เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
Promote + Product สมการความสำเร็จสูตร 4DBOOK

 

 

 

     

 

 

ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของวงการหนังสือออนไลน์ หนึ่งในผู้เล่นที่ถูกกล่าวขานและถูกจับตามากที่สุด เห็นจะไม่พ้นร้านหนังสือ 4DBOOK.COM เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะที่นี่ไม่ได้มีพื้นฐานมาจากร้านขายหนังสือขนาดใหญ่ อย่าง SE-ED หรืออมรินทร์    ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ที่มีฐานผู้ใช้บริการมากมายอย่าง TRUE หรือ AIS แต่เป็นธุรกิจในเครือของบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ของบริษัท อย่าง BEC WORLD เจ้าของไทยทีวีสีช่อง 3

 

4DBOOK เปิดตัวขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2555 จากการรวมตัวของ 3 พันธมิตรใหญ่คือบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท อนิศ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท แอ๊พ ทเว้นตี้ โฟร์ จำกัด จัดตั้งเป็น บริษัท บีอีซี-เทโร แอ๊พพ์ จำกัด เพื่อลุยตลาด Digital E-Book อย่างจริงจัง

 

 

                หนึ่งในคีย์แมนคนสำคัญของ 4DBOOK จักรินทร์ โสตถิวิวัฒน์ Content Manager เล่าถึงเหตุผลการลงสนามของบีอีซีครั้งนี้ว่า เป็นเรื่องของจังหวะและเวลาที่เหมาะสม เพราะช่วงที่เปิดตัวนั้นเป็นช่วงที่ตลาด eBook กำลังเติบโตไปพร้อมๆ กับการมาถึงของโทรทัศน์เคลื่อนที่แบบสมาร์ทโฟนพอดี

 

“ตอนนั้นเรามองว่าไม่เกิน 3-5 ปี เทรนด์ของคนรุ่นใหม่จะเปลี่ยน หันมาอ่าน eBook มากขึ้น เพราะต่อไปทุกคนมี Device (อุปกรณ์) กันหมด ไม่ใช่เพียงแค่เด็ก คนแก่ก็ใช้ ซึ่งคนแก่อาจจะชอบด้วยซ้ำ เพราะว่ามันขยายได้ ส่วนเด็กหรือผู้ใหญ่เอง บางทีเราก็มองว่าพวกนิตยสาร พอคนซื้อมาอ่านเสร็จก็ทิ้ง แต่แบบนี้คุณสามารถเก็บเอาไว้ แล้วอ่านที่ไหนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องพกเล่มใหญ่ๆ แล้วไม่ว่าคุณจะไปไหน มันก็จะอยู่กับคุณไปตลอด จนกว่าเครื่องคุณจะพังไป แต่ถึงเครื่องจะพังไป คุณก็แค่ส่งเมล์มาหาเรา บอกว่าขอเปลี่ยนเครื่อง”

 

 

                การคาดการณ์นี้ครั้งก็ดูเหมือนจะเป็นความจริง พิสูจน์ได้จากสถิติยอดขายในช่วง 1-2 ปีมานี้ ทิศทางการตลาดของร้านหนังสือออนไลน์ที่เติบโตขึ้นมาชนิดก้าวกระโดด หลายๆ บริษัท โดยเฉพาะบรรดาสำนักพิมพ์เริ่มหันมาจับธุรกิจนี้มากขึ้น หลังจากที่ไม่เคยสนใจมาก่อน ส่งผลให้ร้านหนังสือออนไลน์กลายเป็นธุรกิจระดับร้อยล้านบาท ซึ่งแม้จะเป็นสัดส่วนที่น้อย เมื่อเทียบกับธุรกิจสิ่งพิมพ์ ซึ่งวงเงินสะพัดร่วมพันล้านบาท แต่ก็เชื่อได้ว่าไม่นานเกินรอ ช่องว่างของธุรกิจ 2 กลุ่มนี้จะเริ่มเขยิบเข้ามาใกล้มากขึ้น และตีคู่กันในที่สุด

เพราะไม่ใช่เพียงแค่กลุ่มลูกค้าในเขตเมืองเท่านั้นที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม แต่ลูกค้าในต่างจังหวัดเองก็เริ่มมีความสนใจตรงนี้มากขึ้นแล้ว เนื่องจากทุกวันนี้เทคโนโลยีนั้นเข้าถึงเกือบทุกพื้นที่ และคนในต่างจังหวัดเองก็ต้องการความสะดวกสบายไม่ต่างจากคนเมือง

                “เมื่อก่อนเมืองกับชนบทมันอาจห่างกันหลายปีแสง แต่ทุกวันนี้ ทุกอย่างมันแคบเข้ามา โจทย์สำคัญอยู่ที่เราจะทำอย่างไรถึงจะเปลี่ยนพฤติกรรมคนต่างจังหวัดให้มาสนใจตรงนี้ได้ ซึ่งถามว่าเขามีความสนใจหรือความรู้เท่าทันไหม ผมเชื่อว่ามี เพราะ eBook มันเกิดได้ทุกที มันไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้าน เพราะหน้าร้านมันอยู่กับตัวคุณอยู่แล้ว ไม่เหมือนหนังสือ ที่คุณต้องมีหน้าร้าน ต้องมีทำเล ถ้าคุณวางไม่ดีคุณจบเลย แต่ eBook ไม่ใช่ คุณเห็นหน้าตามัน มี Preview (ตัวอย่าง) ให้อ่าน เพราะฉะนั้นร้านค้าอยู่ไหน ก็อยู่ในตัวคุณ เพียงแต่ว่า คุณต้องหาวิธีการให้เขาเข้ามาดูสักหน่อย ให้เขารู้ว่ามีร้าน eBook อยู่ตรงนี้นะ”

 

 

                แต่กว่าจะเดินเข้ามาถึงจุดนี้ได้นั้น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ซึ่งในกรณีของ 4DBOOK นั้นถือว่าค่อนข้างท้าทายเอาการ เพราะมีเรื่องให้ต้องเผชิญอยู่เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานหรือแม้แต่ตัวสินค้าที่จะถูกหยิบเข้ามาในร้าน

“หลายคนมองว่าธุรกิจนี้ไม่มีความเสี่ยง หรือเป็นตลาดที่ไม่ต้องลงทุน ซึ่งถ้าเป็นสำนักพิมพ์ก็อาจจะใช่ หากเขาใช้สูตรซีดีตัวเดียวสำหรับพิมพ์งาน แล้วก็ส่งให้เราเป็น PDF แต่สำหรับเราไม่ใช่เลย เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่จะต้องลงทุน คือเราอาจจะแตกต่างจากที่อื่นซึ่งอาจจะลงทุนน้อยกว่า เนื่องจากเป็นสำนักพิมพ์อยู่แล้ว หรือไม่ก็ใช้งบในการประชาสัมพันธ์ของมือถือ แต่เราเป็นมือใหม่เลย เราจึงต้องเริ่มทุกอย่างหมด ทั้งการจัดการ หรือการประชาสัมพันธ์ ซึ่งถามว่ามีความเสี่ยงไหม มีแน่นอน เพราะเราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราเอามาจะขายได้เท่ากับที่คาดหวังหรือเปล่า”

 

 

                ด้วยเหตุนี้ทาง 4DBOOK จึงต้องใช้ทรัพยากรที่ตัวเองมีเพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันให้เกิดขึ้นเสียก่อน

 

สิ่งแรกที่ถูกหยิบขึ้นมาใช้ ก็คือความได้เปรียบที่คู่แข่งไม่มี อย่างเวลาผ่านสื่อฟรีทีวี ซึ่งทาง 4DBOOK แทบจะไม่ต้องลงทุนอะไรมากมายนัก เพราะอยู่ในเครือเดียวกับไทยทีวีสีช่อง 3 โดยทางร้านได้จัดกิจกรรม เช่น การตอบคำถามผ่าน SMS หรือส่งข้อความโดนใจ เพื่อแลกกับการดาวน์โหลด eBook ฟรี ผ่านรายการ 4 รายการคือ ข่าววันใหม่ ก๊วนข่าวสุดสัปดาห์ โลกยามเช้า และโลกยามเช้าสุดสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็มีการวิเคราะห์และเลือกกลุ่มเป้าหมายไปด้วย

 

 

 

                “เบื้องต้นเราจะสแกนกลุ่มผู้อ่านจากแฟนของรายการที่โปรโมตออกไป โดยดูจากรูปแบบรายการก่อนว่า เหมาะกับใคร จากนั้นเราก็ค่อยมาจับกลุ่ม อย่างรายการข่าววันใหม่ เราก็ต้องหา Content ดีๆ ที่เหมาะกับกลุ่มวัยทำงานใส่เข้าไป เพราะคนที่ดูรายการนี้เป็นกลุ่มวัยทำงานที่มีความรู้ ซึ่งพอเวลารายการออกปุ๊บ มันเห็นผลเลย ยอดพุ่ง เพราะเขามี Device อยู่มืออยู่แล้ว ดูแล้ว ซื้อได้เลย โหลดได้เลย แต่ถ้าเราเลือก Content ผิด เช่นเอาเนื้อหาของกลุ่มคนทำงานมาใส่ในรายการก๊วนข่าววันหยุด ซึ่งเป็นเวลาของครอบครัว มันก็ไม่เกิดความน่าสนใจ ไม่เกิดการสั่งซื้อเข้ามา”

 

 

                การประชาสัมพันธ์แบบนี้ถือว่าได้ผลอย่างมาก เพราะลูกค้ากว่า 80 เปอร์เซ็นต์รู้จักเว็บไซต์ผ่านรายการของช่อง 3 โดยเฉพาะข่าววันใหม่ ซึ่งทาง 4DBOOK จัดโปรโมตทุกคืนวันเสาร์ และยังทำให้เกิดการขยายฐานตลาดในวงกว้างได้อีก โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่ทางทีมงานคาดไม่ถึง อย่างคนไทยในต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่กำลังซื้อสูงมาก เพราะคนกลุ่มนี้มีความคิดถึงบ้านเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และมีความต้องการจะอ่านนิตยสารไทย แต่ปัญหาคือ หนังสือไทยในเมืองนอกมีน้อย บางทีต้องขับรถข้ามรัฐไปซื้อ แถมราคาก็แพงมาก เช่น นิตยสารปกราคา 80 บาท แต่ที่นี่อาจจะสูงถึง 500 บาท ดังนั้น การซื้อหนังสือผ่านเว็บไซต์ ไม่ใช่เพียงแค่สร้างความสะดวกสบายให้แก่พวกเขาเท่านั้น ยังทำให้ลูกค้าสามารถซื้อนิตยสารในราคาที่เหมาะสมอีกด้วย

 

                ไม่เพียงแค่นั้น 4DBOOK ยังมีแผนอีกว่า จะนำเนื้อหา (ที่ไม่ติดลิขสิทธิ์) จากรายการของช่อง 3 และบริษัทในเครือไปต่อยอด เพื่อสร้างเป็น Exclusive Content หรือเนื้อหาที่มีเฉพาะในเว็บไซต์ได้ โดยที่วางเอาไว้แล้วก็มี รายการแจ๋ว เพราะรายการนี้เคยรวบรวมเนื้อหาสาระความรู้ที่ออกออกอากาศ มาจัดทำเป็น E-Magazine มาแล้วครั้งหนึ่ง แถมยังมีฐานผู้ชมที่แข็งแรงอีกด้วย กับนิตยสารออนไลน์เกี่ยวกับดนตรี โดยใช้ฐานข้อมูลของ Sony Music มาเป็นแหล่งข้อมูลในการผลิตเนื้อหา ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการเจรจา

 

                นอกจากการโปรโมตผ่านช่อง 3 แล้ว ล่าสุดทาง 4DBOOK ยังมีโครงการสร้างพันธมิตรใหม่ โดยการร่วมมือกับเว็บไซต์ Sanook.com ซึ่งถือเป็นเว็บไซต์ไทยที่มียอดผู้ชมมากที่สุด โดยนำเสนอการอ่าน eBook ในรูปแบบใหม่ นั่นคือการอ่านผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มช่องทางให้ผู้อ่านหนังสือ ไม่ต้องจำกัดเฉพาะระบบปฏิบัติการในโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เพราะที่ผ่านมา ผู้ให้บริการหลายๆ เจ้าไม่กล้าทำ เนื่องจากกลัวว่าไฟล์ของหนังสือจะหลุดไปในตลาดมืด แต่สำหรับจักรินทร์แล้ว เขาเชื่อว่าปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้นแน่นอน เพราะระบบของ 4DBOOK เองก็ได้พัฒนาระบบเรื่องความปลอดภัยมาโดยตลอด

 

                “เราไม่เคยให้ความสำคัญกับกลุ่มที่ละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะเรามองว่า คนที่ทำพวกนี้ถึงอย่างไรก็ไม่ซื้ออยู่แล้ว ต่อให้คุณลดราคาเหลือไม่เท่าไหร่ เขาก็ไม่ซื้ออยู่ดี มันก็เหมือนคนที่ซื้อ MP3 ถามว่าจะกลับมาซื้อของจริงไหม เราเน้นแต่คนที่ซื้อของจริง ซึ่งก็จะซื้อแต่ของจริง ซึ่งเรามองว่ามีเยอะ คือตลาด eBook คนพร้อมจะซื้อของจริงมากกว่าอ่านฟรี อาจจะสัก 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอ่านฟรีสัก 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตัวเลขนี้ ผมให้เยอะมากแล้วนะ เพราะคนที่ทำพวกนี้มีน้อยมาก”

 

 

                ถึงวันนี้ จักรินทร์วิเคราะห์ว่า แผนการประชาสัมพันธ์ของ 4DBOOK ที่ผ่านมาตลอดปีกว่าๆ นั้นค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และได้รับการตอบรับจากผู้ใช้อย่างมาก จึงเชื่อว่าในปีต่อๆ ไป น่าจะมีฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัว

 

                และไม่ใช่เพียงเรื่องโปรโมตเท่านั้นที่ถือว่าเป็นจุดแข็งของร้าน ตัวสินค้าที่เข้ามาก็ถือว่าแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้ร้านหยัดยืนได้อย่างแข็งแกร่ง ยุทธศาสตร์หนึ่งที่ 4DBOOK วางเอาไว้ก็คือ การนำสินค้าที่ดีที่เหมาะสมมานำเสนอและมอบให้แก่ลูกค้าที่ใช่

 

                ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 3-4 ปีก่อนที่ eBook เริ่มเข้ามาบุกตลาดการอ่านของคนไทย มีคำกล่าวหนึ่งที่น่าสะพรึงกลัวคือ นี่อาจจะเป็นเวลาที่ล่มสลายของวงการหนังสือไทยแล้ว คำกล่าวนี้ทำให้สำนักพิมพ์ในเมืองไทยจำนวนมากไม่กล้าจะเปิดใจรับธุรกิจนี้ และถึงจะร่วมมือด้วยแต่ก็มักจะมอบแต่หนังสือเก่าๆ ที่ขายไม่ออกหรือไม่พิมพ์อีกแล้วให้ร้านค้าหนังสือออนไลน์แทน และมองว่าตลาดนี้เป็นเพียงแค่การสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น

 

                ที่ผ่านมา 4DBOOK จึงให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนทัศนคติตรงนี้ โดยเฉพาะการทำให้เห็นสำนักพิมพ์ต่างๆ เห็นว่าตลาด eBook ไม่ใช่เพียงแค่ตลาดเสริมแต่เป็นตลาดที่สามารถเติบโตไปได้คู่กับตลาดหนังสือเล่ม

                “ตลาดหนังสือเล่มกับตลาด eBook กลุ่มคนซื้อเป็นคนละกลุ่มกัน” คือภาพความจริงที่จักรินทร์พยายามจะฉายให้เห็น เพราะคนที่ชอบซื้อหนังสือเล่มอยู่แล้ว ถึงยังไงก็จะซื้อหนังสือเล่มเหมือนเดิม แต่คนไม่ชอบการอ่านหนังสือ มีสิทธิ์ที่อยากจะอ่านหนังสือมากขึ้นจากบริการตรงนี้

 

                “สำนักพิมพ์ควรมองว่านี่เป็นการสร้างรายได้ควบคู่กันไป แต่คุณต้องเอาหนังสือใหม่มาให้เราด้วย เพราะถ้าคุณเอาหนังสือเก่า คุณก็จะไม่ได้อะไร เพราะหนังสือเก่ามันไม่น่าสนใจ สู้เอาหนังสือใหม่มา แล้วทำให้คนกลับไปค้นดูว่าหนังสือเก่ามีอะไร แบบนี้ดีกว่า เพราะบางคนก็ซื้อทั้งสองฝั่ง ชอบซื้อหนังสือ แต่อยากได้ไฟล์ดิจิตอลเก็บไว้ด้วย”

 

 

                ขณะเดียวกัน ก็ต้องให้เป็นอิสระแก่สำนักพิมพ์ 4DBOOK มีนโยบายอย่างหนึ่ง ก็คือการไม่ผูกขาดสำนักพิมพ์ไว้กับตัวเอง ทุกแห่งสามารถนำหนังสือของตัวเองไปขายกับผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ ได้

                “ทุกวันนี้ ยอมรับว่าเรายังเป็นรองเจ้าอื่นๆ เรื่อง Content คือเรามีประมาณ 3,000 กว่าเรื่อง แต่เราก็เชื่อว่า สิ่งที่เรามีก็ค่อนข้างหลากหลาย อย่างพวกนิตยสาร พวกหัวชั้นนำก็คงไม่ต่างกัน ส่วนที่ Book ก็คงต่างกันแน่นอน บางทีก็ส่งให้ที่อื่นไม่ส่งให้เรา มีที่ก็ส่งให้เราที่เดียว แต่เราไม่เน้นการผูกขาด เพราะเราถือว่า เราไม่อยากให้สำนักพิมพ์มาผูกขาดที่ใดที่หนึ่ง เพราะมันจะทำให้ตลาดไม่โต เราจึงอยากให้ทุกสำนักพิมพ์ขายได้ทุกที เหมือนคุณทำหนังสือมาเล่มหนึ่ง คุณก็ต้องวางขายที่อมรินทร์ได้ ขายที่ซีเอ็ดได้ เซเว่นได้ ถ้าคุณจำกัดแล้ววางขายที่เดียว คุณก็เสียโอกาสไป eBook ก็เหมือนกัน ถ้าคุณขายที่เดียว คุณก็เสียโอกาส นอกจาก content ที่เป็นเฉพาะที่เรา”

 

 

                อีกเรื่องซึ่งถือเป็นปัญหาของวงการ eBook มาโดยตลอด ก็คือ วิธีคิดแบบเดิมๆ อย่างการทำโปรโมชันประเภท ลด แลก แจก แถม ก็เป็นอีกสิ่งที่ต้องขจัดไปให้ได้โดยด่วน จักรินทร์อธิบายว่า จริงๆ แล้ว eBook มีศักยภาพเพียงพอที่จะขายราคาปก แต่อาจจะต้องมีการเพิ่มเติมอะไรบางอย่างเพื่อให้ผู้อ่านรู้สึกคุ้มค่ากับเงินที่เสียไป

 

                “เราบอกทุกเจ้าเลยว่า หากมาอยู่กับเรา จะไม่ให้ลดเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ นอกจากโปรโมชันที่คุณจะจัด ซึ่งเป็นช่วงๆ ไป เพราะลดมากๆ ตลาดมันจะไม่โต ดังนั้นคุณไม่ต้องลดเปอร์เซ็นต์เยอะ แต่คุณต้องสร้างความแตกต่างเมื่อเทียบกับสิ่งพิมพ์ เช่น นิตยสาร หากคุณมีภาพเบื้องหลังหรือไฟล์วีดีโอคุณใส่เข้ามา ส่วนหนังสือเล่ม หากไม่มีไฟล์วิดีโอ ก็อาจจะเพิ่มรูป พวกรูปถ่ายที่คุณเก็บไว้ แต่ไม่ได้เอามาลงเพราะข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ หน้าที่เกินยก หรือบางทีอาจจะเพิ่มบท คือคุณอาจจะบอกว่ามันดีมาก แต่ตอนพิมพ์มันจำเป็นต้องตัดออกไปบทหนึ่ง เราก็จะบอกให้เพิ่มขึ้นมา ตรงนั้นเป็นการเพิ่มมูลค่าให้ตัว eBook โดยไม่ต้องลดราคา และยังเป็นลูกเล่นและสร้างความรู้สึกคุ้มค่าให้คนที่ซื้อไปในตัว”

 

 

                การทำแบบนี้ นอกจากจะเป็นการตอบโจทย์สำนักพิมพ์แล้ว ยังถือเป็นการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอีกด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าการทำธุรกิจ ลูกค้าเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด

 

                ที่ผ่านมา หลายคนอาจจะคิดว่า คู่ต่อสู้ที่สำคัญที่สุดของตลาด eBook คือ ความเคยชินต่อการอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ แต่ในมุมของจักรินทร์แล้ว นั่นเป็นปัญหาที่เล็กมาก เพราะหลายๆ กลุ่มก็ซื้อหนังสือด้วยวิธีแบบนี้มากกว่าการซื้อในร้าน เช่น กลุ่มผู้ชาย ซึ่งไม่ค่อยเข้าร้านหนังสือ และบางทีก็ไม่กล้าซื้อนิตยสารบางประเภท อย่างนิตยสารประเภทเซ็กซี่ เพราะกลัวว่า จะมีผลต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง และการซื้อหนังสือผ่านร้านค้าอย่าง 4DBOOK นอกจากจะสะดวกสบายแล้ว ยังเป็นอิสระ เป็นมีความเป็นส่วนตัวสูงกว่า สังเกตได้จากยอดขายที่เท่าๆ กันของผู้หญิงและผู้ชาย ดังนั้น ปัญหานี้ จึงน่าจะมาจากระบบของตลาดนี้ยังเข้าไม่ถึงกลุ่มผู้อ่านที่มีความหลากหลายอย่างเพียงพอ

                หนึ่งในกรณีศึกษาที่จักรินทร์ยกตัวอย่างให้ฟัง ก็คือ วิธีชำระเงินของลูกค้า

“ตอนแรกเราโฟกัสอยู่ที่กลุ่มคนทำงาน อายุ 25 ปีขึ้นไป เพราะมองว่ากลุ่มคนทำงานเขามีบัตรเครดิต ซึ่งตรงนี้ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับวงการ eBook ในเมืองไทยที่ไม่โต เพราะมันเท่ากับเราไปจำกัดกลุ่มลูกค้า มาตอนหลังเราโฟกัสลงต่ำ และเพิ่มวิธีจ่ายเป็นโอนผ่านธนาคารก็ได้ ผ่านเอทีเอ็มก็ได้ เคาน์เตอร์เซอร์วิสก็ได้ ซึ่งพอเราเปลี่ยนวิธีคิด กลุ่มลูกค้าเราขยายทันที เด็กก็ซื้อ ผู้ใหญ่ที่ไม่มีบัตรเครดิตก็ซื้อ เพราะถามจริงๆ เด็กยุคนี้ใช้สมาร์ทโฟน แต่เขาอาจไม่มีบัตรเครดิต เขาอยากซื้อแต่ซื้อไม่ได้ และถ้าจะว่าไปแล้ว คนมีบัตรเครดิตก็ไม่ใช่ทั้งหมดที่จะซื้อหนังสืออ่าน”

 

 

จากแนวคิดตรงนี้ ทำให้ 4DBOOK สามารถนำขยายแผนธุรกิจได้อีกมากมาย อย่างเช่นตลาดหนังสือการ์ตูน ซึ่งผู้ให้บริการเจ้าอื่นๆ แทบไม่เคยให้ความสนใจเลย แต่ความจริงแล้ว กลุ่มนี้มีฐานลูกค้าเยอะมาก และหลายๆ คนก็อยากจะสะสมการ์ตูนเอาไว้อ่านแบบครบชุด ซึ่งตอนนี้ทางร้านก็ได้สิทธิ์ในการขายการ์ตูนเรื่อง นักรบครบสลึง มาครอบครองแล้ว และอีกเรื่องที่กำลังเจรจาอยู่เป็นการ์ตูนยอดนิยมในหมู่นักอ่านเมืองไทยมาก ก็คือ ‘One Piece’

 

                เช่นเดียวกับการเรื่องวิธีการจัดการเรื่องต่างๆ หลังการขาย ซึ่งทาง 4DBOOK พยายามอุดช่องว่างตรงนี้ ด้วยการดึงระบบต่างๆ เข้ามาควบคุมเอง ซึ่งสังเกตได้จากการ การซื้อขายของ 4DBOOK ไม่เหมือนเจ้าอื่นๆ เพราะที่นี่ขายผ่านเว็บไซต์และอ่านผ่านแอพพิเคชัน ขณะที่เจ้าอื่นๆ ซื้อขายและอ่านผ่านระบบแอพพิเคชัน

                “สาเหตุที่เราต้องใช้แบบนี้ เพราะเรามีตัวอย่างเว็บๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นร้านออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด เขาก็ใช้รูปแบบนี้ เนื่องจากเขาไม่อยากไปเสีย 30 เปอร์เซ็นต์ให้แก่เจ้าของระบบ และไม่อยากให้ทุกอย่างไปผูกกับตรงนั้นมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นการตรวจหรือการชำระเงิน ที่สำคัญการทำตรงนี้ มันจะง่ายต่อการแก้ไขปรับปรุง แน่นอนถามว่ายุ่งยากไหม ยุ่งแน่นอน โดยเฉพาะสำหรับคนที่เคยชินกับการทำทุกอย่างจบในแอพฯ แต่เราก็มองว่า มันก็แค่เด้งไปเด้งมาสองที คุณก็คงไม่รู้สึกอะไรมากหรอก เพราะเราพยายามตกแต่งหน้าเว็บให้เหมือนหน้าแอพฯ มากที่สุด”

 

 

                ข้อดีของการวางระบบแบบนี้ นอกจากเรื่องการจัดการแล้ว ผลประโยชน์ยังตกกับสำนักพิมพ์ด้วย เพราะแทนที่จะนำเงินตรงนี้ไปให้ระบบปฏิบัติของโทรศัพท์มือถือกินเปล่า ก็สามารถนำมาจัดสรรให้แก่สำนักพิมพ์เพิ่มเติมได้ โดยทุกวันนี้ทาง 4DBOOK ได้แบ่งรายได้ให้สำนักพิมพ์ประมาณ 65-70 เปอร์เซ็นต์

 

                แม้วันนี้ จักรินทร์จะมองว่าชื่อของ 4DBOOK อาจจะยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าที่ควร เพราะถึงตลาด eBook จะโตเพียงใด แต่ถ้าลองไปเทียบกับคนที่อ่านหนังสือจริงๆ เมืองไทยก็ยังถือว่ามีจำนวนน้อยอยู่ เพราะฉะนั้นเขาวางทิศทางในอนาคตของร้านขายหนังสือออนไลน์แห่งนี้ว่า คงต้องสร้างชื่อเสียงของเว็บให้มากขึ้น เช่นการผลักดันให้เนื้อหาของพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งเรื่องการผลิตตำราเรียน และหลักสูตรที่สามารถพัฒนาเด็กได้อย่างคุณภาพ เข้าไปอยู่ในแท็บเล็ตที่รัฐบาลแจกจ่ายให้แก่เด็กประถมศึกษา เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าเนื้อหาที่อยู่ในนั้นอาจจะยังไม่ตอบโจทย์และมีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างแท้จริง

 

พร้อมๆ กับขยายฐานของลูกค้าให้มากขึ้น โดยอาจไปทำโครงการร่วมกับพันธมิตรกลุ่มต่างๆ แต่ทั้งนี้ จักรินทร์ก็ถือหลักที่ว่า จะต้องไม่ทำแบบแบบฉาบฉวย อย่างการทุ่มงบประมาณมหาศาลหรือมีโปรโมชันหนักๆ  เพราะถึงอย่างไร ลูกค้าในฝันเขาก็คือ คนที่ตั้งใจจะอ่านหนังสือจริงๆ

จำนวนผู้เข้าชม 26113    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :