เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
เสน่ห์ร้านหนังสืออิสระในต่างประเทศ

 วงจรโลก : พิศาล ศรัทธาเปี่ยม

 

      

 

            สัจธรรมของโลกธุรกิจ ไม่ว่าจะอยู่ในระบอบการค้าหรือเศรษฐกิจแบบใด ก็ต้องมีการหมุนเวียนขึ้นสูงสุด ลดลงลงมา แล้วต่ำสุด สลับผลัดเปลี่ยนกันไปตามกาลเวลาและยุคสมัย

 

            อุตสาหกรรมหนังสือก็เช่นกัน ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา การมาถึงของการขายหนังสือออนไลน์และอีบุ๊ก โดยให้ผู้อ่านสามารถสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงราคาที่ถูกกว่าร้านหนังสือทำให้ร้านหนังสือเชนสโตร์ขนาดใหญ่ต้องถึงคราปิดตัว เครือข่ายร้านหนังสือขนาดใหญ่ระดับโลกในสหรัฐอเมริกา อย่าง ‘บอร์เดอร์ส’ ถึงกับล้มละลาย เช่นเดียวกันกับคู่แข่ง ‘บาร์นส์ แอนด์ โนเบิล’ ก็สถานการณ์ไม่สู้ดีนัก แม้จะพยายามปรับตัวให้ทันโลกทันยุคสมัย แต่ก็มาช้าเกินไป

รวมถึงเครือข่ายใหญ่ในอังกฤษอย่าง ‘วอเทอร์สโตนส์’ ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกันที่พยายามประคองตัวไม่ให้ขาดทุนจนถึงขั้นล้มละลาย ต้องปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของธุรกิจขายหนังสือให้สอดคล้องกับยุคสมัย

 

 

            ในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ จำนวนร้านหนังสือในแบบเชนสโตร์ในสหรัฐอเมริกาที่ลดสาขาลงเรื่อยๆ แต่ร้านหนังสืออิสระกลับเพิ่มมากขึ้นในสัดส่วนที่ผกผันกัน สมาคมผู้ค้าหนังสืออเมริกัน (The American Booksellers Association - ABA) ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมร้านค้าหนังสืออิสระโดยเฉพาะ ได้เก็บรวบรวมตัวเลขสมาชิกเอาไว้ที่แสดงให้เห็นว่าจำนวนสมาชิกเพิ่มมากขึ้นทุกปีนับตั้งแต่ปี 2552 เรื่อยมาจนถึงตัวเลขล่าสุดในปีนี้ จำนวนร้านหนังสือที่ขอเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม เพิ่มจาก 1,401 ร้าน เป็น 1,567 ร้านในปี 2555 แล้วก็เพิ่มอีก 65 ร้านในปีนี้ ทำให้ยอดรวมสมาชิกของสมาคมเพิ่มเป็น 1,632 ร้านแล้ว และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกรัฐของสหรัฐอเมริกา

 

            แนวโน้มการเจริญเติบโตของร้านหนังสืออิสระที่มีตัวเลขเคียงคู่ไปกับยอดขายหนังสือดิจิตอล สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบันนี้ได้เป็นอย่างดีว่า มีความเป็นปัจเจกในเรื่องรสนิยมมากขึ้น โดยเลือกซื้อหนังสือทางเลือกในแบบเฉพาะของตัวเอง และเป็นผลทำให้หนังสือที่เป็นกลุ่มเฉพาะขายดีขึ้นในช่องทางของตัวเองที่ตอบสนองลูกค้ากลุ่มนี้ นั่นคือดาวน์โหลดผ่านอีบุ๊กและเลือกหาซื้อในร้านหนังสือทางเลือกที่มีบุคลิกเฉพาะตัวที่ตอบสนองลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ของตัวเอง

 

            ทำไม? ร้านหนังสืออิสระหรือร้านหนังสือเล็กๆ จึงมีการขยายตัว มีร้านเปิดใหม่ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเป็นร้านหนังสือประจำชุมชนหรือท้องถิ่นมากขึ้น และเป็นการเจริญเติบโตคู่ขนานไปกับการซื้อหนังสือทางออนไลน์และซื้ออีบุ๊กในแบบดิจิตอล ดาวน์โหลด

 

            มาดูร้านหนังสืออิสระในต่างประเทศที่โด่งดังกันว่า พวกเขามีเสน่ห์ตรงไหนที่ดึงดูดใจและตรึงตราผู้คนในชุมชนและจากที่อื่นๆ

 

                                       

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

‘บรรยากาศ’ ที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครในสหรัฐอเมริกา

          ไม่ว่าจะในประเทศไหนๆ จุดเด่นของร้านหนังสืออิสระหรือร้านหนังสือเล็กๆ ก็คือ ‘บรรยากาศ’ ปัจจุบัน ร้านหนังสืออิสระพัฒนารูปแบบให้มีลักษณะเฉพาะตัวของตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆ มีตั้งแต่ ‘กาแฟ’ ที่เป็นเอกลักษณ์ หรือการสร้างกลิ่นอายในแบบเฉพาะตัวที่เจ้าของร้านถูกใจ รวมถึงสร้างความประหลาดใจให้กับคอหนังสือหรือลูกค้าอย่างไม่คาดฝัน

 

ไม่ว่าจะเป็นหนังสือใหม่หรือเก่าสักเล่มที่หายากแต่มีวางจำหน่ายในร้าน ทางร้านมีการรับซ่อมหรือบูรณะปรับปรุงหนังสือเก่า มีการจัดสนทนาและเสวนากับนักเขียนชื่อดังหรือนักเขียนคนโปรดของลูกค้าประจำโดยเฉพาะ การได้พบหน้าค่าตานักเขียนคนโปรด เรื่อยไปจนถึงการได้สนทนาแลกเปลี่ยนเรื่องหนังสือกับพนักงานประจำร้านที่มีความรู้เรื่องหนังสือดี มีโอกาสได้ลายเซ็นของนักเขียนเจ้าของผลงาน รวมถึงการจัดอีเวนต์ต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์ของทางร้านที่ไม่มีใครเลียนแบบได้

 

จากภาพใหญ่ของอุตสาหกรรมหนังสือที่เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าสู่การซื้อขายแบบออนไลน์และดาวน์โหลดอีบุ๊ก ในวิกฤตของร้านหนังสือขนาดใหญ่และเชนสโตร์ กลับเปิดพื้นที่ให้ร้านหนังสืออิสระอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน จากรายงานสกู๊ปข่าวที่มีชื่อว่า ‘วัฒนธรรมรักการอ่านกับร้านหนังสือรายย่อยในอเมริกา’ (คำว่า ร้านหนังสือรายย่อย ในรายงานหมายถึงร้านหนังสืออิสระ)ของวีโอเอ หรือเสียงอเมริกา (Voice of America) ภาคภาษาไทย มีความน่าสนใจถึงปรากฏการณ์การเติบโตของร้านหนังสือขนาดเล็กในชุมชนต่างๆ ในสังคมอเมริกัน โดยมีรายงานสกู๊ปข่าวดังนี้

 

ส่วนหนึ่งของจุดเด่นในสังคมอเมริกันคือการมีร้านหนังสือท้องถิ่นใกล้บ้านให้นักอ่านได้เลือกหาหนังสือ แม้ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา นักอ่านจะมีทางเลือกมากขึ้นจากการซื้อหนังสือออนไลน์ หรือร้านหนังสือยักษ์ใหญ่ที่ขยายสาขาไปใกล้บ้าน แต่ร้านหนังสือรายเล็กๆที่มีเจ้าของขายเองในชุมชนหลายแห่งก็ยังคงอยู่รอด

 

ผมชอบอ่านหนังสือ คือเหตุผลที่เด็กชายโอลิเวอร์ คาล์ม วัยเพียง 3 ขวบ ใช้เวลาหัดอ่านหนังสือกับคุณแม่ของเขาบ่อยๆ ภายในที่ร้านขายหนังสือโพลิติกส์ แอนด์ โพรส ร้านหนังสือเอกชนรายย่อย ที่เปิดร้านเป็นเพื่อนบ้านกับชุมชนในแถบตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงวอชิงตัน

 

พาทิกุล คาล์ม คุณแม่ของโอลิเวอร์ บอกว่า การฝึกให้ลูกชายอ่านหนังสือถือเป็นโอกาสพิเศษที่จะได้ถ่ายทอดและสอนประสบการณ์เชื่อมโยงกับโลกแห่งหนังสือ

 

          ร้านหนังสือเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมานานกว่า 3 ทศวรรษในแถบตอนเหนือของกรุงวอชิงตัน มีนักอ่านมากหน้าหลายตาเป็นแฟนประจำอย่างเหนียวแน่น แม้แต่ ประธานาธิบดีบารัค โอบามา และลูกสาวก็เป็นส่วนหนึ่งของลูกค้าที่อุดหนุนร้านหนังสือรายย่อยแห่งนี้

 

 

 

 

          ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจที่เกี่ยวกับการอ่านและพฤติกรรมการซื้อหนังสือของคนรักการอ่านเปลี่ยนแปลงไปสู่รูปแบบหนังสืออิเล็กทรอนิคส์ หรืออีบุ๊กส์ การสั่งซื้อทางออนไลน์ รวมทั้งทางเลือกที่สะดวกสบายจากสาขาร้านหนังสือรายใหญ่ที่ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ทำให้หลายคนคิดว่าร้านหนังสือรายย่อยที่เจ้าของขายเอง อาจจะค่อยๆ ถูกลืมและปิดกิจการหายไป 

 

 

          แต่โอเรน ไทเชอร์ นายกสมาคมผู้ค้าหนังสืออเมริกัน (American Booksellers Association) ตัวแทนสมาชิกร้านขายหนังสือรายย่อยกว่า 1,600 ราย ที่กระจายอยู่ตามรัฐต่างๆทั่วอเมริกา 2,200 แห่ง มีข้อมูลที่จะปฏิเสธข้อสมมุติฐานเหล่านั้น

 

          นายกสมาคมผู้ค้าหนังสือรายอเมริกัน บอกว่า เมื่อปี 2555 ยอดขายหนังสือของร้านที่เป็นสมาชิกของสมาคมมียอดขายรวมกันเพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 8 ขณะที่ในปี 2556 ที่ผ่านมาก็เป็นที่น่าปลื้มใจว่ายังคงมียอดขายเพิ่มต่อเนื่อง

 

 

          ลิซซ่า มัสคาตีน เจ้าของร้านหนังสือโพลิติกส์ แอนด์ โพรส ที่เพิ่งซื้อกิจการจากเจ้าของเดิมและดำเนินกิจการร้านหนังสือรายย่อยแห่งนี้ต่อเมื่อไม่กี่ปีก่อนบอกว่า ร้านหนังสือนั้นสามารถเป็นได้มากกว่าสถานที่สำหรับซื้อหนังสืออ่าน ขณะเดียวกันผู้คนในปัจจุบันมีลักษณะเหมือนๆ กัน คืออยู่ในโลกดิจิตอล และมักจะเก็บตัว ไม่ค่อยได้เข้าสังคม ทำให้หลายคนต้องการและอยากจะมีสถานที่ที่จะพบปะผู้คน พูดคุยในเรื่องที่สนใจเรื่องเดียวกัน และร้านหนังสือสามารถเป็นคำตอบสำหรับคนชุมชนได้

          เพราะการอ่านคือการแสวงหาความรู้ทำให้ที่นี่มีการจัดกิจกรรมให้ลูกค้ามีส่วนร่วม พูดคุย ถกเถียง แลกเปลี่ยน สารพันคำถามและคำตอบเกี่ยวกับหนังสือ มีร้านกาแฟขนาดย่อมให้อุดหนุน เช่นเดียวกับการจัดพบปะกับนักเขียนที่ผู้อ่านชื่นชอบอยู่เป็นประจำ สิ่งเหล่านี้สร้างความใกล้ชิดและผูกพันให้กับคุณลูกค้าผู้รักการอ่าน และทำให้การเลือกซื้อหนังสือ มักจะได้อะไรที่มากกว่าหนังสือ

          แม้เอกลักษณ์และข้อดีของร้านหนังสือรายย่อยที่เจ้าของดูแลและขายเอง อยู่ที่มิตรภาพ ความเข้าใจ และความเอาใจใส่ แต่การปรับตัวสำหรับโลกการอ่านในอนาคตก็เป็นสิ่งจำเป็น...’

             

 

 

สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระของสหราชอาณาจักร ครั้งที่ 7

ร้านหนังสือทั่วไปยังครองใจคนอังกฤษ ด้วยยอดจำหน่ายที่ตกลงไปบ้างแล้วจนเหลือ 739 ล้านเล่มนั้น การมีเสน่ห์และจุดขายส่วนตัวที่ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะความเข้มแข็งของร้านหนังสือขนาดเล็กหรือร้านหนังสืออิสระ โดยเฉพาะมีทำเลดั้งเดิมในกรุงลอนดอนที่ผู้สนใจรู้แหล่งกันดี คือย่านโซโห และถนนแชริ่ง ครอส

 

 

    

สัปดาห์ร้านหนังสืออิสระของสหราชอาณาจักร ปี 2557 (Independent Booksellers Week 2014 – IBW 2014) นี้ จัดเป็นปีที่ 7 ระหว่าง 28 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม 2557 มีร้านหนังสือเข้าร่วมประมาณ 360 ร้าน ก็แสดงถึงความเข้มแข็งและการเจริญเติบโตอย่างเป็นเครือข่ายที่สัมพันธ์กันในการดำเนินธุรกิจและทำกิจกรรมกันอย่างเป็นกลุ่มก้อนของบรรดาร้านหนังสืออิสระในประเทศอังกฤษ

 

            สมาคมผู้จำหน่ายหนังสือสหราชอาณาจักร (The UK Booksellers Association - BA) เป็นผู้จัดสัปดาห์ร้านหนังสืออิสระของอังกฤษนั้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการรณรงค์ของเดอะ อินดี้บาวด์ (the IndieBound) เพื่อสร้างเสถียรภาพและจัดกิจกรรมประจำปีให้ร้านหนังสืออิสระ โดยส่งเสริมร้านหนังสือเหล่านี้ จัดแสดงหนังสือสำคัญที่มีชื่อเสียง และสร้างชุมชนการอ่านที่เข้มแข็ง รวมถึงแนวความคิดในการสนับสนุนการซื้อขายในชุมชนท้องถิ่น

 

            สัปดาห์หนังสืออิสระของสหราชอาณาจักรเน้นย้ำให้ความสำคัญกับบทบาทและสภาพการณ์ของร้านหนังสืออิสระในสหราชอาณาจักร กระบวนการเคลื่อนไหวของชุมชนร้านหนังสืออิสระที่เป็นสมาชิกนั้น เริ่มด้วยแรงบันดาลใจที่ได้จากสมาคมผู้จำหน่ายหนังสืออเมริกัน (the American Booksellers Association) แล้วนำมาประยุกต์ดัดแปลงจนกลายเป็นสัปดาห์หนังสืออิสระที่จัดขึ้นในสหราชอาณาจักร

 

            บรรดาร้านหนังสืออิสระจะใช้วิธีการประชาสัมพันธ์ผ่านโปสเตอร์และเว็บไซต์ รวมทั้งโซเชียลมีเดียต่างๆ ที่จะสนับสนุนงานสัปดาห์หนังสืออิสระไม่ว่าจะเป็น ทวิตเตอร์ และเฟซบุ๊ก

 

            เมรีล ฮอลส์ หัวหน้าแผนกสมาชิกสัมพันธ์สมาคมผู้จำหน่ายหนังสือสหราชอาณาจักร ได้เผยถึงทัศนะของเธอในการที่สำนักพิมพ์อิสระและนักเขียนอิสระจะเข้าร่วมในงานสัปดาห์หนังสืออิสระสหราชอาณาจักรว่า ต้องมีความร่วมมือร่วมใจกันในชุมชนหรือท้องถิ่นที่มีร้านหนังสืออิสระ สร้างกิจกรรมและความตื่นตัวเพื่อรับมือกับร้านหนังสือออนไลน์ที่เป็นบรรษัทข้ามชาติ หากนักเขียน นักอ่าน สำนักพิมพ์ต่างๆ ร่วมมือกัน ก็จะช่วยให้ร้านหนังสืออิสระที่มีอยู่สามารถดำเนินการทางธุรกิจอย่างเข้มแข็งต่อไปในอนาคต

            ปี 2557 นี้ ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งของร้านหนังสือิสระขนาดเล็กของสหราชอาณาจักรจะร่วมมือกันสร้างสีสันและจัดกิจกรรมเพื่อความตื่นตัวและมั่นคงของนักอ่านและธุรกิจของตัวเอง

 

 

สุดยอดร้านหนังสืออิสระในปารีส

ร้านหนังสือวิลเลจ ว้อยช์ แห่งกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เป็นร้านหนังสือที่นิตยสารเดอะ บุ๊กเซลเลอร์ ของอังกฤษเคยยกย่องว่า เป็นร้านหนังสืออิสระ (Independent Bookstore) ที่ยอดเยี่ยมสุดในทวีปยุโรป

 

ฮาเซล โรวลีย์ คอลัมนิสต์ด้านหนังสือได้เขียนเรื่องร้านหนังสือวิลเลจ ว้อยช์ ลงในนิตยสารบุ๊ก ฟอรั่ม โดยบอกว่า เป็นเรื่องง่ายที่จะพลาดร้านหนังสือแห่งนี้ เนื่องจากถนนรู พริ๊นเซส เป็นถนนเล็กๆ ห่างจากจุดท่องเที่ยวอื่นในปารีส แต่คนส่วนใหญ่ที่มาที่นี่รู้ว่าเขากำลังมองหาอะไร ในใจกลางของแซง แยร์แมง เดส เพรส เพียงไม่กี่ก้าวจากสวนลักเซมเบิร์ก คุณจะได้เห็นป้ายร้านหนังสือภาษาอังกฤษที่เขียนว่า ‘วิลเลจ ว้อยช์’

 

            ที่นี่มีเจ้าของร้านหนังสือเป็นผู้หญิงร่างเล็กทว่ากระฉับกระเฉง ชื่อ โอดิล เฮลลิเอร์ ที่เอาใจใส่กับลูกค้า หลงใหลและรักวรรณกรรมพร้อมที่จะแนะนำหนังสือด้วยความรื่นรมย์

 

            ฮาเซล โรวลีย์ มองว่า ร้านวิลเลจ ว้อยช์ เป็นร้านหนังสือสำหรับนักเขียน เพราะนักเขียนยกย่องชื่นชมที่นี่ ไม่เพียงแต่นักเขียนต่างชาติที่มาอาศัยอยู่ในปารีส แต่ยังรวมถึงนักเขียนที่เดินทางมาจากประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งนักเขียนที่มาเยี่ยมเยือนร้านนี้ต่างบอกว่า โอดิล เฮลลิเอร์ เป็นนักวิจารณ์ที่เชื่อถือได้ ดังนั้น วิลเลจ ว้อยช์ จึงเป็นร้านหนังสือที่คัดสรรมาอย่างดี ทำให้ไม่มีเวลาที่สูญเปล่า และไม่มีหนังสือเยอะจนเกินไป สามารถรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของหนังสือที่อยู่บนชั้น ซึ่งเป็นความรื่นรมย์สุดยอดของร้านหนังสือ และเป็นการย้ำเตือนว่าคุณภาพอยู่เหนือปริมาณ

 

ข้างต้นเป็นตัวอย่างของร้านหนังสืออิสระแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของโลก ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส ซึ่งเราจะพบว่า ความเอาอกเอาใจลูกค้า ความรอบรู้และสามารถวิจารณ์หนังสือที่นำมาขายแต่ละเล่มในร้านได้ และเน้นขายหนังสือที่เปี่ยมคุณภาพมากกว่าปริมาณ กลายเป็นเสน่ห์ที่ผู้มาเยือนหรือนักอ่านกลายเป็นลูกค้าประจำ สร้างความประทับใจอย่างมิอาจลืมเลือนจนต้องบอกต่อกันไป และกลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

 

 

จำนวนผู้เข้าชม 113073    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :