Kinfolk Magazine : ไอเดียธุรกิจนิตยสารที่มาจากความคิดสร้างสรรค์

Kinfolk Magazine

Kinfolk คือนิตยสารที่มาแรงและเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักอ่าน ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายแต่ดึงดูดใจได้อย่างตราตรึง เหตุเกิดจากความหลงใหลของ 2 คู่รักผู้ก่อตั้งอย่าง Nathan และ Katie Williams ด้วยจำนวนฉบับเพียง 8 ฉบับนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก ความโปรดปรานที่เหล่าบรรดานักอ่านมีให้ และเทใจยกอันดับเป็นนิตยสารโปรดในทันที ด้วยการจัดการนำภาพสิ่งของ อาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงของกระจุกกระจิกใช้ในบ้านมาจัดวางนำเสนอได้อย่างน่าอ่าน ภายใต้คอนเซปต์เรื่องการคงเสน่ห์ของ ความเรียบง่าย ไว้อย่างไม่ขัดเขิน พร้อมกับการไม่ปราณีในเรื่องของคุณภาพเนื้อหาที่ตรงใจกลุ่มผู้อ่านได้อย่างกว้างขวางไปทั่วโลก ลองมาศึกษาวิธีการทำงานจากหนึ่งในผู้ก่อตั้งอย่าง Nathan Williams ว่าเขาทำงานด้วยทัศนคติที่ดีอย่างไร ถึงสร้างสรรค์นิตยสารที่ตรงใจกลุ่มผู้อ่านได้มากถึงเพียงนี้

Kinfolk เริ่มต้นจากความเรียบง่ายของการนัดกันระหว่างกลุ่มเพื่อน โดยไม่ได้คาดหวังเอาไว้ว่าการนัดกันนี้จะกลายมาเป็นนิตยสาร Nathan หวังไว้เพียงว่าจะกลายเป็น blog หรือแหล่งข้อมูลสำหรับแบ่งปันภาพบรรยากาศไว้เท่านั้น โดยนัดวางแผนสำหรับมื้อเย็นที่มีความพิเศษกว่าวันธรรมดาขึ้นมาสักหน่อย ซึ่งเป็นเพียงปาร์ตี้เบาๆ ระหว่างสัปดาห์ ที่ Nathan กล่าวว่า ไม่ได้มีความซับซ้อนหรือพิเศษไปจากปาร์ตี้อื่นๆ ซึ่งสิ่งที่เขาต้องการอย่างเดียวก็คือ ความเป็นจริงที่เข้าถึงได้ในงานปาร์ตี้นั้นๆ ซึ่งกลุ่มเพื่อนก็ตอบรับความต้องการของเขาด้วยการนำคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนมาด้วย และเริ่มต้นสร้างแนวคิดของเขาให้เป็นจริงด้วยกัน

 

Kinfolk Magazine

 

ในช่วงแรกของการก่อตั้งบริษัท Kinfolk ใช้ชื่อแรกว่า “Kinfolks & Company” เพราะเป็นคำที่สามารถนำเสนอแนวความคิดของพวกเขาได้เป็นอย่างดี : Kinsfolk แปลว่า ช่วงเวลาที่แบ่งปันกับคนในครอบครัว และ Company ก็ให้หมายความถึง เพื่อน นั่นเอง ฟังดูละเมียดละไมแต่ออกจะใช้คำฟุ่มเฟือยไปเล็กน้อย ในท้ายที่สุด Nathan จึงตัดสินใจตัดคำให้เหลือเพียง Kinfolk ที่ยังให้ความหมายว่า ญาติพี่น้อง อยู่เช่นเดิม การใช้เวลาระหว่างมื้ออาหารนี้เองเป็นสิ่งที่ Nathan ให้ความสำคัญ เพราะเขาเชื่อว่า เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นยากกว่าในอดีตมาก เขาจึงต้องการสร้างมุมมองใหม่ และให้ความสำคัญไปกับรูปภาพ เนื้อหา และการจัดวางองค์ประกอบทั้งหมด เพื่อสร้างการระลึกถึงเหตุผลว่าทำไมนี่ถึงเป็นเรื่องสำคัญ - ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำต่อๆ กันมา, ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน, ความทรงจำ, ครอบครัว และการอยู่ร่วมกัน

Kinfolk เริ่มต้นจากคนรู้จักในกลุ่มเล็กๆ ไม่ว่าจะเป็นศิลปินหรือเหล่าบล็อกเกอร์ เริ่มจากกลุ่มคนที่ Nathan เองรู้จักเป็นการส่วนตัว และขยายขอบเขตความร่วมมือสู่ศิลปินกลุ่มอื่นๆ ซึ่งทักษะและฝีมือของแต่ละคนก็ค่อยๆ ถูกพัฒนาให้เข้มข้นด้วยคุณภาพมากขึ้นในแต่ละเล่ม ความเต็มใจที่แต่ละคนพร้อมให้ความช่วยเหลือในการสร้างสรรค์เนื้อหาให้ดีที่สุด ทำให้ Nathan ต้องเข้มงวดกับการรักษามาตรฐานที่ดีเลิศของ Kinfolk ไม่ให้น้อยถอยลง และต้องรักษากลุ่มนักเขียนและช่างภาพมากฝีมือเอาไว้ให้อยู่กับนิตยสารไปได้ตลอด

 

Kinfolk Magazine

 

Kinfolk มีทีมงานหลักประจำอยู่ที่พอร์ตแลนด์ สหรัฐอเมริกา และอีก 50 แห่งกระจายตัวอยู่ทั่วแผนที่ สิ่งที่น่าสนใจคือการติดต่อประสานงานร่วมมือกันระหว่างทีมงานที่อยู่ต่างพื้นที่ การจัดการกระบวนการทำงานโดยใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ ทั้งการติดต่องานผ่านอีเมล โทรศัพท์ผ่านสไกป์ แบ่งปันไฟล์งานผ่านเว็บไซต์ รวมถึงค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ จากต่างถิ่น และได้มาซึ่งภาพถ่ายที่งดงามจากหลายเมือง หลายประเทศ

 

Kinfolk Magazine

 

เริ่มต้นจากการวางธีมแต่ละเล่ม วางแผนเนื้อหา กำหนดรูปแบบสีที่ใช้เป็นโทนหลักของทั้งเล่ม ไปจนถึงรูปแบบที่ใช้ เมื่อนั้น Nathan ถึงจะพูดคุยการทำงานกับนักเขียนและช่างภาพของเขา โดยสิ่งที่เขาทำคือจะบอกเพียงเค้าโครงของเนื้อหาก่อน แทนที่จะบอกรายละเอียด เพื่อรับฟังความคิดเห็นที่นักเขียนและช่างภาพมีต่อธีมในเดือนนั้นๆ เพราะเขาอยากได้งานที่มีความเป็นตัวของนักเขียนหรือช่างภาพคนนั้นๆ ด้วย การที่ระบุรายละเอียดในใจของตนเองไปตั้งแต่แรกจะทำให้สุดท้ายแล้วเขาจะไม่ได้มาซึ่งเอกลักษณ์ในงานชิ้นนั้นๆ Nathan จึงเลือกวิธีการบอกเพียงทิศทางของแต่ละเล่ม เพื่อให้ได้มาซึ่งความคิดสร้างสรรค์ที่เฉพาะตัวของแต่ละคน

นับตั้งแต่การเปิดตัวนิตยสาร Kinfolk ฉบับแรก รางวัลแห่งความสำเร็จของ Kinfolk ก็ไม่ได้มีเพียงแค่คำชื่นชมจากเหล่านักอ่านทั่วทุกมุมโลก แต่รางวัลที่แท้จริงสำหรับ Nathan คือความสามารถในการรักษาความสมดุลระหว่างเวลาทำงานและเวลาว่างที่มีอยู่อย่างลงตัว และรู้ดีว่าการเป็นน้องใหม่ในวงการนิตยสารนั้นไม่ได้ปูทางด้วยความง่ายดายอย่างแน่นอน Nathan และผู้อ่านโชคดี ที่ Kinfolk มีทีมงานที่ทำงานอย่างทุ่มเทในแต่ละฉบับ (พวกเขาเรียกตัวเองว่า แรงงานแห่งความรัก) ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเวลาธรรมดาๆ ให้กลายเป็นงานที่รักได้ ความสำเร็จของ Nathan ถูกพิสูจน์ได้ด้วยการทำงานอย่างไร้รอยต่อระหว่างเขากับทีมงานทุกคนนั่นเอง

 

ที่มา : http://incquity.com/articles/kinfolk-magazine

Writer

Sirirat Soonsakul

นักอยากเขียน ผู้รักการสะสมท้องฟ้าสีวนิลลา และใช้หมูกระทะเยียวยาจิตใจ