จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร

จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร

ประวัติส่วนตัว :

     จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร เกิดที่จังหวัดลพบุรี จนถึงอายุ 7 ขวบ จึงย้ายเข้ามาอยู่ที่กรุงเทพฯ ศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) ขณะเรียนอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ (สร้างสรรค์โฆษณา) มหาวิทยาลัยกรุงเทพฯ เรื่องสั้นเรื่องแรกชื่อ “ย่าสอนไว้” ได้ตีพิมพ์ในนิตยสารรายสะดวกของ อาจินต์ ปัญจพรรค์ (ตุลาคม 2547) จึงทำให้มีกำลังใจในการเขียนมาตั้งแต่วันนั้น ระหว่างเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ได้เขียนคอลัมน์ให้นิตยสารรายปักษ์ Vote (ฅนมีสี) ชื่อคอลัมน์ ป.ล. ’49 และ ป.ล. ’50 มีเนื้อหาเกี่ยวกับวัยรุ่นร่วมสมัย ที่บอกเล่าด้วยน้ำเสียงที่ตั้งคำถาม และเสียดสี ต่อมาความเรียงหลายชิ้นในคอลัมน์นี้ยังได้ตีพิมพ์ซ้ำในนิตยสารออนไลน์ Typhoon Cafe (the teen table) ของปราบดาหยุ่น ช่วงปีสุดท้ายของการเรียนในมหาวิทยาลัย คาบเกี่ยวถึงช่วงเวลาหลังจากเรียนจบ ยังเขียนเรื่องสั้นส่งไปตามนิตยสารต่าง ๆ จนได้รับตีพิมพ์อยู่เนือง ๆ เช่น นิตยสาร ฅ คน, วารสารหนังสือใต้ดิน (Underground Buleteen), ราหูอมจันทร์ เรื่องสั้น “เพียงมอง” ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ โดย Marcel Barang ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ Bangkok Post เขามีความสนใจในการเขียนหลายรูปแบบ รวมทั้งงานวิจารณ์ จนได้รับรางวัลชมเชยบทวิจารณ์วรรณกรรม หม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ ประจำปี พ.ศ. 2552 และยังเป็นนักเขียนอิสระให้กับนิตยสาร GM เคยเขียนคอลัมน์ให้นิตยสาร Vote ชื่อคอลัมน์ ‘อวสานนักวิทย์’ ซึ่งว่าด้วยเรื่องราววาระสุดท้ายของชีวิตนักวิทยาศาสตร์ ในรูปแบบความเรียงกึ่งเรื่องสั้นสะท้อนมุมมองที่มีต่อความตาย นอกจากนี้ยังเขียนเรื่องสั้น โดยได้รับรางวัลสุภาว์ เทวกุล ประจำปี 2553 และวางแผนเขียนนวนิยายอันเป็นงานที่ท้าทายต่อไป

การศึกษา :

การศึกษาสูงสุด ปริญญาตรี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

รางวัลที่ได้รับ :

  • รางวัลสุภาว์ เทวกุล ประจําปี 2553
  • รางวัลบทวิจารณ์วรรณกรรมของกองทุนหม่อมหลวงบุญเหลือ เทพยสุวรรณ พ.ศ.2552 พ.ศ.2556 และ พ.ศ.2560

ผลงาน :

ประเภทงานเขียน เรื่องสั้น, ความเรียง

แรกเริ่ม นามปากกา "จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร" เกิดขึ้นในฐานะนักเขียนเรื่องสั้น
มีผลงานรวมเรื่องสั้นเล่มแรกคือ 9 เ รื่ อ ง สั้ น (2552) ด้วยวัย 25 ปี
ในรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ มี 2 เรื่องที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และอีกหนึ่งเรื่องแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น นับเป็นหนังสือเล่มแรกที่ปรากกฏชื่อนี้ต่อสายตาผู้อ่าน

ในปีถัดมา ได้เริ่มฝึกเขียนความเรียงทางวรรณกรรม ทยอยตีพิมพ์ในนิตยสารบ้างบางชิ้น และได้รับการรวมเล่มในชื่อ กั ง ว า น แ ส ง : บทบันทึกว่าด้วยหนังสือและนักเขียน (2553)ภายในเล่มนี้ เป็นความเรียงเชิงประสบการณ์เริ่มต้นการเขียน โดยมีนักเขียนผู้เป็นแรงบันดาลใจหลักอยู่ 3 คนคือ อาจินต์ ปัญจพรรค์ 'รงค์ วงษ์สวรรค์ และชาติ กอบจิตติ ตลอดจนนักเขียน ศิลปิน และนักอะไรอีกมากมายที่กระตุ้นให้เดินทางบนถนนนักเขียน สิ่งที่พิเศษสุดในความเรียงเล่มนี้คือ 'บทสัมภาษณ์อาจินต์ ปัญจพรรค์: ในวันที่ฟ้าไม่ไร้แดด' ที่จิรัฏฐ์ได้รับโอกาสเข้าสัมภาษณ์อาจินต์ ปัญจพรรค์เพื่อตีพิมพ์ในเล่มนี้โดยเฉพาะ นอกจากนั้น ยังมีประสบการณ์การไต่ดอยขึ้นไปพบ 'พญาอินทรี' ที่สวนทูนอิน ในวัย 20 ปี กับนักเขียนผู้ยิ่งยงในตอนนั้นอายุราว 77 ปี !

หลังจากนั้น ก็กลับไปบ่มเพาะงานเขียนในรูปแบบ 'เรื่องสั้น' อีกครั้ง ตลอด 3 ปี ที่เขียนเรื่องสั้นเรื่องใหม่ๆ ออกมา ก็ได้ฝึกฝนการเขียนบทวิจารณ์วรรณกรรมไปพร้อมกันด้วย ในช่วงฝึกมือทางรูปแบบการเขียนบทวิจารณ์นี้ ได้ผลิตบทวิจารณ์ออกมาหนึ่งเรื่องและได้รางวัลบทวิจารณ์วรรณกรรมของกองทุน ม.ล. เทพยสุวรรณทันทีในปี 2556
 

ในปีเดียวกันนั้น ได้รวบรวมเรื่องสั้นตลอดเวลาสามปี โดยตัดสินใจใช้นามปากกาใหม่เพื่อการเขียนเรื่องแต่งโดยเฉพาะในชื่อ "สมุด ทีทรรศน์' ในรวมเรื่องสั้นชื่อ ก่ อ น ค ว า ม ห ม า ย จ ะ ห า ย ลั บ (2556) ภายในเล่มนี้มีเรื่องสั้นบางเรื่องที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นเช่นกัน อีกทั้งความพิเศษคือ หน้าปกของรวมเรื่องสั้นเล่มนี้ได้รับรางวัล 1 ใน 100 เล่มหน้าปกดีเด่นประจำปีนั้น ซึ่งจัดเป็นปีแรก

นับจากปี 2556-2562 ทั้งนามปากกา "จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร" และ "สมุด ทีทรรศน์" ไม่มีหนังสือเล่มใหม่ออกมา แต่ยังคงผลิตผลงานทั้งเรื่องสั้นและบทวิจารณ์วรรณกรรม ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ตามหน้านิตยสารสม่ำเสมอ

ในระหว่างนี้ได้รับประสบการณ์ การเดินทางท่องโลก อีกทั้งยังศึกษาในระดับปริญญาโท ภาควิชาวรรณคดีเปรียบเทียบ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปพร้อมกันด้วยนั้น ทำให้มีทั้งวัตถุดิบและเครื่องมือในการผลิตผลงานเขียนเพิ่มมากขึ้น

ในปี 2562 มีหนังสือในนาม สมุด ทีทรรศน์ และจิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากรออกมา 2 เล่ม ได้แก่
รวมเรื่องสั้น ส ถ า น ก า ร ณ์ ยั ง เ ป็ น ป ก ติ (สำนักพิมพ์แซลมอน) ซึ่งรวบรวมจากเรื่องสั้นที่เคยได้รับการตีพิมพ์ตามนิตยสารต่างๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2556 เป็นต้นมา
และรวมบทวิจารณ์ ว ร ร ณ ก ร ร ม ดำ ดิ่ ง : รวมบทวิจารณ์วรรณกรรมคัดสรรที่เคยตีพิมพ์ในนิตยสารและวารสารตั้งแต่ พ.ศ. 2552-2562

นอกจากนั้น จิรัฏฐ์ เฉลิมแสนยากร ยังมีบทบาทอื่นอีก คือ
บรรณาธิการแปลของสำนักพิมพ์ไลต์เฮ้าส์ ได้แก่
- พนิน (Pnin) ของวลาดิเมียร์ นาโบคอฟ (แปลโดย ปราบดา หยุ่น) พ.ศ. 2560
- สู่หนไหน (On the Road) ของแจ็ค เครูแอ็ค (แปลโดย ภู่มณี ศิริพรไพบูลย์) พ.ศ. 2562
- วัยเยาว์อันสิ้นสูญ (Lord of the Flies) ของวิลเลียม โกลดิ้ง (แปลโดย ต้องตา สุธรรมรังสี) พ.ศ. 2562
อีกทั้งยังเป็นหน้าที่เป็นกรรมการทางวรรณกรรม
- กรรมการสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทยฯ
- กรรมการตัดสินรางวัลเรื่องสั้น กวีนิพนธ์ และบทวิจารณ์ดีเด่น 60 ปีสมาคมภาษาและหนังสือฯ พ.ศ. 2561
- กรรมการคัดเลือกรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน (ซีไรต์) พ.ศ. 2561
- กรรมการคัดเลือกรางวัลชมนาด (นวนิยาย) ครั้งที่ 8 พ.ศ. 2562

Share: | View : 445