เหตุผลดีๆ มากมาย ที่จะช่วยยืนยันว่า “การอ่าน” ทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นการอ่านแบบไหน อ่านเรื่องราวอะไร หากเราชอบที่จะอ่าน ก็ขอให้ทำต่อไป

24 สิงหาคม 2559

 เหตุผลดีๆ มากมาย ที่จะช่วยยืนยันว่า “การอ่าน” ทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชีวิต

เทคโนโลยีในปัจจุบัน ช่วยให้คนรักการอ่านสามารถอ่านเพื่อหาความรู้ได้ตลอดเวลาจากหลายๆ ช่องทาง ซึ่งบางคนก็ชอบที่จะอ่านจากกระดาษ บางคนก็ชอบที่จะอ่านจากหน้าจอ และบางคนก็อาจจะชอบอ่านจากการฟัง (Audio Book) ไม่ว่าจะเป็นการอ่านแบบไหน อ่านเรื่องราวอะไร หากเราชอบที่จะอ่าน ก็ขอให้ทำต่อไป เพราะการอ่านมีประโยชน์กับชีวิตเรามากมาย ซึ่งเมืองนอกมีผลการสำรวจอยู่เยอะเลยค่ะ ว่าการอ่านทำให้เกิดสิ่งดีๆ ทั้งทางตรงและทางอ้อมตามมามากมาย ลองไปดูกันมั๊ยคะ ว่าการอ่านช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

 

เหตุผลดีๆ มากมาย ที่จะช่วยยืนยันว่า “การอ่าน” ทำให้เกิดสิ่งดีๆ กับชีวิต

 

1. การอ่านหนังสือ “นิยาย” ทำให้การทำงานของสมองในแต่ละวันดีขึ้น จากผลวิจัยของ Emory University ระบุว่า การอ่านหนังสือจะช่วยเพิ่มการเชื่อมต่อในสมองซึ่งทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ทางระบบประสาท ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับหน่วยความจำ และเวลาที่เราอ่านหนังสือนวนิยาย สมองของเราจะคิดและจินตนาการออกมาเป็นภาพตามเนื้อหาหนังสือที่เราอ่าน ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้เป็นอย่างดี

2. การอ่านหนังสือช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ และโรคสมองเสื่อมได้ เหมือนๆ กับที่ร่างกายของเราต้องการการออกกำลังกาย สมองของเราก็ต้องการการออกกำลังกายด้วยเช่นกัน และการอ่าน ก็คือการออกกำลังกายของสมอง จึงช่วยป้องกันการเกิดโรคอัลไซเมอร์หรือภาวะสมองเสื่อมได้ดี

3. การอ่านหนังสือช่วยลดความเครียดได้ จากผลการทดลองของ University of Sussex พบว่า แค่เริ่มอ่านหนังสือเพียง 6 นาที ก็ช่วยลดความเครียดได้แล้ว ซึ่งดีกว่าการเดินหรือฟังเพลงอีกนะ

4. การอ่านหนังสือช่วยให้นอนหลับสบายยิ่งขึ้น เพราะการอ่านนอกจากจะทำให้เราใจเย็นลงได้แล้ว แสงสว่างอ่อนๆ หรือไฟสลัวๆ ยังทำให้ร่างกายรู้สึกว่าถึงเวลาต้องพักผ่อนแล้ว เพราะฉะนั้น การอ่านหนังสือก่อนนอนจึงช่วยให้เรานอนหลับสบายได้มากขึ้น

5. การอ่านหนังสือช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้น เพราะเวลาที่เราอ่านหนังสือ เราจะมีความพยายามที่จะเข้าใจในเนื้อหาของหนังสือ บางครั้งเราอาจจะอินไปกับหนังสือเล่มนั้นเลยก็ได้ ซึ่งทำให้เรากลายเป็นคนที่พยายามเรียนรู้และเข้าอกเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้น

6. การอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับแนวทางการใช้ชีวิต ช่วยลดอาการซึมเศร้าได้ ซึี่งจากการศึกษาผู้คนที่กำลังประสบกับภาวะซึมเศร้า เมื่อได้อ่านหนังสือแนว How To หรือแนวทางการใช้ชีวิตแบบต่างๆ อาการซึมเศร้าก็ค่อยๆ ลดลงไป

7. การอ่านหนังสือทำให้เราดูมีเสน่ห์ขึ้น เพราะการอ่านทำให้เรามีความรู้ มีความคิด และมีความฉลาด ทำให้เราโดดเด่นและดูมีเสน่ห์ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่สาวๆ ต่างหมายปองกันอยู่ไม่น้อย

8. การอ่านหนังสือช่วยให้เรามีเป้าหมายชีวิตที่ชัดเจน ยิ่งถ้าอ่านเกี่ยวกับชีวประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จ ก็จะยิ่งทำให้เรามีแรงบันดาลใจอยากที่จะทำตาม โดยการตั้งเป้าหมายในชีวิตของตัวเอง

9. การอ่านหนังสือทำให้เรายอมรับในความต่างของวัฒนธรรมได้ดีกว่า จากการศึกษาของ National Endowment for the Arts ระบุว่า คนที่อ่านมาก จะรู้จักและเข้าใจความต่างทางวัฒนธรรมได้ดี จึงมีแนวโน้มที่จะยอมรับในความแตกต่างได้ดีกว่า

10. การอ่านหนังสือช่วยผ่อนคลายได้มากพอๆ กับการดูหนังฟังเพลง ยิ่งถ้าเจอเรื่องเครียดๆ มา การอ่านหนังสือจะช่วยบรรเทาความเครียดได้ดีมาก จากการศึกษาของ The American University ระบุว่า การอ่านหนังสือที่มีตัวละครไหนมีบทบาทใกล้เคียงกับเรา หรือกำลังประสบกับปัญหาที่คล้ายกัน เราจะอินกับตัวละครนั้น และทำให้เรามีแนวทางที่จะผ่านเรื่องราวเหล่านั้นไปได้

11. การอ่านหนังสือช่วยให้เราความจำดี จากการอ่านหนังสือทุกครั้ง เราจะมีความทรงจำใหม่เกิดขึ้นเสมอ เพราะสมองของเราได้ทำงาน ได้ฝึกฝนความจำ เป็นการออกกำลังกายสมองนั่นเอง

12. การอ่านหนังสือทำให้เรารู้จักคำศัพท์มากขึ้น Rhode Island Hospital ได้ทดลองเปรียบเทียบคำศัพท์ที่เด็กเข้าใจเพิ่มมากขึ้น ด้วยการลองเทียบเด็กสองกลุ่ม กลุ่มแรกให้มีคนอ่านหนังสือให้ฟัง กลุ่มสองไม่มีคนอ่านให้ฟัง พบว่าเด็กกลุ่มแรกรู้จักศัพท์เพิ่มขึ้น 40% กลุ่มที่สองแค่ 16% เท่านั้น

13. การอ่านหนังสือทำให้ความสามารถในการเขียนดีขึ้น โดยเฉพาะการอ่านหนังสือดีๆ จะช่วยให้การเขียนของเราดีไปด้วย เหมือนๆ กับนักแต่งเพลง ก็มักจะชอบฟังเพลงบ่อยๆ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านั้นก็ส่งผลให้เค้าแต่งเพลงออกมาได้ดีด้วยเช่นกัน

14. คนที่ชอบอ่านหนังสือ มีแนวโน้มว่าจะชอบออกกำลังกาย ซึ่งการอ่านหนังสือทำให้สมองแข็งแรง การออกกำลังกายก็ทำให้ร่างกายแข็งแรง มันจึงเป็นข้อดีของคนที่ชอบอ่าน หนังสืออย่างนึง

15. คนที่ชอบอ่านหนังสือมาก มักมีแนวโน้มที่จะชอบช่วยเหลือสังคม เพราะการอ่านทำให้เรารู้จักและเข้าใจตัวเองได้มากขึ้น ทำให้เราสามารถที่จะเข้าใจคนอื่นได้มากขึ้นตามไปด้วย คนที่รักการอ่านจึงมักที่จะชอบทำงานอาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือให้คนอื่นได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตไปพร้อมๆ กับเรา

16. การอ่านหนังสือช่วยให้เราเป็นคนใจกว้าง โดยผลการศึกษาใน The Creativity Research Journal ระบุว่า คนที่อ่านหนังสือมากๆ มักจะเปิดรับและเข้าใจสิ่งต่างๆ รอบตัวได้ดีกว่าคนที่ไม่อ่านหนังสือเลย

17. การอ่าน ช่วยให้เราเรียนภาษาได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากผลจากการศึกษาในหลายๆ ที่ก็ได้คำตอบที่สดคล้องไปในทางเดียวกันว่า การอ่านทำให้สมองในซีกที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ด้านภาษาทำงานได้ดีขึ้น

18. การอ่านทำให้การฟังของเราดีขึ้น เพราะการอ่านช่วยให้เรารู้จักคำศัพท์ต่างๆ มาก ทำให้เราสามารถเรียนรู้และเข้าใจอะไรจากการฟังได้ดี เป็นความสัมพันธ์ที่มี ความสอดคล้องกันอยู่อย่างชัดเจน

19. การอ่านมากทำให้เราเป็นเรามีความคิดสร้างสรรค์ได้มากขึ้น โดย Obafemi Awolowo University ได้ทำการทดสอบด้วยการให้เด็กเล็กได้อ่านการ์ตูน ซึ่งพบว่าเด็กมีความคิดสร้างสรรค์มากยิ่งขึ้น

20. พ่อแม่ที่ชอบอ่านหนังสือให้ลูกฟัง ช่วยให้พ่อแม่ลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น โดยนักจิตวิทยาบอกว่า การอ่านหนังสือให้ลูกฟังจะสร้างความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ระหว่างพ่อแม่ลูก ได้ดีมาก ซึ่งมันดีกว่าที่จะให้ลูกดูทีวีหรือเล่นคอมพิวเตอร์อยู่แล้วหล่ะ

21. คนที่ชอบอ่านหนังสือมาก มีแนวโน้มว่าการเงินจะมั่นคง ซึ่งจากผลการสำรวจพบว่า ผู้ใหญ่ที่ไม่อ่านหนังสือ 43% มีชีวิตอยู่ในความยากจน แต่คนที่ชอบอ่านหนังสือเป็นประจำ มีเพียง 4% เท่านั้นที่ประสบกับความยากจน

22. เด็กที่ชอบอ่านหนังสือเป็นประจำ มีแนวโน้มว่า ไม่ต้องอ่านหนังสือมาก ก็สามารถเรียนดีได้ เพราะการอ่านเป็นการฝึกสมองที่ช่วยให้ความจำดี เรียนรู้ศัพท์ต่างๆ ได้มาก ทำให้มีแนวโน้มว่าเวลาไปโรงเรียนก็จะเรียนได้ดีกว่าเด็กที่ไม่ชอบอ่าน หนังสือ

23. การอ่านหนังสือช่วยให้นักโทษไม่กลับไปทำผิดอีก เพราะจากผลการศึกษาพบว่า นักโทษที่อ่านหนังสือในคุก และผ่านคอร์สการอ่านเพื่อบำบัดนักโทษ มีแนวโน้มว่าจะไม่ทำผิดอีกเมื่อออกจากคุกเพิ่มขึ้น 30% ทำให้บางประเทศ อาทิ บราซิล เสนอให้มีการลดโทษ หากนักโทษเลือกที่จะอ่านหนังสือระหว่างติดคุก

ช่างเป็นเหตุผลที่น่ายินดีสำหรับคนที่รักการอ่าน ไม่ว่าจะอ่านอะไรก็ตาม การอ่านนั้นจะไม่เกิดประโยชน์เลย ถ้าเราไม่คิดตาม หรือนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ ถ้าวันไหนได้อ่านเรื่องราวดีๆ แล้ว อย่าลืมที่จะแบ่งปันให้กับผู้อื่นได้อ่านด้วยนะคะ

 

ขอบคุณที่มา : http://www.pleplejung.com

Share: | View : 682