เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
โนเบลแห่งความลับ...ยิ่งใหญ่อย่างไร้(การ)ฆ่า

 

 

โนเบลแห่งความลับ...ยิ่งใหญ่อย่างไร้(การ)ฆ่า

 

            ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  มนุษย์เราได้ใช้วิธีต่างๆมากมายมาห้ำหั่นซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะด้วยคมดาบ  กลยุทธ์  หรือแม้แต่การค้นพบที่ยิ่งใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังที่ใครๆต่างรู้จักอย่าง อัลเบิร์ต  ไอน์สไตน์  ยังถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือสังหารชาวญี่ปุ่นนับล้าน  พวกเราคงได้แต่ร้องถามอยู่ในใจว่าจะมีใครสักคนไหมที่ลุกขึ้นมาปกป้องสังคมจากการฆ่า?

 

            นวนิยายปกสีนำเงินฉูดฉาดเล่มหนึ่งคงตอบคำถามนี้ได้...  “โนเบลแห่งความลับ”  นวนิยายแฟนตาซีปนไซไฟฝีมือปลายปากกานักเขียนไทย  วรางคณา  รูปเจริญ  หรือนามปากกา THINX  เรื่องราวแฟนตาซีในโลกใหม่ของพวกเรา  ตัวละครเอกอย่าง “ฮอรัส”  คือหนึ่งในวิทยาอารักษ์  มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้สิ่งประดิษฐ์สำคัญรางวัลโนเบลแห่งความลับถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดและปกป้องคนดี  เรียกง่ายๆได้ว่าปกป้องโลกนั่นเอง

 

            เรื่องราวเริ่มต้นด้วยการตายของด็อกเตอร์คนหนึ่งซึ่งนำไปสู่การตามหารางวัลโนเบลแห่งความลับหมายเลข 37  ดำเนินเรื่องผ่านฮอรัสและตัวละครอื่นๆ เช่น  “ออตโต้”  หุ่นจักรกลเสมือนมนุษย์และ  “ออโรร่า”  สาวงามผู้เก่งกาจ  เรื่องราวทวีความเข้มข้นขึ้นเมื่อชายหนุ่มค้นพบว่า  รางวัลชิ้นนั้นถูกขโมยไป  แถมผู้ที่วางแผนร้ายก็เป็นคนที่เขาคาดไม่ถึง

 

            ผู้เขียนได้แสดงถึงแนวคิดเรื่องคุณค่าของสิ่งของขึ้นอยู่กับผู้ใช้ผ่านตัวละครฝ่ายดี  และฝ่ายร้ายอย่างชัดเจน  ในขณะที่หุ่นยนต์สว่านเจาะยักษ์อย่าง “กิลกาเมซ”  สำหรับตัวละครดีเป็นเพียงหุ่นสำหรับขุดห้องทดลองใต้ดิน  ทว่า สำหรับฝ่ายร้ายเห็นเป็นอาวุธที่จะนำไปทอดขายตลาดมืดและใช้ต่อสู้กับตัวเอก

 

            นอกจากเรื่องคุณค่าแล้ว  ผู้เขียนยังสอดแทรกแนวคิดเรื่องคนเราดูแต่ภายนอกไม่ได้หลายต่อหลายครั้ง  ไม่ว่าจะนักบวชท่าทางใจบุญซึ่งแท้จริงเป็นคนละโมบปลอมตัวมา  หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตตัวน้อยๆเช่น  แมวดำ  แท้จริงก็ยังมีความลับซุกซ่อนมากมายกว่านั้น

 

            แต่ถึงแม้งานของตัวเอกของเราจะยิ่งใหญ่มากแค่ไหน  ฮอรัสเองก็เป็นมนุษย์คนๆหนึ่ง  ที่ต้องหยุดพักผ่อนและชอบความสนุกสนาน  เมื่อเพื่อนสมัยเรียนจากอีกซีกมุมโลกมาหาพร้อมภารกิจสุดท้าย  ฮฮรัสจึงตบปากรับคำทำอย่างเต็มที่ และ ณ จุดๆนี้เองที่มีฉากเกี่ยวกับเทศกาลคริสมาสต์  ซึ่งผู้เขียนได้เน้นย้ำกับพวกเราอีกทีหนึ่งว่าแม้ว่าโลกบลูไกอานี้จะแฟนตาซี ไซไฟขนาดไหน  ก็คือโลกของเรานี้เอง

 

            ตัวละครที่สำคัญที่สุดในเรื่องนี้คงจะไม่พ้นใครอื่น  นอกจาก “ฮอรัส”  แม้ว่าจะเปิดเรื่องด้วยความไม่พอใจของเขาต่อความเชื่องช้าของสำนักไปรษณีย์  ทว่าชายหนุ่มกลับพิสูจน์ให้เราเห็นต่อมาว่าเป็นคนรับผิดชอบต่อหน้าที่และมีจิตใจดีงามสมกับที่ครอบครองอาวุธสำคัญอย่าง "ดวงตาแห่งฮอรัส"  สัญลักษณ์อียิปแห่งการปกป้องคุ้มครอง  การสร้างความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันให้กับโลกที่ไม่มีความมั่นคงและแก้ไขสิ่งที่ไม่เที่ยงธรรม

 

            อีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจ  เพราะความย้อนแย้งในตัว  คือ “ออตโต้”  หุ่นจักรกลเสมือนมนุษย์ที่มีตำหนิ  คือการมีหัวใจและความอ่อนไหวเหมือนมนุษย์  เครื่องจักรสงครามตัวนี้กลับมีความคิดไม่สมหุ่นจักรกล อย่าง “ไม่เห็นอยากเป็นเลยนะ มนุษย์...เป็นอย่างที่เราเป็นทุกวันนี้น่ะ ดีมากแล้ว”

 

            ถึงกระนั้นก็ตามตัวละครในเรื่องนี้กลับไม่มีการเติบโตไปตามเรื่องราว  เพราะเหตุการณ์ต่างๆในเรื่องนี้ไม่ใช่บททดสอบให้พวกเขาเอาชนะตนเอง  แต่เป็นเอาชนะผู้ร้ายและตัวละครทุกตัวต่างมีบุคลิกชัดเจน  ฝั่งดีคือฝั่งดี ฝั่งร้ายคือฝั่งร้าย  สิ่งนี้ทำให้เห็นภาพของแนวคิด “ธรรมชนะอธรรม” ได้อย่างชัดเจน  ทว่ากลับเป็นดาบสองคมทำให้ตัวละครแบน  และไม่สมจริง

 

            นอกจากนี้แล้วเรื่องนี้มีตัวละครมากมายหลายตัว  แต่กลับมีการแบ่งบทไม่สมดุล  เมื่ออ่านจากหลังปกและเนื้อเรื่องช่วงแรกจะคาดคะเนว่าตัวละครเด่นมี 3 ตัว  คือ  ฮอรัส  ออตโต้และออโรร่า ทว่าหลังจากนั้น  บทบาทของสองตัวละครหลังกลับน้อยลงมากจนน่าใจหาย  แม้แต่ฉากต่อสู้ไคลแม็กซ์ยังไม่ได้มีอิทธิพลอะไร  จึงเป็นปัญหาให้ผู้อ่านสับสน  ไม่รู้จะเอาความสนใจไปวางไว้กับตัวละครไหนดี

 

            หากเปรียบว่าหนังสือแต่ละเล่มล้วนมีท่วงทำนองของตนเอง  โนเบลแห่งความลับคงมีท่วงทำนองที่ประหลาดแตกต่างนิยายแฟนตาซีไซไฟอื่นๆ  เพราะการดำเนินเรื่องที่แบ่งเป็นตอนสั้นๆถึง 27 บท  ทำให้ขาดความต่อเนื่อง  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ฉากต่อสู้ซึ่งเริ่มต้นด้วยการเปิดโปงความลับลากจนถึงการต่อสู้จบถึงบท 7   ทำให้เยิ่นเย้อและกินเนื้อที่ช่วงกลางเล่ม  ส่วนท้ายเล่มซึ่งตามปกติจะเป็นจุดไคลแม็กซ์กลับถูกคั่นด้วยฉากสงบสุขสักครู่แล้วเปิดประเด็นใหม่ให้ตัวละครตามแก้  ทำให้โนเบลแห่งความลับมีลักษณะคล้ายการ์ตูนตอนหนึ่งในชุดซีรี่ย์ยาวมากกว่านวนิยาย  หนึ่งเล่ม  ซึ่งอาจเป็นเพราะผู้แต่งนอกจากจะเป็นนักเขียนแล้ว  ยังเป็นนักวาดการ์ตูน

 

            ยังมีความไม่สมเหตุสมผลเล็กน้อย  เช่น ความลับของไม้กางเขนที่สามารถทำลายกระจกห้องควบคุมทั้งๆที่สร้างจากอุกกาบาตที่แข็งแรงเกินกว่าหมัดของหุ่นยนต์ยักษ์จะทำลายได้กลับสามารถสลักเป็นไม้กางเกนได้ ช่างฝีมือเก่งจริงๆ?!?

 

            แม้กระนั้นก็ยังมีการหักมุมให้เราแปลกใจได้ครั้งสองครั้ง  และสำหรับนักเขียนผู้หญิงรางวัลชมนาด ฉากต่อสู้ด้วยหุ่นยนต์จึงเป็นสิ่งแปลกใหม่น่าตื่นตาตื่นใจ

 

            ในด้านภาษาผู้เขียนสามารถถ่ายทอดได้ชัดเจน  ตรงไปตรงมา  ทว่าคงต้องฝากคุณบรรณาธิการและฝ่ายพิสูจน์อักษรช่วยตรวจดูคำผิดอีกสักรอบ  ให้สมกับหนังสือได้รับรางวัล  เพราะมีคำผิดมากถึง 30 จุด  ไม่ว่าจะผิดกันได้อย่างคำว่า “ผุดลุกผุดนั่ง” เป็น “ผลุดลุกผุดนั่ง”  หรือผิดทั้งที่รู้เท่าถึงการณ์อย่างสะกดชื่อตัวละครไม่เคยเหมือนเดิมหรือสลับคำเช่น  “ไม่มีใครในอาณาจักรนี้จะที่...”  คงต้องเป็น “ไม่มีใครในอาณาจักรนี้ที่จะ...”  ใช่ไหม?

 

            หากให้คะแนนเป็นดาวน้อยๆ 5 ดวง  คงต้องขอให้โนเบลแห่งความลับไป 2 ดวง  เมื่อเทียบกับนิยายแฟนตาซีไซไฟเรื่องอื่นๆแล้วยังราบเรียบเกินไปและไม่สามารถจับคนอ่านได้อยู่หมัด  ทว่าเมื่อตัดข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆ ออกไป  จะเห็นได้ว่าโนเบลแห่งความลับกำลังกู่ร้องบอกสิ่งสำคัญเราอยู่...คนที่จะลุกขึ้นปกป้องสังคมให้ปราศจากการฆ่าจะไม่มีวันไร้คุณค่า  แต่คงบอกไม่ได้ว่า  หรือจะมีแต่ในนิยาย

 

 

ณิชา  เวชพานิช

จำนวนผู้เข้าชม 450    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :