Google play App Store

นิมิตร ภูมิถาวร

นิมิตร ภูมิถาวร

ประวัติย่อ
นิมิตร ภูมิถาวร นามสกุลเดิม ภักดี เกิดเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2478 ที่ตำบลบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย เป็นบุตรคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 3 คน บิดามารดาเป็นชาวนาชื่อ นายมั่น และนางนวม ภูมิถาวร สมรสกับนางสมัย ภูมิถาวร เมื่อ พ.ศ. 2501 มีบุตรธิดา 4 คน คือ
1. นางเนตรทราย บุญเกตุ สมรสกับ นายวัชรชัย บุญเกตุ (ถึงแก่กรรม)
2. น.ส.กรรณิกา ภูมิถาวร
3. นางศุภศัณห์ ชูบุญ สมรสกับ นายชรินทร์ ชูบุญ
4. น.ส.เรือนแก้ว ภูมิถาวร

การศึกษา เรียนหนังสือ ชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนบ้านไร่ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ประวัติการเรียนดีมาก สอบไล่ได้ชั้นประถม 4 ในปี 2488 รวมเวลาเรียน 3 ปี จากนั้นเข้าเรียนต่อที่ โรงเรียนราษฎรบำรุงวิทยา อำเภอศรีสำโรง จบชั้นมัธยมปีที่ 4 แล้วไปต่อที่โรงเรียนสวรรควิทยา อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย จนจบชั้นมัธยมปีที่ 6 เมื่อปี 2494 สอบชิงทุนได้เรียนวิชาครูมูล ที่โรงเรียนฝึกหัดครูอุตรดิตถ์ 1 ปี ได้วุฒิฝึกหัดครูมูลเมื่อปี 2495

เมื่อจบการศึกษาเข้าทำงานครั้งแรกที่สหกรณ์ที่ดิน อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ระยะหนึ่ง วันที่ 16 มิถุนายน 2497 อายุ 18 ปี เข้ารับราชการชั้นจัตวา ในตำแหน่งครูโรงเรียนประชาบาล กรมสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นครูที่โรงเรียนโคกกระทือ อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย สมรสกับนางสมัย ภูมิถาวร เมื่อพ.ศ. 2501 มีบุตรธิดา 4 คน วันที่ 30 กันยายน 2521 เป็นครูใหญ่ระดับ 5 โรงเรียนบ้านไร่ (สำนักงานสลากกินแบ่งสงเคราะห์ 55) และในปี พ.ศ. 2521 นี้ ได้รับประกาศนียบัตร เกียรติคุณครูใหญ่ดีเด่น พร้อมกับโรงเรียนบ้านไร่เป็นโรงเรียนดีเด่น แห่งจังหวัดสุโขทัย

นิมิตร ภูมิถาวร ได้ถูกกระทรวงศึกษาธิการยืมตัวมาช่วยราชการ ให้เป็นกรรมการ เขียนหนังสือประกอบการเรียน ในโรงเรียนประถมศึกษาสำหรับเด็กไทยทั่วประเทศ ที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2522 แล้วลาออกจากราชการรับบำนาญเมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2523 ย้ายภูมิลำเนา ทั้งครอบครัวมาอยู่กรุงเทพฯ และเข้าทำงานในกองบรรณาธิการ นสพ. ฟ้าเมืองไทย

เขียนเรื่องสั้นเรื่องแรกเมื่ออยู่ชั้น ม.6 อายุ 16 ปี (2495) เรื่อง "ความหลัง" ลงหนังสือพิมพ์โรงเรียน ชนะประกวดเรียงความ ของสมาคมศิษย์เก่าเรื่อง "พระร่วง" (2495) ผลงานเขียนเรื่องแรกคือ "คนสวยของฉัน" ลงพิมพ์ในนิตรสารไทยโทรทัศน์ ได้ค่าเรื่อง 100 บาท 2512 อาจินต์ ปัญจพรรค์ ออกหนังสือ "ฟ้าเมืองไทย" นิมิตรส่งเรื่องสั้นชื่อ "โลกที่พบใหม่" ลงใน "ฟ้าเมืองไทย" ฉบับที่ 8 2513 เรื่อง "แด่คุณครู-ด้วยคมแฝก" ลงใน "ฟ้าเมืองไทย" (ชนะรางวัลยอดเยี่ยม ปี 2517) ใช้ชื่อจริงเป็นนามปากกา หลังจากนั้นก็เขียนหนังสือเรื่อยมา ปัจจุบันมีผลงานเรื่องสั้น กว่า 60 เรื่อง นวนิยาย เรื่องยาวประมาณ 10 เรื่อง (สำรวจเมื่อ พ.ศ. 2523)

นามปากกา
นิมิตร ภูมิถาวร

งานเขียนครั้งแรก
 - เรื่อง "ความหลัง" ลงหนังสือพิมพ์โรงเรียน ชนะประกวดเรียงความ ของสมาคมศิษย์เก่าเรื่อง "พระร่วง" (2495)
- เรื่องคือ "คนสวยของฉัน" ลงพิมพ์ในนิตรสารไทยโทรทัศน์

ผลงานรวมเล่ม
นวนิยาย ขนาดตั้งแต่ 16 ยกขึ้นไป พิมพ์ปกแข็ง
1. แด่คุณครูด้วยคมแฝก(ได้รางวัลและเป็นหนังสือเรียนและถูกสร้างเป็นภาพยนต์)
2. แด่เรือจ้างด้วยแจวหัก
3. หนุ่มชาวนา
4. สาวชาวไร่
5. ท้องนาสะเทือน (ถูกสร้างเป็นภาพยนต์)
6. สร้อยทอง(ได้รางวัลและเป็นหนังสือเรียน)
7. หอมกลิ่นดอกอ้อ
8. ช่องเขาขาด
9. พ่อพวงมาลัย
10. กำนันโพธิ์เชิงชาย
11. กัดฟันสู้
12. นักเลงบ้านไร่
13. สายลมเสียงซอ
14. คนเผาถ่าน(ได้รางวัลและเป็นหนังสือเรียน)
15. เสน่ห์บ้านนา
16. ผู้ใหญ่บ้านกลองยาว
17. สิงห์ลูกซอง
18. ศึกสองตระกูล
19. แผ่นดินลูกตะกั่ว
20. ลูกสาวนักเลง
21. กระสุนอัปยศ
22. สิงห์มอเตอร์ไซค์
23. ดาวประจำเมือง
24. แผ่นดินชายดง
25. เมืองมืด

เรื่องสั้น รวมเป็นเล่ม พ็อกเก็ตบุ๊ค แต่ละเล่มบรรจุประมาณ 12-16 เรื่องแยกแต่ละประเภทตามชื่อปก
1. มือที่เปื้อนชอล์ก
2. ตีนที่เปื้อนโคลน
3. โลกที่ 5
4. เหยียบฝุ่นชอล์ก
5. ไม้เรียวอันสุดท้าย
6. ครูใหญ่แก่ๆ
7. นรกในโรงเรียน
8. กระดานดำกระดานรัก
9. ปล้นครูสาว
10. รอยเปื้อนของครูสาว
11. เรื่องสั้นชนบท(ได้รางวัลและเป็นหนังสือเรียน)
12. แม่ม่ายท้องนา
13. โรงเรียนนักเลง
14. โลกนี้คือโรงเรียน
15. หน้าที่เปื้อนดิน
16. ครูครับผมจน
17. คนนอกเครื่องแบบ
18. เด็กที่ครูไม่ต้องการ

งานที่ได้รับรางวัล
2495 ชนะประกวดเรียงความเรื่อง "พระร่วง"
2512 ชนะประกวดเรื่องสั้นเรื่อง "เด็กที่ครูไม่ต้องการ" จากวิทยาสาร เป็น เรื่องสั้น 1 ใน 20 เรื่อง ที่กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ คัดเลือกให้เป็นหนังสืออ่าน ภาษาไทยนอกเวลาสำหรับชั้นมัธยมศึกษา ตอนปลาย (เรื่องสั้น)
2512 ชนะประกวดเรื่อง "มรดก" จากลองแมนกรีน (เรื่องสั้น)
2517 ได้รับรางวัลนวนิยายยอดเยี่ยมประจำปีจากเรื่อง "แด่คุณครู-ด้วยคมแฝก" (นวนิยาย)
2518 ได้รับรางวัลจากเรื่อง "สร้อยทอง" (นวนิยาย)
2519 ได้รับรางวัลดีเด่นประจำปีจากเรื่อง "เรื่องสั้นชนบท" (เรื่องสั้น)
2520 ได้รับรางวัลดีเด่นประจำปีจากเรื่อง "สร้อยทอง" เรื่องนี้กรรมการอาเชียนฝ่ายไทย ส่งเข้าชิงรางวัลวรรณกรรมอาเชียน (แปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่น) (นวนิยาย)
2522 ได้รับรางวัลเรื่อง "คนเผาถ่าน" (นวนิยาย)

Share: | View : 563