ศุ บุญเลี้ยง

ศุ บุญเลี้ยง

ประวัติส่วนตัว :

ศุ บุญเลี้ยง หรือ จุ้ย เกิดที่เกาะสมุยและไปเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนประจำ ภปร. ราชวิทยาลัย จ.นครปฐม และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพฯ แล้วสอบเข้าเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เลิกเรียนก่อนจบการศึกษาปีสุดท้าย เพราะไม่สนใจรายวิชาที่เหลืออยู่และต้องการออกไปทำงาน เขาสนใจการอ่านการเขียนมาตั้งแต่เด็ก และได้เรียนรู้สิ่งที่สนใจขณะเรียนจุฬาฯ คือ การถ่ายรูป เขียนหนังสือ เขียนบทกวี เล่นดนตรี และใช้ชีวิติย่างเสรี

การศึกษา :

ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนประจำ ภปร. ราชวิทยาลัย จ.นครปฐม และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนวัดนวลนรดิศ กรุงเทพฯ แล้วสอบเข้าเรียนในคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่เลิกเรียนก่อนจบการศึกษาปีสุดท้าย

รางวัลที่ได้รับ :

รางวัลนิสิตเก่าดีเด่น นิเทศศาสตร์จุฬาฯ, รางวัลพระพิฆเนศทอง (เพลง)

ผลงาน :

ได้รับรางวัลปากกาทองคำจากการเขียนบทละครวิทยุเรื่อง “ชีวิตสุข สุขสำราญ” ของอาจารย์ชนประคัลภ์ จันทร์เรืองด้วย เขาได้ไปทำนิตสาร “ไปยาลใหญ่” ในนามสำนักพิมพ์ศิษย์สะดือร่วมกับประภาส ชลศรานนท์ และวัชระ แวววุฒินันท์ เล่มแรกออกเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2529 ปรากฏว่าประสบความสำเร็จเกินคาดหมาย เมื่อขยายงานออกไปทำสำนักพิมพ์โดยพิมพ์งาน “ขอชื่อสุธีสามสี่ชาติ” ของประภาส ชลศรานนท์ “ว้าวุ่น” ของปินดา โพสยะ และ “หาดขาว ดาวสวย และกล้วยตาก” ของตนเอง หรือเมื่อไปผลิตละครเวทีออกมาเป็นระยะต่อเนื่องถึง 4 เรื่อง ก็ล้วนได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ในเวลาต่อมานิตยสารต้องปิดตัวเอง สำนักพิมพ์ศิษย์สะดือก็พลอยล้มเลิกตามไปด้วย จากนั้นเขาได้เข้าไปเป็นนักร้องนักดนตรีกับวง “เฉลียง” แต่ไม่นานก็อำลาด้วยเหตุผลส่วนตัว แล้วเปิดบริษัทชื่อ “กะทิกะลา” มีงานแต่งเพลงให้กับรายการโทรทัศน์ “ทุ่งหญ้าป่าใหญ่” “ทุ่งแสงตะวัน” ฯลฯ รวมทั้งแต่งเพลงเพื่อร้องเอง เนื้อเพลง “หวังดี” ของเขาได้รับรางวัลพระพิฆเนศทองครั้งที่ 1ประจำปี 2529 ประเภทสร้างสรรค์สังคมยอดเยี่ยม พร้อมกับรางวัลประเภทนักร้องชายยอดเยี่ยมจากเพลง “บทเพลงใต้แสงดาว” อีกด้วย หลังแต่งงาน เขาไปใช้ชีวิตที่จังหวัดเชียงใหม่ จัดรายการวิทยุ ทำงานประชาสัมพันธ์ ทำงานเพลง แต่ก็ยังเขียนหนังสืออยู่เสมอ โดยมีผลงานลงพิมพ์ในนิตยสารต่าง ๆ และยังคงออกอัลบั้มเพลงอีกด้วย
Share: | View : 201