ทำให้คาเรนติดนิสัยจากพ่อของเธอมา ส่วนแม่เป็นคนเข้มงวดและเอาแต่ใจตัวเอง

     คาเรนแต่งงานกับหนุ่มที่เป็นญาติกันมีฐานะเป็นบารอนซึ่งเธอไม่ชอบเขาเลย แต่ขัดใจบุพการีไม่ได้ เธอเดินทางไปแต่งงานที่ไนโรบีประเทศเคนยา พ.ศ 2457 อาชีพในเคนยาของคาเรนคือทำไร่กาแฟ

     เธอทำไร่คนเดียวโดยที่สามีไม่สนใจใยดี  สุดท้ายทั้งคู่ต้องแยกทางกันในที่สุด คาเรนพบรักใหม่กับ เดนิช ฟินช์ แฮตตัน หนุ่มนักเรียนเก่าโรงเรียนผู้ดีอีตัน บางวันเธอก็ออกไปล่าสิงโตกับแฟนหนุ่มและมีอะไรกันกลางทุ่งหญ้าที่กว้างใหญ่ คาเรนบรรยายบทรักว่า "อารมณ์ของคุณจะปลอดโปร่งและเวิ้งว้างอย่างไม่มีขอบเขต

 

เปิดบ้านของนักเขียนชื่อดัง

 

Share: | View : 313