เรืองอุไร กุศลาสัย

เรืองอุไร กุศลาสัย

เรืองอุไร กุศลาสัย (สกุล เดิม: หิญชีระนันทน์; เกิด: 21 มิถุนายน พ.ศ. 2463) เป็นนักเขียน นักแปล ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับประเทศอินเดีย มีชื่อเสียงจากหนังสือและบทความเกี่ยวกับประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นผลงานร่วมกับกรุณา กุศลาสัย ซึ่งเป็นสามี ได้รับการเชิดชูเกียรติ รางวัลนราธิป ประจำปี พ.ศ. 2544

 

เรือง อุไร กุศลาสัย เดิมชื่อ เรืองอุไร หิญชีระนันทน์ เกิดที่ตำบลศิริราช อำเภอบางกอกน้อย ฝั่งธนบุรี เป็นบุตรีของอำมาตย์ตรี พระสอนถูกระบอบ (เรือง หิญชีระนันทน์) จบการศึกษาจากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง โรงเรียนเบญจมราชาลัย และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และรับราชการครูที่โรงเรียนฝึกหัดครูมัธยม (สถาบันราชภัฏจันทรเกษม) และโรงเรียนบพิตรภิมุข จนกระทั่งเกษียณอายุ


จบการศึกษาปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับทุนวัฒนธรรมสัมพันธ์จากรัฐบาลอินเดียไปศึกษาภาษาบาลี ภาษาสันสกฤต ภาษาฮินดี และวัฒนธรรมอินเดียโบราณ ที่มหาวิทยาลัยฮินดูพาราณสี ได้รับประกาศนียบัตรภาษาสันสกฤตและภาษาฮินดี เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์โรงเรียนฝึกหัดครูมัธยม  เกษียณอายุราชการจากคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยศิลปากร ศาสตราจารย์พิเศษเรืองอุไร เริ่มเขียนหนังสือในช่วงที่เข้ารับราชการใหม่ๆ ได้เขียนเรื่อง  “ญี่ปุ่น-ไทยผูกพันพันธมิตร” ต่อมาใน พ.ศ. 2493 ได้ร่วมงานกับนายกรุณา กุศลาสัย (ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2546) แปล มหากาพย์พุทธจริต เป็นภาษาไทย หลังจากนั้นได้สร้างสรรค์ผลงานร่วมกันในนามปากกา กรุณา-เรืองอุไร  กุศลาสัย อีกหลายเรื่อง เช่น เมฆทูต ของ กาลิทาส และคีตาญชลี ของรพินทรนาถ ฐากุร  นอกจากสร้างผลงานร่วมกับนายกรุณาแล้ว ศาสตราจารย์พิเศษเรืองอุไร มีผลงานสร้างสรรค์ในนามของตนอีก 5 ประเภท ได้แก่ งานแปลและงานนิพนธ์เกี่ยวกับภารตวิทยา กวีนิพนธ์และประวัติเพลง ตำรา คู่มือ หนังสืออ่านเพิ่มเติมของชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ตามหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการ เสียงร้องทำนองเสนาะ เพลงกล่อมลูก และเพลงต่างๆ ตลอดจนผลงานในลักษณะการเผยแพร่ความรู้ ผลงานนิพนธ์เหล่านี้ได้รับการตีพิมพ์ซ้ำอย่างสม่ำเสมอ
 


เรืองอุไร สมรสครั้งแรกโดยเปลี่ยนมาใช้ชื่อสกุลเป็น เรืองอุไร จูตะเสน แต่ ต่อมาได้สมรสครั้งที่สองกับ กรุณา กุศลาสัย ตั้งแต่ พ.ศ. 2492 จนกระทั่งสามีเสียชีวิต ทั้งสองมีบุตร-ธิดาด้วยกันสองคนคือ พันโทหญิง ทันตแพทย์หญิง อังศิกา และกัมปนาท กุศลาศัย

Share: | View : 302