เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
การใช้อุปกรณ์ดิจิตัลในระบบการศึกษา ... กรณีศึกษาประเทศเยอรมัน

ในเยอรมัน ลูกค้าที่ซื้อสินค้าประเภท e-book คือ ผู้ชายทีมีรายได้สูง ส่วนใหญ่จะมีอายุห้าสิบปีขึ้นไป ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่าราคาของ e-book reader ในปัจจุบันนั้นยังจัดว่าแพงเกินไปสำหรับผู้ที่มีรายได้น้อย รวมทั้งสินค้าประเภทนี้อาจจะไม่เป็นที่นิยมในกลุ่มนักอ่านเพศหญิง

 

ในส่วนของโรงเรียน ครูส่วนใหญ่ประมาณร้อยละ 90 จะมีคอมพิวเตอร์หรือแลปท็อปของตนอยู่ที่บ้าน โดยที่ครูส่วนใหญ่จะเคยชินกับการเตรียมการสอนด้วยการใช้คอมพิวเตอร์อยู่กับบ้าน  โรงเรียนต่างๆ ยังคงมีการติดตั้งอุปกรณ์ทาง IT ต่างๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากจำนวนนั้น มีครูที่ใช้อุปกรณ์เหล่านี้เป็นประจำร้อยละ 35 อีกร้อยละ 35 ใช้เพียงบางครั้งบางคราวเท่านั้น ส่วนอีกร้อยละ 30 ที่เหลือนั้นไม่เคยที่จะใช้งานเครื่องมือเหล่านี้เลย ในส่วนของนักเรียนก็มีนักเรียนเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น ที่ใช้คอมพิวเตอร์แล็บท็อปหรืออุปกรณ์พกพาอื่นๆ ประกอบการเรียนที่โรงเรียน เพราะฉะนั้นจากมุมมองของสำนักพิมพ์เห็นว่าตลาดในส่วนของสถาบันการศึกษาในเยอรมันยังไม่ดีเท่าที่ควร

 

ในหลายๆ ประเทศมีนโยบายของรัฐที่สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในโรงเรียนแต่ส่วนใหญ่จะไม่ประสพความสำเร็จ เนื่องจากราคาของอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์เหล่านี้ยังมีราคาสูงอยู่ หลายๆ แห่งจึงเลือกที่จะเก็บงบเหล่านี้ไปซื้อหนังสือเรียนแบบเก่าเสียมากกว่า แล้วก็ยังมีปัญหาในเรื่องการสื่อสารของฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างๆ ที่ไม่ติดต่อให้มีความเข้าใจที่ตรงกัน เช่น ฝ่ายโรงเรียนและอาจารย์ ฝ่ายนักเรียนและผู้ปกครอง ฝ่ายผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ รวมทั้งฝ่ายสำนักพิมพ์ต่างๆ ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีปัญหาภายในของแต่ละประเทศที่ทำให้ยังไม่เห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ในระบบการศึกษา จึงไม่ให้ทุนในการสนับสนุนเท่าที่ควร

นอกจากการใช้นโยบายของรัฐในการจัดหาอุปกรณ์ดิจิตัลที่ไม่ค่อยจะได้ผลนัก ก็ยังมีวิธีอื่นๆ ที่จะผลักดันให้โครงการนี้เป็นไปได้

 

อย่างแรกคือการผลักดันที่ตัวผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อย่างที่ Apple มีส่วนของการขายหนังสือเรียนต่างๆ ใน iTunes U หรืออย่างเช่นของ Amazon ที่มี Amazon Whispercast ซึ่งเป็นระบบการจัดการห้องเรียนดิจิตัลในการรองรับตลาดโรงเรียนและนักศึกษา หากผู้นำเทคโนโลยีเหล่านี้ลงมือทำอย่างจริงจัง ข้อดีของวิธีนี้ก็จะเป็นการที่ผู้ทำจะทราบดีถึงการใช้เทคโนโลยีของอุปกรณ์ของตนเอง ถึงจะต้องใช้งบประมาณพอสมควรในการทำการตลาดแต่ทางบริษัทก็จะได้ในเรื่องของ branding แต่ทว่าปัญหาหลักๆ ของวิธีนี้ดูจะเป็นการเบนความสนใจของบริษัทใหญ่เหล่านี้

อย่างที่สองคือการผลักดันไปทางอาจารย์ผู้สอนให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ นี้ให้มากขึ้น เพราะช่วงหลังๆ นี้มีเครื่องมือที่อาจารย์สามารถใช้ในการทำเอกสารการเรียนการสอนได้ด้วยตนเองขึ้นมามากมาย รวมทั้งมีผู้สอนบางกลุ่มที่กระตือรือร้นที่จะใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้และผลิตเอกสารเป็นจำนวนมากต่อปีการศึกษา เอกสารที่ว่านี้นอกจากจะเป็นเอกสารการเรียนแล้ว ยังรวมไปถึงอุปกรณ์ประกอบการสอนอื่นๆ ให้ห้องเรียนดูน่าสนใจด้วย ทว่าปัญหาของการผลักดันเรื่องนี้ก็จะยังไม่พ้นเรื่องของการที่อุปกรณ์เหล่านี้ทำกำไรได้น้อย และการที่ไม่สามารถจัดพิมพ์หนังสือเรียนตามหลักสูตรได้ด้วยปัญหาลิขสิทธิ์ และที่สำคัญก็คือจำนวนของอาจารย์ที่ใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ที่ยังมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

 

การผลักดันอย่างที่สามก็คือการมุ่งเน้นไปที่ตัวผู้ใช้หรือนักเรียนนั่นเอง ก็คือการใช้โปรแกรมการศึกษาสำหรับนักเรียน โปรแกรมสำหรับทำ – ส่งการบ้าน ฯลฯ โปรแกรมเหล่านี้ไม่เป็นอันตรายต่อธุรกิจใดๆ แต่ทว่าสำนักพิมพ์หนังสือเรียนต่างๆ จะสูญเสียตลาดของเครื่องมือประกอบการเรียนการสอนแทน

 

นอกจากนี้ก็ยังมี Open Educational Resource ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนกลาง เปิดไว้สำหรับการใช้งาน ค้นหาข้อมูลทางด้านการศึกษาทั่วไปที่ใช้ได้โดยง่าย และอาจเป็นเทรนด์ใหม่สำหรับการพิมพ์หนังสือเรียน รวมทั้งเป็นตัวกลางในการเชื่อมความสนใจขอฝ่ายต่างๆ ที่กล่าวไว้ข้างต้นเข้าด้วยกัน เช่น Wikipedia จุดเด่นของวิธีนี้ก็คือการที่ใช้งบจัดทำค่อนข้างต่ำและความสะดวกในการใช้งานที่ง่ายต่อคนทั่วไป แต่ก็ยังมีข้อเสียคือข้อมูลที่อยู่ในนั้นจะไม่ได้รับการรับรองจากหลักสูตรหนังสือเรียนหลัก จึงไม่สามารถประกันได้ว่าข้อมูลที่อยู่ในนั้นทั้งหมดจะถูกต้องเสมอไป

 

 

 

Digitale Schulbucher (Digital Textbook) เป็นโครงการที่รวมเอาสำนักพิมพ์ที่พิมพ์หนังสือเรียนทั้งหมดมารวมในแอพพลิเคชั่นเดียวกัน โดยมุ่งที่จะสร้างฐานตลาดอันมั่นคงและไม่ให้องค์กรภายนอกมาแย่งส่วนแบ่งตรงจุดนี้ไป ใช้คุณภาพของหนังสือมาแข่งขันกันโดยตรง แทนที่จะเป็นการแข่งขันโดยการใช้รูปแบบต่างๆ โดยที่จะมีองค์กรกลางคอยดูแลอยู่ ปัจจุบันคือ องค์กรความร่วมมือผู้จัดพิมพ์หนังสือเรียนแห่งเยอรมณี (Educational Publishers Association of Germany)

 

  • 27 สำนักพิมพ์ 1 รูปแบบ
  • ใช้งานได้หลากหลาย
  • เข้าถึงได้ง่าย
  • มีระบบป้องกันความปลอดภัยทางข้อมูล
  • ตรงตามความต้องการของผู้ศึกษา
  • ริเริ่มเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2012

 

ในเรื่องการใช้งาน เมื่อเข้าไปในแอพพลิเคชั่นแล้วผู้ใช้จะเห็นเพียงชั้นหนังสือออนไลน์เพียงชั้นเดียวเท่านั้น แต่พอคลิกเข้าไปจากปกหนังสือแล้ว เขาจะถูกลิงค์ไปยังหน้าขายหนังสือของสำนักพิมพ์ที่ทำหนังสือเล่มนั้นโดยอัตโนมัติ หากลูกค้าเป็นอาจารย์หรือโรงเรียน เมื่อซื้อหนังสือแล้วจะได้โค้ดจำนวนหนึ่งสำหรับแจกให้นักเรียนเข้ามาอ่านหนังสือที่ได้ซื้อเอาไว้ โดยที่โค้ดเหล่านี้จะทำให้นักเรียนเข้ามาอ่านกี่ครั้งก็ได้ในระยะเวลา 1 ปี แล้วก็ยังสามารถอ่านได้แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต อาทิ การ sync ข้อมูลไปยังเครื่อง PC

 

นอกจากนี้โปรแกรม E-book reader ก็ยังมีความสามารถในการจดบันทึก เขียนโน้ต ไฮไลท์ คั่นหนังสือ รวมทั้งการค้นหาอีกด้วย

 

ผลประกอบการของโครงการนี้ตั้งแต่เปิดใช้มาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์แสดงให้เห็นว่า จากหนังสือทั้งหมด 50 เรื่อง มีการสั่งซื้อทั้งหมด 1100 ครั้ง โดยที่มีหนังสือเรียนอิเลคทรอนิกส์ถูกซื้อไปทั้งหมด 2300 เล่ม โดยที่ทางโครงการมีแผนที่จะเพิ่มหนังสือในเดือนมีนาคมอีก 47 ปก โดยที่จะมีกลไกทางการตลาดครั้งใหม่ ที่สำคัญก็จะมีแอพพลิเคชั่นสำหรับแท็บเล็ตในช่วงกลางปี 2013 ด้วย

ปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นนั้นก็มีหลายอย่าง เช่นการเลื่อนวันเปิดใช้งานวันแรกด้วยความขัดข้องทางเทคนิค รูปแบบของหนังสือก็มีเพียง PDF ทำให้ยากต่อการพัฒนา e-book ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น การสั่งซื้อโค้ดไม่ได้รับความนิยมนัก รวมถึงระบบการจ่ายเงินที่มีเฉพาะการตัดจากบัตรเครดิตเท่านั้น อย่างไรก็ตามทางสำนักพิมพ์พันธมิตรเหล่านี้ก็ยังเห็นว่าเป็นการปูทางเพื่อให้ตนเป็นส่วนหนึ่งของตลาดในอนาคต ส่วนความผิดพลาดต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็จะนำไปใช้พัฒนาต่อไป

 

 

 

สำนักพิมพ์ Fraus แห่งสาธารณรัฐเช็กได้เปิดระบบ Flexi Books ซึ่งเป็นระบบการจัดการการเรียนในรูปแบบออนไลน์ที่ใช้ง่ายทั้งในเรื่องการใช้งานและการปรับเปลี่ยนมาห้าปีแล้ว มีความได้เปรียบทางการตลาดเหนือ Digitale Schulbucher ในหลายๆ ด้าน เช่น ใช้การใช้ open format แทนที่จะเป็นหนังสือ PDF จึงทำให้ e-book ของที่นี่ง่ายต่อการใช้งานลูกเล่นต่างๆ แถมยังสามารถซื้อได้จากร้านหนังสือออนไลน์หลายๆ แห่ง เช่น Apple และ Google หรือแม้แต่ร้านขายของแต่ละสำนักพิมพ์เอง และยังสามารถจัดการเรืองลิขสิทธิ์ได้ด้วย ในขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นพัฒนาและเรียนรู้ ทั้งนี้ยังมีแผนที่จะรวมให้นักเขียนและแหล่งข้อมูลอ้างอิงอื่นๆ เข้ามารวมอยู่ในกระบวนการด้วย เพื่อทำให้โปรแกรมห้องเรียนออนไลน์ของ Flexi Books สมบูรณ์ยิ่งขึ้น   

 

นอกจากนี้ก็ยังมีการใช้เพจของ Facebook ในการโปรโมทในระดับนานาชาติ โดยที่สามารถเพิ่มยอด like ได้ตามที่ต้องการ ในเวลาเพียง 3 เดือน ในปัจจุบันมียอด like อยู่ที่ 2500 พื้นที่นี้จะเป็นส่วนของการทำปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้ และใช้ในการประกาศโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อเพิ่มยอดขายอย่างมากทั้งสำหรับหนังสือจริงและ e-book โดยที่ทางผู้ใช้ทั่วไปที่ like เพจนี้ จะได้รับข่าวสารอยู่เสมอ แล้วยังสามารถเข้าไปดูชั้นหนังสือได้ทุกเมื่อ รวมถึงการได้รับการเชิญชวนเข้าร่วม event ต่างๆ ที่ Fraus จัดขึ้น ทั้งนี้ยังไม่รวมเรื่องที่ผู้ใช้สามารถสื่อสาร สอบถามข้อมูลได้โดยตรง และได้รับการตอบกลับที่ฉับไวอีกด้วย

 

 

 

สรุปเทรนด์ของเครื่องมืออิเลคทรอนิกส์ในระบบการศึกษาปัจจุบันได้ง่ายๆ ว่า ผู้ที่จะคอยขับเคลื่อนการใช้อุปกรณ์ดิจิตัลต่างๆ ในการศึกษานั้นจะไม่ใช่ฝ่ายสถาบันการศึกษาต่างๆ ด้วยหลายปัจจัย เพราะฉะนั้นผู้ใช้งานระบบเหล่านี้จึงเป็นคนจากหลายๆ กลุ่ม หนังสือเรียนทั้งหลายจะถูกเปลี่ยนรูปแบบไปเป็น OS ต่างๆ ส่วนเรื่องการลงทุนควบคู่กันไปนั้นจะทำให้ต้องใช้เงินลงทุนที่ค่อนข้างสูง แถมผลตอบแทนก็ดูไม่ค่อยแน่นอนอีกด้วย เพราะฉะนั้นการทดลองเรื่องเกี่ยวกับรายได้ประกอบการจากแหล่งต่างๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็น อาทิ ราคา flat rate สำหรับสถาบันต่างๆ, การรับข่าวสารหรือจดหมายข่าว, การยืมหนังสือออนไลน์ รวมทั้งโปรโมชั่นแจกฟรีทั้งหลายด้วย

 

ในอีกด้านหนึ่ง แนวโน้มของการทำ e-book ในทั่วไปก็จะมีดังนี้ ข้อแรกที่เห็นได้ชัดเจนก็คือขอบเขตของลิขสิทธิ์ตีพิมพ์จะถูกลดความสำคัญลงเนื่องจาก e-book จะถูกส่งไปขายในตลาดโลกโดยร้านหนังสือออนไลน์ต่างๆ ในเวลาเดียวกันลิขสิทธิ์สัญญาต่างๆ และการส่งออกก็จะลดความต่างชั้นลง แน่นอนว่าความสัมพันธ์ระหว่างสำนักพิมพ์ เอเย่น และร้านหนังสือก็จะเปลี่ยนแปลงไป สำนักพิมพ์ต่างๆ จะต้องหาจุดยืนให้ตนเองใหม่ก่อนที่จะหายไป หรือโดนแทนที่ด้วยธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น จากที่เคยอยู่เฉยๆ แล้วให้คนเข้าหาอาจจะต้องผันไปเป็นผู้ให้บริการด้าน content หรือการตลาดหนังสือมากขึ้น การขายหนังสือเป็นเล่มๆ อย่างที่เคยเป็นก็อาจจะเปลี่ยนไปเป็นการอนุญาตให้ผู้ซื้อเข้าถึงข้อมูลต่างๆ แทน ส่วนหนังสือเล่มก็จะกลายเป็นเพียงต้นแบบของ e-book เท่านั้น

จำนวนผู้เข้าชม 3760    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :