เพลงบรรเลง | เพลงมีเสียงร้อง
เพราะลูกคือแรงบันดาลใจ " พิศมัย ไชยสิทธิ์ "

 

 

 

                ทราบผลกันไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับงานประกาศผลรางวัลชมนาด (Non Fiction) ครั้งที่ 5 ณ ธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่  ลีลม เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2559 ที่ผ่านมา  ในวันนี้เราจะมาพูดคุยกับเจ้าของรางวัลรองชนะเลิศรางวัลชมนาด พิศมัย  ไชยสิทธิ์ นามปากกา ไหมพรม เจ้าของผลงาน  “สองชีวิตหนึ่งใจ (ชีวิตหนูในมือแม่ และชีวิตแม่ในมือหนู)”  เรื่องราวชีวิตของ “เด็กพิเศษ” ที่ถูกเลี้ยงดูจนเติบโตมาด้วยแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรคด้วยกันมาทั้งชีวิต...ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับผู้เขียนกันสักหน่อย

 

ปัจจุบันประกอบอาชีพอะไรและทำไมถึงสนใจในงานเขียน

 

              ประกอบอาชีพเป็นแม่ค้าขายของชำที่บ้าน  แต่ในขณะที่เฝ้าร้านก็จะมีเวลาเขียนเรื่องราวต่างๆได้  ทุกวันนี้ก็เขียนเรื่องสั้นลงตามนิตยสาร  อย่างเช่นที่เพิ่งลงไปคือเรื่อง “ชาลีน่าลูกรัก” ในหนังสือกุลสตรีกับเรื่อง “หลานคนแรกของย่า” ในหนังสือสกุลไทย เรียกได้ว่ามีงานเขียนหนังสือเป็นงานที่สองรองจากอาชีพค้าขาย  นอกจากนี้ยังมีงานเกษตรอีกด้วยเพราะบ้านมีสวนลำไย  และขายสินค้าอุปกรณ์สำหรับเพาะชำลำไย

 

ที่มาของนามปากกา “ไหมพรม”

 

                ชื่อจริงชื่อ พิศมัย  ชื่อเล่นชื่อไหม  ส่วนตัวชอบเขียนเรื่องสั้นกับนิทานมาตั้งแต่เด็กๆ และชอบถักไหมพรมด้วย  ก็เลยใช้นามปากกาว่า ไหมพรม มาตั้งแต่เด็กๆ จนถึงปัจจุบัน

 

 

 

ตอนนี้น้องจ๋อมแจ๋มตัวละครเอกในเรื่องเป็นอย่างไรบ้าง

 

                ในเรื่องใช้ชื่อน้องจ๋อมแจ๋ม แต่ชื่อจริงของน้องชื่อบ๋อมแบ๋ม เนื่องจากตัวละครทุกตัวที่เราเอ่ยถึงนี้มีตัวตนอยู่จริง  จึงหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้กระทบการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของตัวละคร  บอกนิดหนึ่งว่าบ๋อมแบ๋มไม่ค่อยจะเปิดตัวเองกับสังคมสักเท่าไร  ณ วันนี้ได้เท่านี้แม่ก็เข้าใจแล้ว  เข้าใจว่าจากเด็กที่ไม่พูดเลยและเราไม่เคยรู้ว่าทำไมเขาดื้อแบบนี้  ทำไมเขาพูดไม่เข้าใจ บางครั้งเราก็ท้อมาก  เคยถึงขั้น “กราบเท้าลูกขอให้ลูกช่วยเป็นคนธรรมดาเหมือนลูกๆคนอื่นได้ไหม”  แต่ก็ไม่สำเร็จ จนผลสุดท้ายก็รู้ว่าหูลูกไม่ได้ยิน  และเขาก็ไม่พูดเลย เราก็เลยพยายามเอาเขาไปฝึกโดยไปศูนย์พัฒนาการเด็กภาคเหนือ  จ้างนักกิจกรรมบำบัดมาฝึกที่บ้าน  ผลสุดท้ายสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว เพราะว่าเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว ก็เลยต้องจำสิ่งที่เขาสอนมาสอนเอง 

 

                ตอนนี้น้องอายุ 22 ปีแล้วแต่ยังดูเด็กอยู่  ภูมิใจที่น้องสามารถเข้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้  แต่สิ่งที่ไม่น่ายินดีก็คือเขาเรียนไม่จบ  เรียนได้เพียง 4 เทอม เขาก็บอกกับอาจารย์ที่มหาวิยาลัยเชียงใหม่ว่า  “เขามาเพื่อเอาความรู้เท่านั้น ไม่ได้มาเอาปริญญา ถ้าที่นี่คือแหล่งความรู้ ขอมาเอาความรู้เพียงอย่างเดียว ไม่สอบไม่ทำการบ้าน ไม่เอาปริญญาด้วย” เพราเขาไม่สามารถจะเรียนในลักษณะนี้ได้  เลยต้องลาออกแทนที่จะดรอปไว้  หลังจากนั้นได้มาเรียนต่อที่วิทยาลัยสารพัดช่างในสาขาบริหารธุรกิจจบด้วยวุฒิ ปวส. แล้วเข้าทำงานอยู่ที่บริษัทผึ้งน้อยเบเกอรี่  ทำหน้าที่ติดสติกเกอร์บอกชนิดและอายุของขนมได้ 2 ปีกว่า  ก็ลาออกมาเพื่อตามหาความฝัน  คือเขาชอบวาดรูปมาก ตอนนี้ก็เลยรับวาดภาพที่เป็นพวงกุญแจโดยรับจ้างผ่านทางอินเตอร์เน็ตตามออเดอร์

 

รู้จักงานชมนาดได้อย่างไร

 

                รู้จักงานชมนาดครั้งที่ 5 จากงานประกวดชมนาดครั้งที่ 4  เพราะในงานชมนาดครั้งที่ 4 ได้ส่งประกวดเข้ามาในเรื่อง “ด้วยรักและหวังดี แด่สามีทุกคนของฉัน”  ซึ่งเรื่องนั้นได้เข้ารอบและได้รับการตีพิมพ์  และรู้ในวันนั้นว่าปีถัดไปจะมีการประกวดด้วย พอรู้ว่าชมนาดเปิดโอกาสให้จึงกลับไปเขียนเรื่องนี้ แต่ไม่ได้คิดชื่อเรื่อง 

 

แรงบันดาลใจในการเขียนสองชีวิตหนึ่งใจ (ชีวิตหนูในมือแม่ และชีวิตแม่ในมือหนู)

 

                สำคัญสุดคือ “ลูก”  เพราะว่า เราไม่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งเราจะมีลูกที่เรียกว่าเด็กพิการ  เราก็คิดว่าสิ่งที่เราเจอตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณหมอบอกว่า ตอนนี้น้องพูดไม่ได้เลย  เราถึงรู้ว่าเขาบกพร่องทางการได้ยินและเขาก็มีอาการสมาธิสั้นร่วม  พอถึงตอนนั้นเราก็เลยต้องพยายามที่จะทำให้เขาใช้ชีวิตร่วมกับสังคมได้ในระดับที่ไม่ค่อยจะมีปัญหา  โดยที่เราต้องต่อสู้เยอะมากๆ เลย  เลยพยายามที่จะบันทึกไว้ในสมองเกี่ยวกับการเลี้ยงดูเขามาด้วยความลำบากยากเข็ญ  นำมาถ่ายทอดเป็นหนังสือเพื่ออยากให้คนหลายๆ คนได้เห็นว่า  ใครที่มีลูกมีหลานหรือที่เป็นครูอาจารย์เขาได้สัมผัสกับเด็กพิเศษจะได้ไม่รังเกียจเขา  และจะได้ดูแลเขาในอีกลักษณะหนึ่งเพื่อให้ชีวิตที่เกิดมาบกพร่องได้สมบูรณ์ขึ้น 

 

 

ปัญหาสำหรับการเขียนสารคดีเรื่องนี้

 

                มีปัญหาที่ใหญ่มากเพราะหลังจากที่มาในงานชมนาดปีที่แล้ว ก็มีท่านผู้หนึ่งบอกว่าควรจะเขียนอีก  แต่ว่าเรื่องนี้ถูกบันทึกไว้ในสมองมานานแล้ว  มันเหมือนเก็บกดอยู่ในนี้ ก็เลยระบายในทันทีที่ถึงบ้านและเป็นคนที่ค่อนข้างจะเขียนหนังสือได้อย่างรวดเร็ว  แต่อุปสรรคคือ  แม่สุขภาพแย่ลงจนถึงเมื่อวันที่การ์ดเชิญร่วมงานประกาศผลชมนาดส่งมาถึงคือวันที่แม่เสียพอดีเลย  ปัญหาคือ พอเขียนได้เกือบจะจบอยู่แล้วแต่แม่อาการทรุดลงเลยต้องหยุดเขียนไปเลยอัตโนมัติ  พอใกล้จะถึงวันส่งจริงๆ  เลยต้องพยายามมาบีบเรื่อง เรื่องก็เลยออกจะดูขรุขระไปเล็กน้อยในระยะหลัง  เพราะว่าอันหนึ่งก็เป็นสิ่งเฉพาะหน้าที่ต้องทำ  อีกอันหนึ่งเวลาก็ไล่หลังมาแล้วก็เลยอยากจะทำทั้งสองสิ่ง  แต่ก็ทำได้แค่จำกัดเพราะว่าธรรมชาติได้มาเอาแม่ไปสวรรค์แล้ว  แล้วหลานคนนี้ก็เป็นหลานคนที่ยายเขาห่วงมากๆ  เพราะเป็นหลานคนเดียวในตระกูลที่มาแบบไม่พร้อม  และการใช้ชีวิตก็คืออย่างบ๋อมแบ๋มชอบการวาดภาพมาก แกจะวาดการ์ตูนไว้เยอะอย่างวันนี้ก็เอามาด้วย  มันเป็นสิ่งที่เอาออกมาทำมาหากินในสังคมปัจจุบันนี้ค่อนข้างยาก 

 

ส่วนที่ยากที่สุดของเรื่องนี้

 

                ส่วนที่ยากของหนังสือเรื่องนี้คือตอนจบ  เพราะว่าในชีวิตจริงเรายังไม่มีตอนจบแต่เราจะต้องจบเรื่องให้ได้  และหลังจากที่จบไปแล้วที่จริงแล้วมันยังมีหลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นตามมาและอยากจะเล่าต่อ  แต่ด้วยเวลาและจำนวนหน้าที่กำหนดไว้เลยต้องจบ  ประกอบกับเหตุการณ์สุขภาพของแม่ที่แย่ลงเรื่อยๆ  ก็เลยเป็นหลายเงื่อนไขที่ต้องหาเรื่องจบให้ไวขึ้น

 

เมื่อได้รับรางวัลชมนาดทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปไหม

 

                เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน  อย่างน้อยข้อหนึ่งคือทำให้เราเกิดกำลังใจว่า “อักษรที่เราเขียนออกมานี้มีคนเห็นคุณค่า” และอีกข้อหนึ่งคือเงินรางวัลที่ได้มาสามารถนำไปจ่ายคืนรัฐบาลได้ที่ลูกได้กู้ยืมเรียนมา

 

 

 

ฝากถึงนักประพันธ์สตรีท่านอื่นๆ

 

                สำหรับคนอื่นๆ ที่อยากจะเขียนหนังสือ  มันดีข้อดีเยอะ นอกจากเราจะได้ระบายสิ่งที่เราเก็บอยู่ในใจออกมาให้ใจเราเบาสบาย  อีกประการคือสิ่งที่เราเล่าไปอาจจะเป็นประโยชน์แก่บางคน สังคม หรือเป็นตัวอย่างให้หลายๆ คนเขานำไปเป็นแนวทางได้

 

ฝากถึงผู้อ่านเรื่องสองชีวิตหนึ่งใจ (ชีวิตหนูในมือแม่และชีวิตแม่ในมือหนู)

 

                สิ่งที่จะฝากไว้ก็คือถ้าคุณแม่ คุณพ่อ คนใดที่มีลูกออกมาแล้วลูกไม่ได้สมบูรณ์ 100% อย่าเพิ่งท้อใจ  ขอให้ลองหันมามองลูกตัวเองใหม่  ทุ่มเทกับเขาเยอะๆ  “บางทีดอกไม้ที่ไม่งามเลย กลิ่นไม่หอมเลย  อาจจะดีกว่าที่คุณคิดไว้ถ้าคุณทุ่มเท”

 

                จนถึงตอนนี้ผู้อ่านคงจะเข้าใจในเจตนารมณ์พร้อมๆ กับเรื่องราวอันน่าประทับใจของสองแม่ลูกกันแล้วใช่ไหมคะ ทั้งนี้คุณพิศมัยยังให้คำมั่นอีกด้วยว่าในอนาคตจะมีผลงานเขียนออกมาอีกแน่นอนและจะส่งเข้าประกวดในงานชมนาด แต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น เธอบอกว่า...เป็นความลับ!!

 

 

เรียบเรียงโดย สุพัตรา กวินธนเจริญ

.

จำนวนผู้เข้าชม 604    
ชื่อผู้ใช้/อีเมล :  
รหัสผ่าน :