เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
ความสำคัญต่อการบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในประเทศกำลังพัฒนา

ความสำคัญต่อการบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในประเทศกำลังพัฒนา

 

 

การบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ คืออะไร?

     มีการกล่าวไว้ว่า ผู้สร้างสรรค์ชิ้นงาน เป็นผู้มีสิทธิ์ขาดในการอนุญาต,ห้าม บุคคลอื่นใดใช้ประโยชน์ในผลงานของเจ้าของสิทธิ์ เช่น ในกรณีของ ผู้เขียนบทละคร ยินยอมให้ผลงานของตัวเองถูกนำไปแสดงบนเวที ภายใต้ข้อตกลงที่ทำไว้ชัดเจน หรือ นักเขียนสามารถทำข้อกำหนด ตกลงเป็นสัญญา กับสำนักพิมพ์ในแง่ของการตีพิมพ์ จัดจำหน่าย อัตราค่าส่วนแบ่ง เป็นต้น เหล่านี้ล้วนเป็นตัวอย่างที่เจ้าของสิทธิ์สามารถใช้เป็นหลักการบริหารค่าลิขสิทธิ์ให้เข้ามาช่วยกำกับดูแล สิทธิ์ของตนเองไม้ให้ถูกเอาเปรียบเอาได้

     หลายๆกรณีศึกษาที่แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนในการบริหารสิทธิ์ ที่มักเกิดปัญหาเวลาปฏิบัติใช้จริง อาทิเช่น ผู้ประพันธ์คงไม่สามารถมีเวลาไปตรวจสอบดูว่างานประพันธ์ของตัวเองว่าโดนละเมิด ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือไปใช้โดยที่ตนเองไม่พึงปรารถนาหรือไม่อย่างไร จึงเกิดการจัดตั้งองค์กรบริหารลิขสิทธิ์ขึ้นไว้เป็นตัวกลางระหว่างเจ้าของสิทธิ์และผู้ใช้ทั่วไปโดยทำหน้าที่ดูแลลิขสิทธิ์ของเจ้าของสิทธิ์

     เหตุที่องค์กรนี้มีความสำคัญก็เพราะว่าเหล่า ศิลปิน นักแต่งเพลง นักเขียน นักดนตรี นักแสดง เป็นกลุ่มคนที่สร้างสรรค์ผลงานที่มีพื้นฐานอยู่กับความอัจฉริยะด้านความคิดสร้างสรรค์ ที่ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อสังคม สมควรแก่การคุ้มครอง ปกป้องสิทธิ์ รวมถึงได้รับรางวัลค่าตอบแทนสำหรับใช้การประโยชน์ในผลงานนั้นๆ

      กลุ่มสมาชิกขององค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์นั้นเปิดกว้างอยู่ทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็น นักประพันธ์ นักแต่งเพลง สำนักพิมพ์ นักดนตรี นักแสดง หรือ ช่างภาพ เป็นต้น ในส่วนขององค์กรกระจายภาพและเสียงนั้นจัดอยู่ในกลุ่มผู้ใช้

องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์มีหน้าที่กำกับดูแลสิทธิ์ตามสถานที่ต่างๆดังนี้

·         การจัดแสดงงานทางดนตรีทั้งในร้านอาหาร ดิสโก้เทค หรือสถานที่ที่จัดงานดนตรีต่างๆ

·         สิทธิ์ในการกำกับดูแลการกระจายภาพและเสียงสู่สถานีวิทยุและทีวี

·         สิทธิ์ในการจัดทำซ้ำในงานดนตรีทั้งแสดงสดหรือบันทึกเสียงในรูปแบบเทป ซีดีหรืออื่นๆ

·         สิทธิ์ในผลงานที่ใช้แสดงในงานเวที

·         สิทธิ์ในผลงานที่ถูกจัดทำซ้ำในด้านวรรณกรรมและดนตรี

 

องค์กรบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร?

     ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจนั้นๆที่มีการจัดเก็บค่าสิขสิทธิ์ โดยหน่วยงานที่จัดเก็บจะเป็นผู้จัดการครบทั้งขั้นตอนแทนสมาชิกเจ้าของสิทธ์ ในส่วนงานพิมพ์เอกสารทั้งหนังสือ รายงาน เนื้อเพลงที่มีลิขสิทธิ์นั้น ทางองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์จะเข้ามาดูแล การยินยอมของเจ้าของสิทธิ์ในกรณีผลงานต้องถูกทำซ้ำ ถ่ายสำเนา แพร่กระจายในสถานศึกษา ห้องสมุด สถานที่สาธารณะ ในส่วนงานด้านดนตรีนั้น ครอบคลุมทุกประเภทแนวเพลง สถานที่จัดการแสดง กระจายภาพและเสียง ก็อยู่ในอำนาจหน้าที่ขององค์กรการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์

     การส่งถ่ายข้อมูลในโลกปัจจุบันเปลี่ยนจากระบบ Analogue สู่ Digital นั่นหมายถึงข้อมูลเนื้อหาต่างๆถูกส่งแพร่กระจายผ่านอินเตอร์เน็ต ล้วนแล้วแต่ส่งผลถึงการทำงานขององค์กรการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์และการบังคับใช้ ซึ่งต้องปรับตัวให้ทันกับยุคสมัย ในยุคสหัสวรรษใหม่ การทำซ้ำแพร่กระจายข้อมูลสามารถทำได้ง่ายทั้งอัพโหลด ดาวโหลด ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีผลกระทบประเมินค่ามิได้ต่อทั้งเจ้าของสิทธิ์ ผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์

     องค์กรการบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในหลายๆที่นั้น จำเป็นต้องหมั่นพัฒนาระบบการตรวจสอบ การส่งข้อมูลที่เชื่อมโยงถึงการให้สิทธิ์อนุญาตใช้งานนั้นๆ รวมไปถึงข้อมูลต่างๆเพื่อให้ทันต่อยุคดิจิตัล มาตรการการคุ้มครองทางกฎหมายก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีความจำเป็นเพื่อป้องกัน การแก้ไข ทำซ้ำ ทางองค์การทรัพย์สินปัญญาแห่งโลกหรือ WIPO ได้ทำสนธิสัญญาขึ้น2ฉบับในปี 1996 เพื่อรองรับปัญหาที่จะเกิดขึ้นในยุคดิจิตัล ทั้งนี้เพื่อให้เจ้าของลิขสิทธิ์รู้สึกว่าผลงานได้รับการคุ้มครองแม้อยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตก็ตาม

 

ด้วยความเอื้อเฝื้อข้อมูลโดย คุณ คานดรา ดารุสมาน องค์กรทรัพย์สินทางปัญญาแห่งโลก WIPO

กรอบการคุ้มครองทางกฏหมายสำหรับการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในประเทศไทย

 

การสร้างสรรค์งานที่มีลิขสิทธิ์คือ?

·         เป็นการแสดงออกทางความคิดผ่านชิ้นงานนั้นๆ

·         ผลงานนั้นแสดงออกถึงความเป็นเจ้าของสิทธิ์ในผลงานนั้นๆ

·         ต้องเป็นผลงานที่ได้รับการรับรองทางกฏหมาย

     ทุกชิ้นงานที่มีลิขสิทธิ์ต้องได้รับการคุ้มครองทางกฎหมาย อย่างเช่น งานวรรณกรรม งานละคร ศิลปกรรม งานดนตรี งานภาพยนตร์ เป็นต้น โดยการคุ้มครองนั้นไม่จำเป็นต้องทำการประกาศหรือตีพิมพ์ผ่านสิ่งพิมพ์

รูปแบบการเป็นเจ้าของสิทธิ์?

·         สร้างสรรค์โดยผู้สร้างอิสระ สิทธิ์เป็นของผู้สร้าง

·         สร้างสรรค์โดยลูกจ้าง สิทธิ์เป็นของลูกจ้าง

·         สร้างสรรค์โดยฟรีแลนซ์ สิทธิ์เป็นของผู้รับจ้าง

·         สร้างสรรค์โดยคำสั่งขององค์กรที่เป็นของรัฐ สิทธิ์เป็นขององค์กร

·         สร้างสรรค์โดยวิธีการปรับแต่งตามกฎหมาย สิทธิ์เป็นของผู้แก้ไข

·         สร้างสรรค์โดยการรวบรวมที่ได้รับการอนุมัติจากเจ้าของ สิทธิ์เป็นของผู้รวบรวม

 

ระยะเวลาการคุ้มครอง?

     การคุ้มครองทางกฎหมายแก่บุคคลธรรมดามีผลยาวนานตลอดระยะผลงาน บวก50 ปี สำหรับนิติบุคคล คุ้มครอง50 ปี หลังการเผยแพร่ครั้งแรก ศิลปะประยุกต์ได้รับการคุ้มครองเป็นระยะเวลา 25 ปีหลังจากการเผยแพร่ครั้งแรก ขณะที่การผลิตภาพและเสียง ได้รับการคุ้มครองเป็นเวลา 50 ปีหลังชิ้นงานสำเร็จหรือเผยแพร่ครั้งแรก

     ความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ได้รับการคุ้มครองสิทธิ์ตามกฏหมาย กล่าวคือห้ามการกระทำใดไม่ว่าจะเป็น การลอกเลียนแบบ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข ข้อมูลอันทำให้เจ้าของสิทธิ์ได้รับความเสียหาย ล้วนเป็นสิ่งผิดกฏหมาย

ข้อยกเว้นในการละเมิดสิทธิ์

·         ต้องกระทำโดยวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาและงานวิจัยที่ไม่แสวงหากำไร

·         ต้องกระทำเพื่อวิจารณ์โดยแสดงถึงการยอมรับในความเป็นเจ้าของสิทธิ์

·         เพื่อรายงานข่าวไปยังสื่อมวลชนโดยแสดงการยอมรับในความเป็นเจ้าของสิทธิ์

·         เพื่อนำเสนอ ทำซ้ำ สำหรับดำเนินคดีภายใต้การกำกับดูแลของศาล

·         เพื่อการสอนที่ไม่แสวงหากำไร

·         เนื้อหาที่ได้รับการแก้ไขเพื่อวัตถุประสงค์ของการสอนโดยปราศจากการแสวงหากำไร

·         บรรณรักษ์มีสิทธิ์ที่ทำซ้ำ หรือ จัดให้ เพื่อวัตถุประสงค์การเรียน

รูปแบบการละเมิดสิทธิ์แบ่งได้ 2 ประเภท

     การละเมิดทางตรงหมายถึงการทำซ้ำ แก้ไข หรือการเผยแพร่สู่สาธารณะหรือให้เช่าโดยไม่ได้รับการอนุญาต การละเมิดทางอ้อมหมายถึงการจงใจกระทำโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขายที่ไม่ได้รับอนุญาต เช่น การซื้อขาย VCD นำเข้าดิคชันนารีราคาถูกปลอดภาษีเพื่อมีไว้จำหน่ายในราชอาณาจักร

      รูปแบบการละเมิดสิทธิ์ที่เปลี่ยนตามการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจ

      การละเมิดลิขสิทธิ์ดิจิตัล หรือ ในยุคอินเตอร์เน็ต มีผลกระทบอย่างรวดเร็ว การละเมิดลักษณะนี้สร้างปัญหาในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในการระบุผู้กระทำผิด รวมถึงเป็นการยากในการควบคุม ปัจจุบันมีการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์จากผู้ให้บริการไปยังผู้ประกอบการร้านคาราโอเกะในประเทศไทย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ปัญหาซับซ้อนเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าลิทธิ์ยังคงมีอยู่ให้เห็น

ด้วยความเอื้อเฝื้อข้อมูลโดย

คุณ นุสรา กาญจนุกูล

กรมทรัพย์สินทางปัญญา

 

     บทบาทและความรับผิดชอบขององค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์การทำซ้ำ RROs

ปัจจุบัน RRO มีประเทศสมาชิกทั้งหมด 78 ประเทศ แบ่งตามทวีปได้ดังนี้

·         ยุโรป                                                                       34 ประเทศ

·         แอฟริกา                                                                  12 ประเทศ

·         อเมริกาและประเทศในหมุ่เกาะแคลิเบียน                 18 ประเทศ

·         เอเชียและโอเชียเนีย                                              12 ประเทศ

     RROs มีภารกิจหลักเพื่อสร้างความตระหนักรู้แก่บุคคลทั่วไปและบังคับใช้กฎหมายลิขสิทธิ์อย่างเหมาะสม ภายใต้การรณรงค์ที่ว่า สนับสนุนการจัดเก็บค่าลิขลิทธิ์เท่ากับสนับสนุนเศรษฐกิจ ความรู้ วัฒนธรรม

     การทำซ้ำ ทำสำเนาสะท้อนให้เห็นถึงปริมาณความต้องการในข้อมูลนั้นๆเป็นจำนวนมากๆวัดได้จากการใช้เครื่องถ่ายเอกสารในหลายวัตถุประสงค์

·         ต้องการข้อมูลเพียงบางส่วน

·         ต้องการอัพเดทข้อมูล

·         หนังสือ เนื้อหาไม่เพียงพอกับความต้องการเนื่องจากไม่มีการผลิตมาจำหน่าย

ตามที่เราทราบ เนื้อหาต้นฉบับถูกแพร่กระจายอยู่ทุกที่ โดยพื้นที่ที่ควรมีการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์มีดังนี้

·         สถานศึกษาทุกระดับ

·         องค์กรการค้าและอุตสาหกรรม

·         หน่วยงานการบริหารสาธารณะ เช่น สถานที่ราชการ ภูมิภาค ท้องถิ่น

·         ห้องสมุดและสถานที่ทำวิจัยในสาธารณะ

·         สถาบันด้านวัฒนธรรม

·         ร้านถ่ายเอกสาร

·         หน่วยงานที่คักลอกข้อความเอามาออกสื่อ

     RROs มีหน้าที่ ความรับผิดฃอบภายใต้การสนับสนุนจากฝ่ายรัฐบาล ซึ่งบทบาทของรัฐบาลคือการสร้างความตระหนักรู้และออกกฏหมายรับรอง รวมถึงการออกใบอนุญาต

 

ด้วยความเอื้อเฝื้อข้อมูล โดย

คุณ โอลัฟ สตอกโม

ประธาน และ กรรมการบริหาร IFRRO

 

ภารกิจหลักขององค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์การทำซ้ำ RROs ต่อเรื่องการออกใบอนุญาตเก็บค่าลิขสิทธิ์ การจ่ายค่าตอบแทน

หน้าที่ของ องค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์การทำซ้ำ หรือ RROs

·         ทำให้สามารถเข้าสู่การทำสำเนาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

·         ให้ใบอนุญาตแก่สถานศึกษา หน่วยงานรัฐ และภาคธุรกิจ

·         จ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่สมาชิกในเวลามีการทำสำเนางานของสมาชิก

·         ให้ความรู้เรื่องลิขสิทธิ์

สามารถทำสำเนาเอกสารที่มีใบอนุญาตอะไรบ้าง สำเนาถาวร หรือ เป็น ดิจิตัล

-10 %ของหน้าหนังสือทั้งหมดหรือเท่ากับหนึ่งบท

-หนึ่งบทความจากวารสาร

-งานศิลปะทั้งชิ้น

 

ภาคมหาวิทยาลัยมีความคิดเห็นอย่างไรกับการมีใบอนุญาต

“ทุกภาคส่วนต่างก็ได้เปรียบ ทั้งผู้ใช้ นักประพันธ์เจ้าของสิทธิ์ แล้วก็ส่วนของสถานศึกษาที่ให้ข้อมูลการเรียนที่เป็นประโยชน์แก่นักศึกษา”

ดร.เกล็น วิทเทอส์ ,ซีอีโอ

มหาลัยออสเตรเลีย

ระบบการชำระเงิน

·         ผู้ถือสิทธิ์ต้องเป็นสมาชิกของ หน่วยงานบริหารลิขสิทธิ์ หรือ copyright agency ในการเข้ารับเงิน

·         หน่วยงานบริหารลิขสิทธิ์ หรือ copyright agency จะจ่ายเงินค่าละเมิดสิทธิ์ให้ ผู้ประพันธ์ก่อนในกรณีทั้งผู้ประพันธ์และสำนักพิมพ์ต่างขึ้นทะเบียนเป็นสมาชิกของหน่วยงาน

CLA เป็นรูปแบบองค์กรประเภทใด

·         CLA เป็นองค์กรบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์สำหรับงานที่เป็นรูปภาพและเนื้อหา

·         CLA เกิดจากจัดตั้งระหว่างสำนักพิมพ์และผู้ประพันธ์โดยทำข้อตกลงร่วมกัน

·         ก่อตั้งมาเป็นระยะเวลา 30 ปี อนุญาตให้ทำสำเนาหนังสือ นิตยสาร วารสาร และสิ่งพิมพ์ดิจิตัลต่างๆ

·         เสนอใบอนุญาตให้ถ่ายสำเนาเอกสารได้ในภาคธุรกิจ การศึกษา เอกชนต่างๆ

·         CLA เห็นคุณค่าความสำคัญทุกความคิด ฉะนั้นเมื่อมีการละเมิด เจ้าของลิขสิทธิ์จึงสมควรได้รับค่าละเมิดสิทธิ์

·         ตั้งแต่ปี 1983 CLA  ดำเนินการฟ้องร้องการละเมิดสิทธิ์ไปแล้ว กว่า 500 ล้านปอนด์

Copyright Licensing Agency หรือ CLA ปรับการออกใบอนุญาตให้เหมาะกับประเภทธุรกิจต่อไปนี้

·         ส่วนธุรกิจ

·         การบริหารงานสาธารณะทั่วไป

·         กฎหมาย

·         เภสัช

·         บริษัทข้ามชาติ

·         การศึกษาชั้นสูง

·         โรงเรียน

·         การคัดกรองข้อมูล

·         การส่งมอบเอกสาร

ด้วยความเอื้อเฝื้อข้อมูลโดย

คุณ เควิน ฟิเจอร์รัล

หัวหน้าฝ่ายบริหาร

UK Copyright Licensing Agency

 

     ประสบการณ์และปัญหา การจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ในยุคดิจิตัล

ข้อมูลต่อไปนี้แสดงถึงการจัดตั้ง RRO ในทวีป เอเชียและเขตแปซิฟิค

ประเทศที่ได้ดำเนินการจัดตั้งแล้ว

·         ญี่ปุ่น

·         ฮ่องกง

·         สิงค์โปร์

·         เกาหลี

·         ออสเตรเลีย

·         นิวซีแลนด์

กลุ่มประเทศที่เพิ่งจัดตั้ง

·         ฟิลิปปินส์

·         จีน

·         เวียดนาม

·         อินเดีย

·         อินโดนิเซีย

·         ใต้หวัน

กลุ่มประเทศที่เริ่มมีความสนใจ

·         ไทย

·         มาเลเซีย

·         บรูไน

ปัญหาของ CMOs/RROs ที่เกิดขึ้นในภูมิภาค

·         เจ้าของสิทธิ์คิดว่าสามารถจัดการปัญหาเองได้ ไม่ต้องการการช่วยเหลือจากผู้เชียวชาญ

·         ขาดการบังคับใช้กฏหมาย

·         กฎหมายมีช่องโหว่เมื่อนำไปฏิบัติจริง

·         ขาดการรับรองจากหน่วยงานของรัฐ

·         มีการทุจริต

·         ยังมีนักแต่งเพลง ผู้ประพันธ์ อีกมากที่ไม่ได้ใช้บริการของ CMO/RRO

·         ถูกนำไปเกี่ยวโยงกับประเด็นทางการเมือง

·         มีการแข่งขันของ องค์กร CMOs ในประเทศเดียวกัน

·         มีการดำเนินการอย่างไม่โปร่งใส

·         ผู้ใช้ไม่มีความใส่ใจเพิกเฉย มีการรับรู้ในระดับสาธารณะที่ต่ำ

ข้อเสนอะแนะ

·         เสริมสร้างการอ่านบนอินเตอร์เน็ต

·         อัตราค่าสมัครคงที่

·         ไม่มีการจำกัดจำนวนการทำสำเนา

·         ใช้ได้กับจำนวนหลายบทหรือทั้งเล่ม

·         การส่งข้อมูลรูปแบบดิจิตัล ไม่จำเป็นต้องใช่กระดาษ

ด้วยความเอื้อเฝื้อข้อมูลโดย

คุณ พอลล่า บราวนิ่ง(CLNZ)

 

     บทบาทของ CMOs ในการอนุรักษ์และแพร่กระจายมรดกทางวัฒนธรรม

ต่อไปนี้เป็นขั้นตอนที่ประเทศเยอรมันนำไปใช้

·         ออกกฎหมายขั้นพื้นฐาน

·         มีเครื่องมือที่สามารถช่วยเหลือไว้รองรับ

·         ใบอนุญาตในการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์

·         มีตัวอย่างทางปฏิบัติไว้เป็นแนวทาง

ซึ่งเมื่อเกิดปัญหา จึงใช้แนวทางปฏิบัติไว้รองรับดังนี้

·         ประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดทางแก้

 

ด้วยความเอื้อเฝื้อข้อมูลโดย

คุณ เรเนอร์ จัส

ประธาน IFRRO

คณะกรรมการบริหาร VG wort

 

สรุป

CMOs และ RROs ถือเป็นสององค์กรที่ได้รับการยอมรับว่า เป็นเครื่องมือที่สามารถเข้ามาบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในหลายๆประเทศ ทำให้เกิดเป็นตัวอย่าง สร้างความตระหนักรู้ให้แพร่กระจายไปในประทศอื่นๆเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆที่อาจจะเกิดได้ความสำคัญต่อการบริหารการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ในประเทศกำลังพัฒนา

 

จำนวนผู้เข้าชม 4173    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :